บท
ตั้งค่า

ตอนที่1 หมอกรัก 1

เจ้าอยากจะเดินดูอะไรเป็นพิเศษหรือไม่” หยูจ้าวเหอหันมาเอ่ยถามเด็กสาวที่อยู่ด้านหลังของตนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย วันนี้เขาถูกบิดาสั่งให้พาจางหย่าฮวาออกมาเดินเที่ยวเพื่อสร้างความสนิทสนมต่อกันให้มากขึ้น ซึ่งชายหนุ่มแสนจะเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่อาจจะขัดคำของบิดาได้ จึงต้องออกมาทั้งๆที่อารมณ์ขุ่นมัวเช่นนี้ ส่วนใหญ่เขาชอบการนั่งอ่านหนังสือเงียบๆอยู่ผู้เดียวมากกว่าการที่จะมาเดินเที่ยวเล่นไร้สาระผลาญเวลาทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ อีกอย่างอาจจะเป็นเพราะว่าเขานั้นเป็นพี่ชายคนโตที่จะต้องทำหน้าที่สืบสกุล จึงถูกปลูกฝังให้ตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรียนเพื่อสืบทอดกิจการต่างๆของตระกูล เขาจึงไม่เคยชอบวิ่งเล่นไปวันๆดั่งผู้เป็นน้องชาย

“แล้วแต่พี่จ้าวเหอเลยเจ้าค่ะ ฮวาเอ๋อร์ยังไงก็ได้เจ้าค่ะ” เด็กสาวกล่าวด้วยท่าทีเอียงอายเล็กน้อย ยามนี้นางมีอายุถึงสิบสามปีย่างสิบสี่แล้ว อีกเพียงไม่ถึงสองปีก็จะถึงวัยปักปิ่น หลังจากนั้นก็จะเป็นเวลาของการออกเรือน สองตากลมโตแอบเหลือบมองร่างหนาที่อยู่ตรงหน้า หยูจ้าวเหอนั้นปีนี้อายุสิบหกย่างสิบเจ็ดแล้ว จากเด็กหนุ่มในวันวานกลับกลายมาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายหล่อเหลา ดวงตาคมดุสะกดใจท่วงท่าการเดินเหินก็ดูสุขุมสุภาพ และด้วยท่าทางเคร่งขรึมที่เขามักจะแสดงออกมานั้น มีเสน่ห์อย่างเหลือล้นจนหญิงสาวทั้งตลาดต่างก็พากันเหลียวหลังมองกันอย่างสนอกสนใจ มีใครบ้างที่ไม่ชื่นชอบคุณชายใหญ่สกุลหยู ชื่อเสียงความรูปงามทั้งยังขยันใฝ่เรียนโด่งดังไปทั่วทั้งเมือง หากไม่ติดเรื่องที่ว่าเขามีคู่หมายอยู่แล้ว คาดว่าป่านฉะนี้ ผ้าเช็ดหน้าคงจะถูกโปรยลงมาอย่างกับห่าฝนเป็นแน่

“ถ้าอย่างนั้น ก็เดินไปเรื่อยๆก็แล้วกัน” ชายหนุ่มกล่าวออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะก้าวเดินนำห่างออกไป เขาเบื่อหน่ายเด็กสาวผู้นี้ยิ่งนักหากมิใช่เพราะคำสั่งของบิดา จ้างให้เขาก็ไม่มีวันพานางออกมาเด็ดขาด ไม่ว่าสิ่งใดก็มักจะตามใจเขาอยู่เสมออย่างกับว่านางคิดสิ่งใดเองไม่เป็น อีกทั้งท่าทางนุ่มนิ่มเป็นกุลสตรีเยี่ยงนั้นช่างขัดกับสายตาของเขาเสียเหลือเกิน คาดว่าหากแต่งงานอยู่กินกันไปเกิดวันหนึ่งเขาอยากจะผายลมก็คงจะต้องเอ่ยขออนุญาตกันเสียก่อนกระมัง!!

“พี่จ้าวเหอ คอยด้วยเจ้าค่ะ” จางหย่าฮวารีบสาวเท้าเดินตามชายหนุ่มไปพร้อมทั้งเร่งความเร็วของฝีเท้ามากขึ้น เมื่อจู่ๆชายหนุ่มก็ก้าวเดินหนีจากนางอย่างรวดเร็วราวกับว่ากำลังอารมณ์เสีย เด็กสาวเฝ้าครุ่นคิดอย่างไม่สบายใจ ด้วยไม่รู้ว่านางได้พูดหรือทำสิ่งใดให้คนตรงหน้าไม่พอใจหรือไม่ ถึงได้เดินหนีกันไปอย่างนี้ ‘เกิดเป็นสตรีต้องมองหน้าสามีก่อนจะเอ่ยสิ่งใด’ ประโยคสอนหญิงที่มีมาแต่โบราณ นางก็พยายามทำตามอย่างไม่บกพร่อง แล้วใยเขาจึงต้องไม่พอใจด้วย

“ว้าย ขอโทษเจ้าค่ะ” ด้วยเพราะกำลังพะวงครุ่นคิดอยู่ ทั้งอารามรีบร้อนจึงทำให้นางชนเข้ากับชายผู้หนึ่งเข้าอย่างจัง ร่างบางของเด็กสาวผงะหงายจนเกือบจะล้มลง หากไม่ได้วงแขนแข็งแรงที่รวบเอวแล้วดึงให้นางซบเข้ากับอกแกร่งแทนการหงายหลัง

“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงที่เอ่ยถามติดทุ้มแต่ก็ออกห้าวอย่างเด็กที่กำลังแตกเนื้อหนุ่ม ทำให้นางเงยขึ้นมองหน้าเจ้าของอกแกร่งที่ตนซบอยู่ ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างยินดี

“พี่หนานถัง” เจ้าของอกแกร่งนั้นก็คือคุณชายน้อยหยูหนานถัง เด็กหนุ่มในยามนี้ที่เริ่มเติบโตขึ้นมากกว่าแต่ก่อน มือไม้แขนขาที่ยาวขึ้นพร้อมๆกับส่วนสูงที่เกือบจะเทียบเท่ากับผู้เป็นพี่ชายเลยทีเดียว อีกทั้งใบหน้าที่เริ่มส่อเค้าว่าจะหล่อเหลาไม่แพ้กันเลยแม้แต่น้อย หากทั้งคู่มายืนเทียบเคียงกัน ใบหน้าคมคายของหยูจ้าวเหออาจจะถึงกับพ่ายแพ้ให้กับความหล่อคมที่มาพร้อมกับนัยน์ตาขี้เล่นของน้องชายผู้นี้เลยทีเดียว

อาจจะเป็นเพราะหยูจ้าวเหอนั้นได้ความคมเข้มมาจากผู้เป็นบิดาถึงแปดในสิบส่วน แต่หยูหนานถังนั้นกลับได้ทั้งความคมเข้มของบิดาและสวยหวานมาจากมารดา ที่เคยติดอับดับสาวงามอันดับหนึ่งของแคว้น มาอย่างละครึ่ง จึงได้กลายมาเป็นคุณชายน้อยตระกูลหยูที่หล่อเหลาปนสวยหวาน บาดใจสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งเมืองดังเช่นในขณะนี้

“เดินใจลอยไปถึงไหนกัน ฮึ ฮวาเอ๋อร์ หากล้มลงไปจนเจ็บตัวขึ้นมาจะทำยังไง” เขาก้มลงถามนางที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะเห็นคนที่กำลังปิดบังความคิดก้มหน้าลงจนจมูกเล็กชนเข้ากับอกของเขาอีกครั้ง

“ข้าเปล่าใจลอยนะเจ้าคะ”

“หนานถัง!!” เสียงทุ้มเรียกออกมาดังราวกับตะคอกของผู้เป็นพี่ชาย ทำให้ทั้งคู่หยุดบทสนทนาก่อนจะพากันหันมองไปยังต้นเสียงที่เดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาหา

“พี่ใหญ่ มาด้วยหรือ” คำถามที่ออกมาจากปากของเขา ราวกับจะไปกระตุ้นให้พี่ชายของตนเกิดโทสะมากขึ้น

“สองตามัวแต่มองสิ่งใดอยู่ ถึงไม่เห็นว่าข้าก็มาด้วย” ยิ่งเห็นร่างบางของคู่หมายของตนยังค้างอยู่ในอ้อมอกของน้องชาย สองตาคู่คมก็วาววับออกมา

“โอ้ยย!” เสียงหวานร้องออกมาเบาๆ เมื่อถูกจับดึงข้อมือเล็กและกระชากนางออกมาอย่างไม่ออมแรง

“ฮวาเอ๋อร์! พี่ใหญ่ใยท่านต้องทำรุนแรงกับนางด้วย ไม่เห็นหรือว่านางเจ็บ” หยูหนานถังกล่าวออกมาทั้งยังจ้องหน้าพี่ชายเขม็งอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นการกระทำของเขาต่อเด็กสาวที่เป็นว่าที่พี่สะใภ้ของตน

“ก็เพื่อเป็นการเตือนสติอย่างไรเล่า เป็นสาวเป็นนางทั้งยังมีคู่หมายแล้ว กลับไปสวมกอดชายอื่นกลางตลาดเช่นนี้ จะให้ข้าเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” กล่าวพลางสะบัดทิ้งมือเล็ก จนเด็กสาวต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกเจ็บตรงข้อมือที่ถูกคู่หมายของตนกุมลงมาอย่างไม่ออมแรง

“แต่ท่านก็ไม่ควรทำให้นางเจ็บเช่นนี้” นัยน์ตาขี้เล่นเปลี่ยนเป็นดุดันเมื่อเหลือบเห็นข้อมือเล็กที่มีรอยแดงช้ำ

“อีกอย่าง ข้าเป็นเพื่อนเล่นกับนางมาตั้งแต่เล็ก หาใช่คนอื่นไกล และที่ข้าโอบนางไว้นั้น ก็เพื่อช่วยให้นางไม่ต้องหกล้มลงไปจนต้องเจ็บตัว แต่ไม่นึกว่าคนที่เป็นคู่หมายอย่างท่าน กลับเป็นคนที่ทำให้นางต้องเจ็บเสียเอง มากับข้าเถิดฮวาเอ๋อร์” เด็กหนุ่มที่ร่างสูงใหญ่ไม่แพ้พี่ฉวยเอาข้อมือข้างที่ไม่มีรอยช้ำของเพื่อนของตน ดึงให้เดินตามเขามาอีกทางอย่างไม่ใส่ใจพี่ชายที่เอ่ยเรียก

“เดี๋ยว เจ้าจะพานางไปไหน นางมากับข้าก็ต้องกลับกับข้านะ หนานถัง หยุดเดี๋ยวนี้” เมื่อเห็นว่าเรียกไปน้องชายของตนก็ไม่สนใจ เขาจึงหันหลังเดินหนีไปอีกทางอย่างหงุดหงิด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel