บท
ตั้งค่า

ตอนที่5 หมอกรัก 5

งานเลี้ยงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ในระหว่างการกินดื่มของเหล่าแขกเหรื่อก็จะมีเหล่านักดนตรีและเหล่านางรำที่ถูกจ้างมา ให้มาทำการแสดงร่ายรำให้คนในงานได้รับชม เหล่านางรำได้ออกมาแสดงจนผ่านไปหลายชุด เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมจางหย่าฮวาก็ก้าวเดินขึ้นมาบนพื้นที่ยกสูงที่ใช้ในการแสดงของเหล่านางรำ โดยมีบ่าวคนสนิทอุ้มเอาห่อผ้าที่มีลักษณะค่อนข้างยาวเดินตามมาด้วย มีบ่าวชายยกเอาโต๊ะตัวเตี้ยพร้อมเก้าอี้มาวางไว้ให้ ไฉ่หนูวางห่อผ้าในอ้อมแขนของตนลงตรงหน้าเจ้านายอย่างทะนุถนอมสิ่งที่อยู่ภายใน ก่อนจะถอยหลบฉากออกไปยังความอยากรู้ให้แก่คนในงานยิ่งนัก เมื่อเด็กสาวเปิดผ้าที่คลุมของชิ้นนั้นออก เหล่าแขกเหรื่อในงานหลายคนถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจปนตื่นเต้น โดยเฉพาะเหล่าคุณหนูของหลายตระกูลที่ติดตามบิดามารดาเป็นส่วนน้อย เพราะตรงหน้าของสาวน้อยเจ้าของงานวันเกิดนั้นมี กู่เจิ้ง**ยี่สิบเอ็ดสายตัวงามที่ด้านหนึ่งวาดลวดลายดอกเหมยสีขาวตัดกับตัวพิณที่มีสีน้ำตาลอมดำวางเด่นอยู่

“วันนี้เป็นวันเกิดของฮวาเอ๋อร์ ที่มีเหล่าท่านลุงท่านป้าและเหล่าพี่ชายพี่สาวทั้งหลายให้เกียรติมาร่วมอวยพร ฮวาเอ๋อร์ไม่มีสิ่งใดตอบแทนน้ำใจ จึงจะขอบรรเลงเพลงมอบให้ทุกท่านเพื่อเป็นการตอบแทน ฮวาเอ๋อร์ยังด้อยฝีมือไปบ้างขอทุกท่านอย่าถือสานะเจ้าคะ”

กล่าวจบร่างบางจึงเริ่มลงนิ้วกรีดกรายบนสายกู่เจิ้งทั้งหมดเพื่อเป็นการลองเสียง เมื่อทุกสายตึงหย่อนตามต้องการแล้วนางจึงเริ่มกรีดนิ้วบรรเลงเพลงออกมา เหล่าผู้ฟังต่างสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดก่อนจะค่อยๆผ่อนออกมาอย่างเบาที่สุด อย่างไม่กล้าให้เกิดเสียงใดขึ้นมารบกวนการรับฟังเสียงไพเราะที่ดังออกมาจากกู่เจิ้งราวกับเสียงสวรรค์ ด้วยฝีมือของเด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่น ทำให้ในใจของผู้คนต่างก็คิดกันไปต่างๆนาๆ ด้วยเพลงที่ร่างบางเลือกเอามาบรรเลงในวันนี้ คือเพลงสามฤดูที่มีเนื้อหาของการผลัดเปลี่ยนเวียนผันของฤดูต่างๆ จากร้อนสู่หนาวจากหนาวสู่ฤดูใบไม้ผลิและสายฝน แล้วจึงหมุนเวียนกลับมาร้อนอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงของผู้คน จากวัยเด็กค่อยๆเติบโตเข้าสู่วัยสาว ก่อนจะเปลี่ยนไปสู่วัยชราและสิ้นลม จึงค่อยกลับมาเกิดเป็นเด็กครั้ง ด้วยการเวียนว่ายอยู่เช่นนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ติ้งๆๆ!!เสียงบรรเลงจบลงแล้วแต่ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ ราวกับว่ายังหลงอยู่ในฤดูใดฤดูหนึ่งของบทเพลง จนนายท่านจางปรบมือขึ้นเหล่าผู้ร่วมงานจึงได้สติ เสียงปรบมือจึงดังสนั่นจนทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลจาง ยามนี้ในความคิดและความรู้สึกของทุกคนที่อยู่ในงาน ต่างก็ชื่นชมบุตรสาวตระกูลจางยิ่งนัก แม้แต่เหล่าเด็กสาวที่ตามบิดามารดามาในงานนี้อย่างไม่ค่อยเต็มใจในคราแรก ก็กลับกลายมาเป็นชื่นชมความสามารถของคุณหนูผู้เป็นเจ้าของงานด้วยใจจริง ด้วยเหล่าคุณหนูตระกูลชั้นสูงทั้งหลายต่างก็รู้กันดีว่า กู่เจิ้งยี่สิบเอ็ดสายนั้นบรรเลงได้ยากเพียงใด ส่วนใหญ่ทุกคนมักจะรู้จักแต่การดีดบรรเลงกู่ฉิน**ที่มีเพียงเจ็ดสายเท่านั้น เพราะกู่เจิ้งเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ต้องใช้ความชอบนำมาเป็นสิ่งแรก แล้วยังต้องขยันอดทนในการเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเพียงแค่ต้องจดจำเสียงของสายต่างๆทั้งยี่สิบเอ็ดสายก็ไม่นับว่าง่ายเลย ดังนั้นหากวันนี้เด็กสาวกล่าวว่า ฝีมือเพลงพิณของนางยังด้อยอยู่ แล้วจะมีผู้ใดกันที่จะสามารถบรรเลงได้ไพเราะเท่ากับความด้อยของนาง ในวันนี้ทุกคนจึงได้รับรู้ทั่วกันว่า คุณหนูจางหย่าฮวานั้นเป็นผู้ที่ถ่อมตนอย่างแท้จริง

“คุณหนูเจ้าคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วบ่าวไปนอนก่อนนะเจ้าคะ” ไฉ่หนูกล่าวหลังจากช่วยนายสาวของตนสางผมยาวดำขลับนั้นจนนุ่มลื่นดีแล้ว

“อือ ไปเถิด ข้าก็จะเข้านอนแล้วเช่นกัน” เมื่อเห็นบ่าวคนสนิทปิดประตูให้เรียบร้อยแล้ว นางจึงก้าวขึ้นเตียงก่อนจะทิ้งตัวลงนอน เมื่อความเงียบมาเยือน สมองน้อยๆก็เริ่มครุ่นคิดขึ้นมาอีกครั้ง

!ทุกปีหยูคนน้องจะไม่เคยพลาดที่จะมางานวันเกิดของนาง แต่ไม่นึกเลยว่าปีนี้เขาจะหลงลืม ไม่สิ!! เขาไม่ได้ลืม แต่เขาไม่ใส่ใจต่างหาก คนใจร้ายจำไว้เลย คอยดูนะ นางจะไม่มีวันอภัยให้เด็ดขาด!

ก๊อก ก๊อกๆๆ!!เสียงราวกับมีใครมาเคาะตรงหน้าต่างห้องของนาง ทำให้เด็กสาวที่กำลังจะบังคับให้สองตาหลับลงไป ต้องผงกขึ้นมามองตรงเสียงเคาะเบาๆนั้น นางจึงขยับกายลุกขึ้นก่อนจะก้าวลงจากเตียงเดินไปเงี่ยหูฟังตรงบานหน้าต่างอีกครั้ง

ก๊อก ก๊อกๆๆ!! เสียงเคาะดังขึ้นมาอีกครั้ง นางจึงตัดสินใจเปิดหน้าต่างออกดู เมื่อหน้าต่างเปิดออกกว้างเด็กสาวจึงมองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใด จึงจับหน้าต่างหุบเข้าหากันเพื่อปิดอีกครั้ง แต่กลับชนเข้ากับห่อของขวัญเล็กๆที่วางอยู่ตรงขอบหน้าต่าง นางเขม่นมองสิ่งของตรงหน้าอย่างสงสัย

“พี่หนานถัง ท่านใช่มั้ยเจ้าคะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะเจ้าคะ” เด็กสาวส่งเสียงเรียกถึงคนที่คิดไว้ในใจ แต่กลับไร้สิ่งใดเคลื่อนไหวหรือเสียงใดตอบกลับมา

“ถ้าท่านไม่ออกมา ข้าก็ขอทิ้งของขวัญที่ไร้เจ้าของก็แล้วกันนะเจ้าคะ” มือเล็กหยิบเอาห่อของขวัญยกขึ้นเพื่อจะโยนทิ้งดังคำกล่าว ฉับพลันก็มีมือแกร่งยื่นมากอบกุมเอาข้อมือเล็กเอาไว้ ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มจะเผยออกมาตรงหน้าของนาง

“เจ้าจะใจร้าย โยนทิ้งของขวัญจากพี่เชียวหรือ ฮวาเอ๋อร์” เสียงทุ้มติดเศร้านั้นกล่าวออกมา แววตาหวานทรงเสน่ห์จ้องมองร่างบางตรงหน้าอย่างตัดพ้อ

“ก็ไม่แน่หรอกเจ้าค่ะ แต่ใครกันแน่ที่ใจร้ายก่อนกันเจ้าคะ แม้แต่งานวันเกิดของข้าท่านก็ยังไม่มาเลย” เสียงหวานกล่าวอย่างตัดพ้อไม่แพ้กัน ในวันสำคัญของนางในทุกๆปีตั้งแต่เกิดมาดูโลกใบนี้ ก็จะมีเขาอยู่ร่วมยินดีไม่เคยขาด แม้กระทั่งผู้ที่เป็นคู่หมายก็ยังไม่ได้อยู่กับนางในทุกปีเช่นนี้ แต่กับเขา คนที่นางยกให้เป็นเพื่อนที่สนิทที่รู้ใจที่สุดกลับไม่ยอมมาร่วมงาน แล้วจะไม่ให้นางน้อยใจโกรธเคืองได้เยี่ยงไร

**กู่เจิ้ง=พิณจีนมี21สาย เสียงที่ดังออกมาเวลาดีดมักจะค่อนไปทางเสียงสูง

**กู่ฉิน=พิณจีนมี7สาย เสียงที่ดังออกมาเวลาดีดมักจะค่อนไปทางเสียงต่ำ (ขอบคุณข้อมูลจากกูเกิล)

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel