บท
ตั้งค่า

ตอนที่8 หมอกรัก 8

“แล้วทำไมท่านถึงไม่พาข้าไปด้วยล่ะเจ้าคะ ข้าอุตส่าห์แวะมาหาเพื่อจะได้กลับจวนพร้อมกันกับท่าน แต่ท่านกลับหนีไปเที่ยวทิ้งข้าไว้คนเดียวอย่างนี้” เมื่อได้ยินน้องสาวบุญธรรมของตนเอ่ยอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ทำให้ชายหนุ่มวางตะเกียบลงก่อนจะขยับลุกขึ้นมานั่งลงตรงฝั่งเดียวกันกับนาง เขายกมือหนาขึ้นลูบลงบนเส้นผมดำขลับนุ่มมือนั้น ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เพราะที่พี่ไปน่ะ มันไม่ใช่ที่สำหรับเด็กสาวอย่างเจ้านะ เอาไว้คราวหน้าหากไปเที่ยวที่อื่นแล้วพี่จะพาเจ้าไปด้วยดีหรือไม่ อย่าน้อยใจไปเลยนะ ซือเอ๋อร์” เพราะเมื่อคืนเขาไปหอนางโลมหาความสุขตามประสาชายหนุ่ม จึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่สามารถพานางไปด้วยได้ สองตาคมเข้มทอดมองผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวอย่างพินิจพิเคราะห์

เด็กสาวผิวขาวราวกับหยวกทั้งยังเนียนนุ่มน่าสัมผัส ใบหน้าเรียวได้รูปรับกับดวงตาดำขลับที่มีขนตายาวเรียงตัวกันอยู่ล้อมรอบ จมูกโด่งเป็นสันเล็กๆ ริมฝีปากบางแสนหวานที่เขาเคยได้แอบสัมผัสมาแล้วว่ามันหวานจับใจแค่ไหน

เป่ยหนี่ซือเป็นบุตรสาวของญาติห่างๆทางฝ่ายมารดาของเขา ด้วยเพราะนางเป็นกำพร้ามาตั้งแต่ยังเล็ก ครอบครัวของเขาจึงรับเอานางมาเป็นบุตรสาว นางจึงกลายมาเป็นน้องสาวบุญธรรมที่เขาไม่ต้องการ มิใช่ว่าเขาไม่ต้องการนาง แต่เขาไม่ต้องการให้นางมาเป็นเพียงน้องสาวต่างหากล่ะ!!

“ก็ได้เจ้าค่ะ แต่ท่านต้องสัญญากับข้าว่าจะพาข้าออกไปเดินเที่ยวให้ทั่วเมืองนี้เลยนะเจ้าคะ”

“ย่อมได้ ถ้าอย่างนั้นเรามากินข้าวกันต่อเถิด” ชายหนุ่มขยับกลับไปนั่งที่เดิมของตนก่อนจะคีบอาหารวางลงบนจานของนางอย่างเอาใจ

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ เผ็ดเกินไปหรือไม่” จางหย่าฮวาเอ่ยถามชายหนุ่มที่กำลังชิมอาหารจานใหม่ของนาง

“เผ็ดใช้ได้เลยทีเดียว เจ้าใส่อะไรลงด้วยหรือถึงได้รสจัดเช่นนี้” ตอบหญิงสาวไปพลางใช้มือพัดริมฝีปากของตนทั้งซี้ดปากไปพลาง เพราะอาหารเนื้อผัดจานนี้ที่มีสีสันธรรมดาแต่กลับให้รสที่จัดจ้านยิ่งนัก

“ข้าใส่ฮัวเจียว**ผสมลงไปด้วยน่ะเจ้าค่ะ อาหารก็เลยออกเผ็ดร้อน แต่หากเราทำกินกันในหน้าหนาวก็คงจะอร่อย และความเผ็ดร้อนก็จะให้ความอบอุ่นต่อร่างกายได้ดีเลยนะเจ้าคะ”

“ใช่ คงจะเป็นเช่นนั้น ว่าแต่ขอน้ำชาให้พี่อีกกาเถิดนะ” ชายหนุ่มชูกาน้ำชาที่หมดเกลี้ยงของตนให้นางเห็น จนหญิงสาวต้องหัวเราะออกมาอย่างขบขัน

“ได้เจ้าค่ะ ไฉ่หนูไปเอาน้ำชามาเพิ่มหน่อยเถิด”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

หลังจากที่ดื่มน้ำชาเเก้เผ็ดเพิ่มไปหลายจอก อาการเผ็ดของเขาจึงค่อยดีขึ้น ทั้งสองจึงนั่งเล่นหมากล้อมกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งเย็นย่ำชายหนุ่มจึงลากลับ

“เอ่อ พี่หนานถังเจ้าคะ ไม่มีจดหมายจากพี่จ้าวเหอมาถึงข้าเลยหรือเจ้าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามก่อนที่ชายหนุ่มจะก้าวจากไป ชายหนุ่มหันกลับมาก่อนจะส่ายหน้าให้นางได้รับรู้ว่า ไม่มี!! ใบหน้าหวานสลดลง ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ฝืนๆออกมาให้ชายหนุ่มตรงหน้า

“พี่จ้าวเหอคงจะกำลังยุ่งๆเรื่องเรียน จึงไม่มีเวลาเขียนสิ่งใดถึงข้า ถ้าเช่นนั้นข้าจะฝากจดหมายไปให้เขาหน่อยจะได้มั้ยเจ้าคะ” มือเล็กยื่นจดหมายที่ตนเขียนให้กับเขาเพื่อฝากไปให้ชายคู่หมาย

“พี่จะสั่งให้คนส่งให้ถึงมือพี่ใหญ่ เจ้าอย่าได้กังวล” ชายหนุ่มรับคำก่อนจะเดินจากไป

เมืองฝาน วันนี้หยูจ้าวเหอออกมาเดินหาซื้อหนังสือเพื่อไปอ่านแก้เบื่อ เพราะหนังสือที่เขาหอบเอามาจากบ้านนั้นเขาอ่านจนหมดแล้ว ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปยังร้านที่เป็นศูนย์รวมของหนังสือมากมาย ร้านนี้เป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในเมืองที่มีถึงสามชั้น ชายหนุ่มค่อยๆก้าวไปยังชั้นสองและชั้นสามที่เป็นหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างแดน ที่มีการเขียนเล่าถึงประสบการณ์ท่องเที่ยวของผู้คนที่เดินทางไปในแต่ละแคว้น ซึ่งหลายๆเล่มมีเนื้อหาที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

“คุณหนูเจ้าคะ จะออกไปอีกจริงๆหรือเจ้าคะ” เสียงของหญิงสาวนางหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างกระซิบกระซาบ เพียงแต่ชายหนุ่มยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามพอดิบพอดี จึงได้ยินการสนทนาอย่างชัดเจน

“ก็จริงน่ะสิ หึ! ไหนๆข้าก็อุตส่าห์ได้ออกมาท่องเที่ยวทั้งที จะให้ทนอุดอู้อยู่แต่ในจวนได้ยังไง” เสียงใสๆที่เอ่ยขึ้นทำให้ชายหนุ่มต้องเงี่ยหูฟังอย่างไม่ตั้งใจ

“แต่หากเราโชคร้ายไปเจอเข้ากับพวกอันธพาลอย่างเมื่อคืนอีกล่ะเจ้าคะ จะทำยังไง” ชายหนุ่มนึกเห็นด้วยกับคำกล่าวของหญิงที่เป็นบ่าว พวกนางเป็นหญิงหากพบเจอพวกอันธพาลเข้า เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนนะ เจออันธพาลอย่างเมื่อคืนอย่างนั้นหรือ ชายหนุ่มหวนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาเจอเข้ากับแม่นางสองคนที่ปลอมเป็นชายขึ้นมาได้ จึงขยับกายมองลอดไปตรงช่องว่างของหนังสือ เพื่อให้เห็นหน้าของหญิงสาวผู้เป็นนาย

“ไม่หรอกน่า พวกเราคงจะไม่โชคร้ายเช่นนั้นอีกหรอก อีกอย่างนะ คราวนี้ข้าจะเดินเหินอย่างระมัดระวังจะได้ไม่ถูกพวกอันธพาลพวกนั้นมารีดได้อีก” เสียงหวานที่เอ่ยค้านบ่าวของตน ยังไม่หวานเท่าใบหน้าของนาง ชายหนุ่มถึงกับตะลึงในความงามของหญิงตรงหน้า หัวใจของเขาที่เคยสงบราบเรียบกลับเต้นแรงจนเขายังนึกตกใจในตนเอง หญิงตรงหน้านับว่าเป็นหญิงงามที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน แม้แต่คู่หมายของตนที่เป็นสาวงามผู้หนึ่ง แต่นางก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวที่ความงามยังไม่ได้ฉายชัดออกมาเท่าที่ควร ไม่เหมือนกับหญิงนางนี้ที่เขาพอจะคาดเดาได้ว่า นางผ่านพิธีปักปิ่นมาแล้วอย่างแน่นอน ความงามของความเป็นสาวจึงฉายชัดเช่นนี้

**ฮัวเจียว=พริกเสฉวน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel