หมอกรัก

79.0K · จบแล้ว
Amigotuyo
47
บท
53.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ใบหน้าอันหล่อเหลาผละออกจากริมฝีปากเล็กอย่างอ้อยอิ่ง “ทีนี้เชื่อพี่หรือยัง ว่าพี่เต็มใจแต่งกับเจ้า”

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณโรแมนติก

ตอนที่0 หมอกรัก บทแรก

ยามบ่ายของวันปกติในเมืองหนานอันของแคว้นสื่อแห่งนี้ ผู้มีอันจะกินส่วนใหญ่มักจะพากันเอนหลังหลังจากที่รับสำรับเที่ยงเสร็จ เว้นแต่เหล่าบ่าวไพร่ที่ต่างก็มีหน้าที่ๆต้องทำอยู่อย่างสม่ำเสมอจึงไม่สามารถพักได้ จะมีก็แต่เหล่าเจ้านายของบ้านเท่านั้นที่พากับจับกลุ่มพูดคุยกัน ส่วนที่เป็นผู้ใหญ่หน่อยก็พากันเข้าไปเอนหลัง ปล่อยให้เหล่าเด็กๆนั่งเล่นพูดคุยกันตามประสา

“เราไปเล่นกันที่บึงน้ำท้ายจวนกันดีกว่าฮวาเออร์” คุณชายน้อยตระกูหยูในวัยสิบขวบ’หยูหนานถัง’ เอ่ยชักชวนพร้อมทั้งดึงฉวยเอาข้อมือน้อยให้วิ่งตามตนไป ทิ้งให้คุณชายใหญ่ ‘หยูจ้าวเหอ’ นั่งอ่านตำราอยู่เพียงลำพัง ทั้งคู่พากันวิ่งไปจนถึงบึงใหญ่ที่อยู่ท้ายจวน

“ข้าจะไปเก็บดอกหยวนฝู**มาให้นะ เจ้าไปนั่งคอยตรงโน้นเถิด” ว่าแล้วคุณชายน้อยก็วิ่งลงไปยังสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปยังกลางน้ำ ที่มีดอกหยวนฝูชูช่ออยู่เต็มบึง เขาดึงเอาดอกและฝักบัวแก่ๆที่อยู่ใกล้สะพานมาเสียจนเต็มมือ ก่อนจะหอบมาให้เด็กสาวที่นั่งรออยู่

“พี่หนานถัง ทำไมจึงเก็บมาเสียมากมายเยี่ยงนี้เล่าเจ้าคะ” ‘จางหย่าฮวา’เอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“ก็เจ้าชอบกินเม็ดมันไม่ใช่หรือ พี่ก็เลยเก็บมาให้เจ้ากินอย่างไรเล่า” ว่าพลางจัดแจงดึงเอาเม็ดบัวเม็ดใหญ่มาบิออกจนเห็นเม็ดข้างในสีขาวก่อนจะยื่นส่งให้ แต่เด็กสาวกำลังใช้สองมือแกะดอกบัวเล่นอยู่ จึงก้มหน้าลงไปใช้ปากงับเอาเม็ดบัวสีขาวที่อยู่ในมือของคนตรงหน้าแทน

“อร่อยจังเลยเจ้าค่ะพี่หนานถัง หวานมากเลย” เด็กสาวเอ่ยกับคุณชายน้อยที่แก่กว่าตนเพียงหกเดือน แต่เขากลับบังคับให้นางเรียกพี่ เหมือนกับที่เรียกคุณชายใหญ่ของบ้าน

“ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ” หยูหนานถังกล่าวเสียงเบาแกะเม็ดบัวยื่นให้’เพื่อน’ของตนถึงปากเล็กๆด้วยใบหูที่แดงระเรื่อ

ตระกูลหยูและตระกูลจาง เป็นสองตระกูลใหญ่ในเมืองหนานอันที่มีสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด ด้วยหยูฮูหยินนั้นเป็นเครือญาติห่างๆกับ’จางชวน’ผู้นำตระกูลจางคนปัจจุบัน ดังนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองบ้านจึงแน่นแฟ้นยิ่งนัก จนในวันนึงที่ผู้นำตระกูลทั้งสองมองเห็นความสัมพันธ์อันดีงามของลูกๆของตนที่มีให้กัน จึงเกิดการหมายคู่ของบุตรชายหญิงของตนขึ้นมา โดยได้มีการตกลงรับปากกันว่าหากวันปักปิ่นของบุตรสาวคนเดียวของตระกูลจางมาถึง วันนั้นก็จะเป็นวันของการหมั้นหมายกันระหว่างหยูจ้าวเหอและจางหย่าฮวา แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว เด็กสาวจะไม่ได้สนิทสนมกับคุณชายใหญ่ผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะหยูจ้าวเหอเป็นพี่จึงต้องแต่งก่อนน้องตามธรรมเนียมที่มีมาแต่โบราณ

เมื่อเด็กสาวเริ่มย่างเข้าสิบขวบเต็ม นางจึงเริ่มหัดเรียนรู้มากขึ้นโดยเฉพาะในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อสองตระกูล เพราะตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของตระกูลนั้น นอกจากการช่วยสามีดูแลบ้านเรือนแล้ว ยังต้องสามารถเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับสามีของตนอีกด้วย และยิ่งหากในตระกูลนั้นทำการค้าขาย ฮูหยินใหญ่จึงยิ่งจะต้องเก่งทั้งเรื่องในบ้านนอกบ้านจะละเลยอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้แม้แต่น้อย

นับแต่นั้นมานอกจากวิชาความรู้ด้านงานบ้านงานเรือนที่เหล่าสตรีทุกนางพึงรู้แล้ว เรื่องของการค้าขายหรือแม้แต่การเข้าสังคมเพื่อสามารถเป็นหน้าเป็นให้สามีได้ เด็กสาวก็ต้องเรียนรู้แทบทั้งสิ้น จนแทบจะไม่มีเวลาได้วิ่งเล่นอย่างเด็กคนอื่นๆอีกต่อไป แต่ก็ยังดีที่หยูหนานถังมักจะแวะมาหาและนำของอร่อยๆมาฝากเพื่อนอยู่อย่างสม่ำเสมอ

“อร่อยจังเลยเจ้าค่ะพี่หนานถัง” เด็กสาวพูดขึ้น เมื่อกลืนถังหูลู่ที่อยู่ในปากเล็กด้วยกิริยาสำรวม

“อร่อย ก็กินอีกสิ พี่ซื้อมาตั้งเยอะ”

“แต่อีกเดี๋ยวข้าจะต้องไปเรียนการทำบัญชี ขืนกินเข้าไปเยอะ ข้าก็ง่วงกันพอดีสิเจ้าคะ” นางเอ่ยหน้ามุ่ย สองตาจับจ้องไปยังถังหูลู่ที่วางเรียงกันอยู่ด้วยความเสียดาย

“นี่เจ้ายังจะต้องเรียนอีกหรือ พี่ว่าจะชวนเจ้าเล่นสนุกเสียหน่อย”

“ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ขืนข้าแอบไปวิ่งเล่นไม่รออาจารย์มาสอน อาจารย์จะต้องไปฟ้องท่านพ่อแน่ๆเลย”

“เอาเถิด งั้นข้าจะนั่งรอจนกว่าเจ้าจะเรียนเสร็จแล้วเราค่อยเล่นกัน ดีหรือไม่” เด็กหนุ่มพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้

“อือ แต่ตั้งสองชั่วยาม**เลยนะเจ้าคะ พี่หนานถังจะไม่เบื่อหรือ” แม้จะดีใจที่มีคนคอยที่จะเล่นด้วย แต่เด็กสาวก็ยังรู้สึกเกรงใจ

“ไม่หรอก พี่จะได้ถือโอกาสนั่งเรียนไปด้วยไง เจ้าจะได้มีเพื่อนเรียน จะได้ไม่เหงาด้วย” เขากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มเพื่อให้นางสบายใจ นี่คือข้อดีของการเป็นบุตรคนเล็กอย่างเขา เพราะในขณะที่พี่ใหญ่ของเขากำลังขมักเขม้นร่ำเรียนอย่างเข้มงวด แต่เขากลับมีเวลาว่างเพราะต้องการเล่าเรียนเพียงแค่ช่วงเช้า ยามบ่ายเขาจึงมีเวลาเหลือเฟือที่จะนั่งเล่นรอเพื่อนอย่างนาง

“ก็ได้เจ้าค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็กินขนมอีกสิ พี่อยู่เป็นเพื่อนเจ้าเช่นนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะง่วงหรอก” ยื่นถังหูลู่ให้นางอีกหนึ่งไม้ ก่อนที่จะหยิบขึ้นมากินด้วยเช่นกัน เด็กทั้งสองนั่งกินถังหู่ลู่หลายไม้จนหมด อาจารย์ที่จะมาสอนจึงก้าวเข้ามา นางจึงได้เริ่มเรียน โดยมีเด็กหนุ่มนั่งคอยอยู่ใกล้ๆกัน

**ดอกหยวนฝู=ดอกบัวหลวง

**หนึ่งชั่วยาม=หนึ่งชั่วโมง