บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 จูบลงโทษปิดปาก

เศษกระดาษสัญญาร่วมทุนที่ขาดวิ่นยังไม่ทันร่วงหล่นแตะพื้นกระเบื้องจนครบทุกแผ่น ฝ่ามือหนากร้านของจ้าวลี่เฉิงก็พุ่งออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของซ่งอวี้หลานแล้วออกแรงกระตุกเพียงครั้งเดียว ร่างโปร่งระหงภายใต้เสื้อโค้ทตัวใหญ่ก็ปลิวหวือเข้ามาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างอย่างจัง

กู้สือเยวียนชะงักค้างเมื่อเห็นอดีตคู่หมั้นถูกรวบตัวไปอยู่ในวงแขนของมหาเศรษฐีหน้าใหม่ ชายหนุ่มตระกูลผู้ดีขยับเท้าเตรียมจะก้าวเข้าไปแย่งชิงตัวซ่งอวี้หลานกลับมา

ทว่าสายตาอำมหิตราวกับเพชฌฆาตของจ้าวลี่เฉิงที่ตวัดมองมากลับทำให้ขาสองข้างของกู้สือเยวียนแข็งทื่อจนก้าวไม่ออก

จ้าวลี่เฉิงไม่เสียเวลายืนเสวนากับคนไร้ค่าอีกต่อไป ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงซ่งอวี้หลานให้เดินตามก้าวยาวๆ ของเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัททันที ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของถังซินหรูและพนักงานทั้งแผนกที่ยืนกลั้นหายใจมองตาม

บานประตูไม้เนื้อแข็งถูกเหวี่ยงปิดลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงนิ้วแกร่งที่กดสับกลอนประตูเหล็กจากด้านในดังคลิก กักขังคนทั้งคู่ไว้ในพื้นที่ส่วนตัวและตัดขาดจากสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนภายนอกอย่างสมบูรณ์

ซ่งอวี้หลานออกแรงสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมทันที หญิงสาวก้าวถอยหลังไปสองก้าวเพื่อรักษาระยะห่างปลอดภัย จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่กลางห้อง

แม้จะถูกลากเข้ามาขังไว้ในห้องปิดตายกับเจ้านายที่กำลังโกรธจัด แต่ใบหน้าสวยหวานของซ่งอวี้หลานก็ยังคงเรียบสนิทไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก หญิงสาวยกมือขึ้นจัดปกเสื้อโค้ทกำมะหยี่สีดำบนไหล่ให้กลับเข้าที่อย่างใจเย็น

"ประธานจ้าวแสดงอำนาจฉีกสัญญาพันธมิตรทิ้งแบบนั้น ไม่กลัวบริษัทการค้าติ้งเฉิงจะขาดทุนหรือคะ" ซ่งอวี้หลานเอ่ยถามทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ดูเหมือนคุณจะทำให้ลูกค้าคนสำคัญขวัญหนีดีฝ่อจนหน้าซีดไปหมดแล้วนะคะ"

จ้าวลี่เฉิงล้วงมือข้างหนึ่งซุกในกระเป๋ากางเกงสแล็ค ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้าประชิดตัวคนดื้อรั้นอย่างเชื่องช้า รังสีความกดดันและโทสะที่ยังไม่มอดดับแผ่กระจายออกมาจนครอบงำพื้นที่ทุกตารางนิ้วในห้องทำงาน

"เป็นห่วงความรู้สึกของอดีตคู่หมั้นมากนักหรือไง ซ่งอวี้หลาน" จ้าวลี่เฉิงกดเสียงต่ำถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"พอเห็นมันเดินเข้ามาเสนอเงินห้าหมื่นหยวนให้หน่อย ก็ลืมไปแล้วสินะว่าตอนนี้ตัวเองเซ็นสัญญาเป็นคนของใครอยู่"

"ฉันยังความจำดีอยู่ค่ะ และจำได้แม่นยำด้วยว่ากู้สือเยวียนเป็นฝ่ายยื่นมือมาคว้าแขนฉันเอง" ซ่งอวี้หลานช้อนตากลมโตขึ้นสบตากับเขาตรงๆ

"อีกอย่าง ถึงฉันจะเป็นลูกหนี้ที่ต้องทำงานขัดดอกให้คุณ แต่ฉันก็มีสิทธิ์ปฏิเสธผู้ชายหน้าไหนก็ตามที่คิดจะมาล่วงเกินฉันด้วยตัวเองค่ะ"

สันกรามคมของจ้าวลี่เฉิงขบเข้าหากันแน่น แววตาดุดันวูบไหวไปด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านที่ผู้หญิงตรงหน้าเอาแต่ขีดเส้นแบ่งเขตแดนใส่เขา ทั้งที่เมื่อครู่เขาเพิ่งยอมฉีกสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลทิ้งเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีให้เธอแท้ๆ

"ปากเก่งแบบนี้ค่อยสมเป็นคุณหนูตระกูลซ่งหน่อย" จ้าวลี่เฉิงโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอเพียงไม่กี่คืบ

"งั้นก็จำเอาไว้ให้แม่นๆ ด้วยว่า ในบริษัทแห่งนี้หรือแม้แต่ในเมืองปักกิ่ง คนเดียวที่มีสิทธิ์แตะต้องตัวเธอได้ มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น"

ซ่งอวี้หลานเบือนหน้าหนีลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดพวงแก้ม หญิงสาวขยับเท้าเตรียมจะก้าวเบี่ยงตัวหลบออกไปทางด้านข้างเพื่อหลีกหนีบรรยากาศคุกคามที่ชวนให้อึดอัด

ทว่าจ้าวลี่เฉิงกลับอ่านทางออกและขยับตัวดักหน้าได้เร็วกว่า ปลายรองเท้าหนังขัดเงาของเขาก้าวเข้ามาชิดติดกับหัวรองเท้าส้นสูงของเธอ พร้อมกับที่ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นเท้าลงบนขอบโต๊ะทำงาน กักขังร่างบางเอาไว้ในวงล้อมระหว่างอกกว้างกับโต๊ะไม้จนไร้ทางหนี

"หมดเวลาเล่นลิ้นเรื่องชู้สาวแล้ว" น้ำเสียงของจ้าวลี่เฉิงเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นและจริงจังขึ้นในพริบตา

"ส่งของที่เธอแอบซ่อนออกมาจากโกดังซินไห่เมื่อคืนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้"

ซ่งอวี้หลานชะงักลมหายใจไปในทันที ก่อนจะรีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดอกทับเสื้อโค้ทตัวใหญ่เพื่อปกปิดสิ่งของด้านในโดยสัญชาตญาณ

"ฉันไม่เข้าใจว่าประธานจ้าวกำลังพูดถึงของชิ้นไหนคะ" ซ่งอวี้หลานตีหน้าซื่อตอบกลับเสียงเรียบ

"กล่องเหล็กใบนั้นลูกน้องของสวี่เค่อก็แย่งไปจากมือฉันตั้งแต่ที่หน้าประตูโกดังแล้ว ถ้าคุณอยากตรวจดูใบเสร็จเก่าๆ พวกนั้น ก็ออกไปสั่งให้เขานำเข้ามาให้ดูสิคะ"

"คิดว่าตบตาคนโง่อย่างสวี่เค่อได้ แล้วจะตบตาฉันได้หรือไง ซ่งอวี้หลาน" จ้าวลี่เฉิงหรี่ตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย

"คนฉลาดอย่างเธอไม่มีทางยอมยืนถือกล่องเหล็กที่มีหลักฐานสำคัญรอให้ศัตรูมาแย่งไปง่ายๆ แน่ ส่งสมุดบัญชีเล่มจริงที่เธอซ่อนไว้ออกมา"

"ถึงฉันจะเจอสมุดบัญชีของบริษัทพ่อฉันในโกดังของคุณจริง มันก็คือทรัพย์สินโดยชอบธรรมของตระกูลซ่งค่ะ" ซ่งอวี้หลานเชิดปลายคางขึ้นท้าทาย

"ฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องส่งมอบหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิต ให้กับเจ้าหนี้ที่จ้องจะฮุบทุกอย่างของครอบครัวฉันหรอกนะคะ"

"เธอคิดว่าลำพังผู้หญิงตัวคนเดียวที่ไม่มีทั้งเงินและอำนาจในมือ จะเอาสมุดบัญชีเก่าๆ เล่มเดียวไปงัดข้อกับพวกคนที่จัดฉากทำลายพ่อของเธอได้หรือไง" จ้าวลี่เฉิงเค้นเสียงดุดันลอดไรฟัน

"ส่งมันมาให้ฉันจัดการ ก่อนที่พวกคนของตระกูลถังจะรู้ตัวว่าของจริงอยู่ที่เธอ แล้วส่งคนมาฆ่าปิดปากเธอทิ้ง"

"ให้คุณจัดการอย่างนั้นหรือคะ" ซ่งอวี้หลานแค่นยิ้มเยาะที่มุมปาก แววตาฉายความหวาดระแวงอย่างไม่ปิดบัง

"ผู้จัดการถังซินหรูเที่ยวป่าวประกาศไปทั่วออฟฟิศว่าตระกูลถังคือผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงคุณมา ฉันจะมั่นใจได้ยังไงคะว่าถ้าส่งสมุดบัญชีให้คุณแล้ว คุณจะไม่เอาไปทำลายทิ้งเพื่อปกป้องคนของตัวเอง"

คำพูดกล่าวหาที่ผลักไสให้เขาไปอยู่ฝั่งเดียวกับศัตรู ทำให้เส้นความอดทนของจ้าวลี่เฉิงขาดผึงลงทันที

"ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง ฉันก็คงต้องลงมือค้นเอาเอง"

จ้าวลี่เฉิงละมือขวาออกจากขอบโต๊ะแล้วคว้าหมับเข้าที่สาบเสื้อโค้ทกำมะหยี่สีดำบนไหล่ของเธอทันที ซ่งอวี้หลานเบิกตากว้าง หญิงสาวพยายามยกมือขึ้นตะปบข้อมือแกร่งและออกแรงผลักแผงอกของเขาให้ถอยห่าง

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ จ้าวลี่เฉิง คุณไม่มีสิทธิ์มาค้นตัวฉันแบบนี้นะ" ซ่งอวี้หลานเรียกชื่อเต็มของเขาด้วยความโกรธจัดพลางดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง

แต่เรี่ยวแรงของคุณหนูผู้บอบบางหรือจะสู้พละกำลังของชายฉกรรจ์ที่ผ่านการต่อสู้ในโลกมืดมาอย่างโชกโชนได้ จ้าวลี่เฉิงใช้มือซ้ายรวบข้อมือบางทั้งสองข้างของซ่งอวี้หลานกดตรึงไว้กับขอบโต๊ะไม้ด้านหลัง ก่อนจะสอดมือขวาที่ว่างอยู่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าลับด้านในเสื้อโค้ทของตัวเองที่เขารู้ตำแหน่งเป็นอย่างดี

เพียงชั่วพริบตาปลายนิ้วเรียวยาวของเขาก็ดึงสมุดบัญชีปกสีเทาเล่มบางที่ซ่อนอยู่ออกมาได้สำเร็จ ชายหนุ่มโยนสมุดบัญชีเล่มนั้นไปวางไว้บนโต๊ะทำงานด้านหลังโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง

"เอาสมุดบัญชีของพ่อฉันคืนมานะ คุณมันคนฉวยโอกาสไร้ศักดิ์ศรี" ซ่งอวี้หลานเม้มปากแน่น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้นที่ถูกแย่งชิงเบาะแสชิ้นเดียวไปต่อหน้าต่อตา

จ้าวลี่เฉิงหลุบตามองริมฝีปากสีระเรื่อที่กำลังพ่นคำด่าทอและตราหน้าว่าเขาเป็นคนเลวไม่หยุดหย่อน ความหึงหวงจากเหตุการณ์หน้าห้องเมื่อครู่ผสมปนเปกับความโมโหที่คนตัวเล็กไม่เคยมองเห็นความหวังดีของเขาเลยแม้แต่น้อย

"ฉันใช้สิทธิ์ของเจ้าหนี้ที่จ่ายเงินห้าหมื่นหยวนซื้อชีวิตเธอมาต่างหาก" จ้าวลี่เฉิงกดเสียงต่ำพร่า

ชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้ซ่งอวี้หลานได้อ้าปากเถียงอีกต่อไป มือหนากร้านเลื่อนขึ้นไปจับประคองท้ายทอยทุยของหญิงสาวตรึงไว้แน่น ก่อนจะโน้มใบหน้าลงประกบริมฝีปากร้อนผ่าวเข้ากับเรียวปากบางอย่างดุดัน

ซ่งอวี้หลานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สัมผัสหนักหน่วงที่ทาบทับลงมาเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและการลงโทษเพื่อปราบพยศคนดื้อรั้น

หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนีและออกแรงบิดข้อมือที่ถูกตรึงไว้ แต่ร่างสูงใหญ่กลับขยับเบียดแทรกเข้ามาจนแผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับขอบโต๊ะไม้

จ้าวลี่เฉิงบดจูบลงโทษอย่างลึกซึ้งและเรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลบเลือนเรื่องของอดีตคู่หมั้นออกไปจากสมองของเธอ และประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเด็ดขาดว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

ทั้งชีวิตและลมหายใจของซ่งอวี้หลานเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel