บท
ตั้งค่า

ตอนที่2 หมอกรัก 2

“เจ็บมากหรือไม่ ฮวาเอ๋อร์” เขาเอ่ยถามเมื่อรับยาทาแก้ช้ำมาจากคนสนิทของตน ก่อนจะจับเอาข้อมือเล็กของเด็กสาวมาวางลงบนโต๊ะแล้วค่อยๆบรรจงทายาลงบนรอยช้ำนั้นอย่างทะนุถนอม

“นิดหน่อยเจ้าค่ะ” เด็กสาวเอ่ยตอบทั้งยังอมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นคนตรงหน้าจับยกมือบางขึ้นไปจ่อใกล้ริมฝีปาก และเริ่มเป่าลมลงมาตรงรอยช้ำนั้น เหมือนเมื่อตอนเป็นเด็กที่หากนางซุกซนจนหกล้มเมื่อใด เขาก็มักจะก้มลงไปเป่าลมให้ตรงบาดแผลเช่นนี้

“เพี้ยง!!หายแล้ว”

“พี่หนานถังเจ้าคะ ข้าโตจนรู้ว่ามันจะไม่หายเจ็บด้วยการเป่าลมใส่เพียงครั้งสองครั้งหรอกนะเจ้าคะ” เมื่อเห็นแววตารู้ทันจากเด็กสาวตรงหน้า เขาจึงวางข้อมือเล็กลงบนโต๊ะเช่นเดิม ก่อนจะแกล้งหันไปคีบอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมากินด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยเกินจำเป็น

“อื้อ อร่อยดีนะ ฮวาเอ๋อร์ลองสิ” เอ่ยก่อนจะคีบชิ้นเนื้อที่ฉ่ำไปด้วยเครื่องเทศวางลงบนถ้วยของนาง เด็กสาวจึงคีบขึ้นมาใส่ปากเคี้ยวตามคำชวน

“อือ แต่ข้าว่า เนื้อมันจืดไปนิดนึงนะเจ้าคะไม่ค่อยนิ่มเท่าไหร่ด้วย ส่วนตัวเครื่องเทศที่หมักนี่ ข้าว่าอ่อนเค็มไปนิดหนักหวานไปซักหน่อยเจ้าค่ะ”

“งั้นหรือ เช่นนั้นวันหลังเจ้าก็ลองทำเนื้อหมักเครื่องเทศแบบนี้ให้พี่ลองชิมดูหน่อยซิ ว่าจะอร่อยกว่านี้หรือเปล่า”

“ก็ได้เจ้าค่ะ เดียวข้าจะลองทำดู” กล่าวรับคำเสร็จนางก็เริ่มคีบชิ้นเนื้อขึ้นมากินอีกคำหนึ่ง ค่อยๆเคี้ยวอย่างช้าๆเพื่อจะซึมซับรสชาติ อย่างต้องการจะรับรู้ว่ารสที่กินลงไปมีส่วนผสมใดบ้าง กินเพิ่มไปอีกเพียงสามสี่คำเท่านั้น นางก็วางตะเกียบลง ก่อนจะหันมากล่าวกับเขาด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ

“ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ไว้ข้าหาเครื่องปรุงได้ครบแล้ว จะให้ท่านมาช่วยชิมนะเจ้าคะ”

“ย่อมได้ เร็วๆด้วยล่ะ พี่อยากกินของอร่อยกว่านี้แล้ว”

“เจ้าค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็กินไปคุยกันไปอย่างออกรส จนเวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม เขาจึงเดินไปส่งเด็กสาวถึงบ้าน นั่งพูดคุยทักทายกับบิดาของนางอยู่ครู่หนึ่งจึงลากลับ

“ทำไมถึงได้กลับมากับหยูคนน้องได้ล่ะฮวาเอ๋อร์ ในเมื่อตอนไปก็ไปกับหยูคนพี่ไม่ใช่รึ” จางชวนเอ่ยถามบุตรสาวของตน เมื่อหยูหนานถังกล่าวลากลับไปแล้ว

“คือ พี่จ้าวเหอเคืองลูกน่ะเจ้าค่ะ ท่านพ่อ” จากนั้นนางก็เล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ผู้เป็นบิดาฟัง

“เอาเถิด พี่เขาอาจจะยังหนุ่มเลยใจร้อนวู่วามไปนิด แต่ถ้าหากมีครั้งหน้าก็เห็นทีว่าพ่อก็คงจะต้องตักเตือนเขาเสียหน่อยแล้ว”

“เจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นลูกขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”

“ไปเถิด” ผู้เป็นบิดามองตามร่างบางของบุตรสาวเพียงคนเดียวของตนอย่างครุ่นคิด ด้วยความสัตย์จริงแล้วเขาก็นึกถูกใจหยูคนน้องอยู่ไม่น้อย ด้วยเพราะเห็นมาตั้งแต่ยังเล็กๆ

เมื่อตอนที่ตระกูลหยูย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้นั้น หยูฮูหยินก็พึ่งจะคลอดหยูคนน้องได้เพียงหกเดือน ก่อนที่ฮูหยินของเขาจะคลอดบุตรสาวออกมา เด็กทั้งสองจึงเติบโตมาด้วยกัน และอาจจะเป็นเพราะทั้งคู่อยู่ในวัยใกล้เคียงกัน จึงทำให้สนิทสนมกันมากกว่าหยูคนพี่ที่มีอายุมากกว่าถึงสามปี แต่โชคชะตาก็มักจะเล่นตลกเสมอ เมื่อวันหนึ่งฝ่ายนั้นได้มาขอหมายหมั้นจับจองให้บุตรีของเขาไปเป็นสะใภ้ใหญ่หลังจากปักปิ่น เขาจึงได้แต่นึกเสียดาย ด้วยตนนั้นเป็นฝ่ายหญิงจะให้ชี้ชัดเลือกเอาราวกับซื้อของเห็นทีคงจะไม่เหมาะ อีกทั้งเด็กทั้งสองก็ยังเล็กนักยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ก็คงจะต้องปล่อยให้เป็นไปตามวาสนาของทั้งคู่แล้ว หากด้ายแดงของทั้งสองผูกติดกันเอาไว้แล้ว เขาก็เชื่อเหลือเกินว่าคงจะไม่แคล้วกันไปได้หรอก

“เป็นยังไงบ้างเจ้าคะ”

“อร่อย อร่อยมากๆเลย เจ้าเก่งจริงๆฮวาเอ๋อร์ อัจฉริยะมากๆ” เด็กหนุ่มเอ่ยชมอย่างจริงใจ ด้วยอาหารฝีมือของนางนั้น รสดีเสียยิ่งกว่าอาหารในภัตตาคารหรือเหลาอาหารชื่อดังทั้งหลายที่มีอยู่ทั่วเมืองหนานอันเสียอีก ไหนจะความเก่งกาจของนางที่หากแค่ได้ลองชิมอาหารชนิดใด นางก็สามารถแกะสูตรออกมาทำได้ แถมยังสามารถปรุงออกมาให้รสดีกว่าของที่เป็นตัวอย่างเสียอีกด้วยซ้ำ อย่างนี้จะไม่เรียกว่าอัจฉริยะทางการทำอาหารได้เยี่ยงไร

“พี่หนานถัง ชมข้าเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้น ข้าฝากไปให้ท่านลุงท่านป้ากับ..เอ่อ..พี่จ้าวเหอหน่อยได้มั้ยเจ้าคะ” เมื่อเห็นนัยน์ตาหวานของชายหนุ่มมีประกายขุ่นข้องขึ้นมา เด็กสาวจึงกล่าวคำอย่างตะกุกตะกัก ด้วยกังวลว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะโกรธเคืองตนที่ใช้งานเขา

“ดีจริง ขนาดพี่ใหญ่ทำเจ้าเจ็บไปหลายวัน เจ้าก็ยังไม่วายคิดถึงเขา ก็ดี งั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก เอามาสิ ข้าจะส่งให้ถึงมือของพี่ใหญ่เเน่ วางใจเถิดว่าที่พี่สะใภ้” พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงคนสนิทให้รอรับกับข้าวที่นางจะฝากไปให้คนที่บ้านของเขา

“มีคนฝากของมาให้ท่าน” หยูจ้าวเหอละสายตาจากตำราการค้าที่อ่านอยู่ หันมามองกล่องไม้ใส่กับข้าวที่น้องชายของตนนำมาวางให้ตรงหน้า ใช้มือที่ว่างจากการถือหนังสือเปิดฝาที่ปิดอยู่ออกจึงเห็นว่าเป็นกับข้าวที่กำลังร้อนๆส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายยิ่งนัก

“ใครฝากมา” เอ่ยถามโดยไม่หันไปมองใบหน้าบูดเบี้ยวนั้น

“ว่าที่คู่หมั้นของท่านไงล่ะ” เสียงคนพูดช่างกระแทกกระทั้นยิ่งนัก

“ขนาดท่านทำนางเจ็บ นางก็ยังคงนึกถึงท่าน ช่างเป็นคู่หมายที่ดีเสียจริง”

“เอากลับไป ข้าไม่อยากกิน” ชายหนุ่มปิดฝากลับคืนอย่างเก่าก่อนจะหันไปสนใจตำราในมือของตนต่อ

“พี่ใหญ่ นางอุตส่าห์ฝากมาให้ท่าน แล้วไหนจะข้าที่ต้องหิ้วมาอีก ท่านจะไม่กินเพื่อรักษาน้ำใจนางสักหน่อยเชียวหรือ”

“หากเจ้าอยากกินก็เอาไปกินเสีย แต่ข้าไม่อยากกินและไม่ชอบกินด้วย” เขาเอ่ยก่อนจะขยับกายลุกขึ้นเดินจากไป ปล่อยผู้เป็นน้องชายนั่งมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจอยู่เพียงผู้เดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel