บท
ตั้งค่า

ตอนที่4 หมอกรัก 4

ฝ่ายหยูจ้าวเหอที่ยามนี้มาถึงเมือง’ฝาน’ได้หลายวันแล้ว ชายหนุ่มได้เช่าบ้านพักชั่วคราวที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่เรียน ซึ่งสำนักศึกษาวิชาการค้าขายแห่งนี้ขึ้นชื่อยิ่งนักในแคว้นสื่อ เพราะเป็นของบัณฑิตที่เคยเป็นราชเลขาในเจ้าหน้าที่ท้องพระคลังของราชสำนัก เมื่อเกษียณออกมาจึงเอาวิชาความรู้และประสบการณ์ในการทำงานด้านการคลังการบริหารจัดการเงินทองข้าวของต่างๆมาเปิดสั่งสอนเหล่าลูกหลานของผู้มีอันจะกินที่สนใจในการศึกษาการค้าเพื่อต่อยอดกิจการของตระกูล ซึ่งก็มีเหล่าตระกูลพ่อค้าพ่อขายที่มักจะส่งลูกหลานของตนมาเรียนรู้ที่สำนักแห่งนี้กันจนล้นหลามในทุกๆปีที่เปิดรับ ปีนี้ก็เช่นกันที่เหล่าลูกหลานที่เป็นชายทั้งหมดของตระกูลมีชื่อจากเมืองต่างๆมารวมตัวกันอยู่ที่เมืองนี้

“หวัดดี ข้าแซ่กู่ชื่อเหยาฝือ มาจากลั่วเถา แล้วท่านล่ะ” ชายผู้หนึ่งรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาท่าทางขี้เล่นเดินเข้ามานั่งที่ด้านข้างของชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว

“ข้าแซ่หยูชื่อจ้าวเหอ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” ชายหนุ่มหันไปตอบก่อนจะหันกลับมาสนใจตำราที่พึ่งจะได้รับแจกมาเมื่อเริ่มเข้าเรียน

“แซ่หยูอย่างนั้นหรือ เอคุ้นหูจังเลย หยูจ้าวเหอ.. อ้อ ที่แท้ก็คุณชายหยูนั่นเอง ข้าได้ยินเสียงผู้คนร่ำลือกันในความหล่อเหลาและสุขุมของท่านมานานแล้ว ไม่นึกเลยว่าตัวจริงท่านจะรูปงามมากกว่าคำร่ำลือเสียอีก นับถือๆ”กู่เหยาฝือเอ่ยขึ้นก่อนจะประคองมือส่งให้ชายหนุ่มเป็นเชิงหยอกล้อ

“คุณชายกู่ ล้อเล่นแล้ว” ทั้งคู่สนทนากันเพียงเล็กน้อยก่อนที่ครูผู้สอนจะเข้าห้องมา เมื่อเริ่มบทเรียนแรกทุกคนจึงหันไปตั้งใจฟังและเรียนรู้ จนกระทั่งได้เวลาพัก ชายหนุ่มจึงได้เพื่อนใหม่อย่างกู่เหยาฝือที่มานั่งรับสำรับด้วย ตั้งแต่วันนั้นทั้งสองจึงค่อยๆกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน

“อาเหอว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะท่านพี่ หรือยังมีสิ่งใดที่ลูกขาดเหลือหรือไม่ ข้าจะได้ให้บ่าวไพร่เตรียมจัดหาส่งไป” หยูฮูหยินเอ่ยถามผู้เป็นสามี เมื่อเห็นเขาเงยหน้าขึ้นมาจากจดหมายที่บุตรชายส่งมาให้เป็นฉบับแรก

“ไม่ขาดสิ่งใดหรอกฮูหยิน อาเหอแค่ส่งข่าวมาบอกว่าการเดินทางทุกอย่างเรียบร้อยดี เขายังได้ที่พักที่อยู่ไม่ไกลจากสำนักศึกษาอีกด้วย แล้วตอนนี้เขาก็ได้เริ่มเรียนไปบ้างแล้ว ยังบอกมาด้วยนะว่าถูกใจการเรียนที่นั่นมาก หากเรียนจบกลับมาคาดว่าน่าจะมาช่วยพัฒนากิจการการค้าของบ้านเราได้เยอะเลยทีเดียว” นายท่านหยูที่เป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าหน้าคมเข้มคิ้วดกหนาตาโตบ่งบอกถึงเค้าของความหล่อเหลาในอดีต เอ่ยตอบฮูหยินของตนให้คลายใจในความเป็นห่วงบุตรชายคนโต

“ดีเเล้วเจ้าค่ะ ข้าจะได้หมดห่วง” เห็นฮูหยินแสนรักยิ้มออกมาเขาก็คลายใจ ก่อนจะนึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้

“ฮูหยิน มิใช่วันมะรืนฮวาเอ๋อร์ก็จะมีอายุครบสิบสี่ปีเต็ม เจ้าได้เลือกหาของขวัญไว้ให้นางบ้างแล้วหรือยัง”

“เลือกไว้แล้วเจ้าค่ะ ข้าไม่ลืมหรอก นางก็เปรียบเสมือนลูกหลานของเราเอง ข้าจะลืมได้อย่างไร”

“ดีแล้ว ยิ่งอาเหออยู่ไกลเยี่ยงนี้ เราก็ต้องเป็นตัวแทนคอยดูแลว่าที่สะใภ้ใหญ่แทนเขาแล้ว”

“อ้าว อาถัง ไปไหนมาทำไมถึงกลับมาเอาป่านนี้เล่า” เด็กหนุ่มชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงมารดาเอ่ยถาม

“ข้าพึ่งกลับมาจากฝึกวรยุทธขอรับ” ว่าพลางทรุดกายลงนั่งข้างๆมารดา

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนเถิด จะได้ออกมารับสำรับเย็นพร้อมกันกับท่านพ่อของเจ้า” หยูฮูหยินกล่าวพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะบุตรชายคนเล็กของตน

“ขอรับ เดี๋ยวข้ามานะขอรับ ท่านพ่อท่านแม่” เด็กหนุ่มเดินจากมา ทั้งๆที่ในสมองยังครุ่นคิดถึงคำพูดของบิดามารดาของตน !จะครบสิบสี่แล้วสินะ อีกปีเดียวเจ้าก็จะแต่งเข้ามาแล้วสิ ว่าที่พี่สะใภ้!

งานวันเกิดครบสิบสี่ปีของคุณหนูจางได้ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย นายท่านจางเชื้อเชิญเพียงผู้ที่รู้จักคุ้นเคยและเหล่าคู่ค้าที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลจางเท่านั้น แต่ก็นับว่าเป็นงานใหญ่พอดู เพราะบรรดาคู่ค้าที่ถูกเชิญต่างก็มากันครบหมดไม่มีผู้ใดปฏิเสธซักราย ด้วยบางตระกูลก็หมายมั่นอยากที่จะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันกับตระกูลใหญ่อย่างนี้กันทั้งนั้น แม้ทุกคนจะรู้กันดีว่าคุณหนูผู้นี้มีคู่หมายอยู่แล้ว แต่ผู้ใดจะสนใจกัน ก็แค่หมายไว้ยังไม่ได้หมั้นหรือตบแต่งเสียหน่อย ไม่แน่หรอกว่าหากบุตรชายของตนเข้าตาของเด็กสาวก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนคู่หมายเกิดขึ้นก็เป็นได้ ดังนั้นเหล่าคุณชายจากตระกูลต่างๆที่รุ่นราวคราวเดียวกันหรืออายุมากกว่าเพียงปีสองปีกับจางหย่าฮวาต่างก็ตบเท้ากันเข้ามาทักทายชวนเจ้าของงานพูดคุยอย่างไม่ขาดสาย จนกระทั่งตระกูลหยูมาถึง นางจึงได้ปลีกตัวจากกลุ่มเด็กหนุ่มที่เข้ามารุมเร้าเพื่อไปทักทาย เด็กสาวก้าวเดินออกมาอย่างโล่งอกที่หนีออกมาได้ ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายนายท่านหยูที่กำลังยืนพูดคุยอยู่กับบิดาของตน

“คารวะท่านลุงท่านป้าเจ้าค่ะ” นางย่อกายลงก่อนขยับขึ้นยืนและสอดส่ายสายตามองหาใครบางคนที่หายหน้าไปเกือบเดือนแล้ว

“สุขสันต์วันเกิดนะฮวาเอ๋อร์ นี่เป็นของขวัญจากลุงกับป้าจ้ะ อ้อจากพี่จ้าวเหอด้วยเช่นกันนะจ้ะ” หยูฮูหยินยื่นห่อของขวัญห่อใหญ่ให้แก่เด็กสาวด้วยรอยยิ้ม

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ” จางหย่าฮวากล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มน้อยๆก่อนจะรับเอาห่อนั้นยื่นให้คนสนิทของตน

“เอ่อ ท่านป้าเจ้าคะ แล้ว เอ่อ..” เห็นเด็กสาวอึกอักอยู่ หยูฮูหยินจึงขยับเข้ามาใกล้นางมากขึ้น

“มีอะไรหรือฮวาเอ๋อร์”

“เอ่อ..เปล่าเจ้าค่ะ ท่านป้าจะรับเครื่องดื่มสักนิดมั้ยเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะไปเอามาให้เจ้าค่ะ”

“โถ่ ป้าก็นึกว่ามีอะไร ไม่ต้องหรอกจ้ะ เดี๋ยวค่อยไปดื่มกินที่ด้านในเลยก็ได้ ขอบใจมาก”

“เจ้าค่ะ” เด็กสาวปลีกตัวจากมาด้วยใบหน้าที่แอบซ่อนความผิดหวังเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดเห็น !แม้แต่วันเกิดของนาง เขาก็จะไม่คิดที่จะมาอวยพรเลยหรือ นี่หรือคนที่นางนับเป็นเพื่อนสนิท! จากความผิดหวังจึงค่อยๆกลับกลายเเปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเคืองไร้ที่มา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel