บทที่ 4 เสื้อโค้ทของมาเฟีย
ซ่งอวี้หลานลดมือที่เพิ่งออกแรงดึงมือจับประตูเหล็กลงข้างลำตัวอย่างเชื่องช้า ความมืดมิดภายในโกดังซินไห่กลืนกินพื้นที่ทุกตารางนิ้วหลังจากคัตเอาต์ไฟด้านนอกถูกสับลง
หญิงสาวถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เธอไม่คิดจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือหรือทุบประตูให้เสียแรงเปล่า เพราะรู้ดีว่าคนของถังซินหรูตั้งใจขังลืมเธอไว้ในสถานที่รกร้างแห่งนี้จนถึงเช้า
ซ่งอวี้หลานหมุนตัวหันหลังให้บานประตูที่ปิดตาย หญิงสาวก้าวเดินคลำทางกลับไปที่โต๊ะไม้เก่าๆ มุมห้องเพื่อหยิบกล่องข้าวที่หลินเซี่ยวมอบให้มาเปิดทานรองท้องท่ามกลางความมืด
ยังไม่ทันที่ซ่งอวี้หลานจะได้ก้าวไปถึงโต๊ะ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตด้านนอกก็ดังขึ้นจากทางฝั่งช่องลมระบายอากาศด้านหลังโกดัง
หญิงสาวชะงักฝีเท้าทันที เธอขยับตัวหลบเข้าหลังกองลังไม้ขนาดใหญ่พลางเพ่งสายตามองฝ่าความมืดไปยังช่องลมเหล็กดัดที่อยู่สูงขึ้นไปบนผนัง
ลำแสงสีขาวจากกระบอกไฟฉายสว่างวาบลอดผ่านซี่ลูกกรงเหล็กเข้ามาด้านในหนึ่งครั้ง เงาร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งหยุดยืนอยู่ด้านนอกช่องลม ก่อนที่เขาจะหย่อนสิ่งของบางอย่างทิ้งลงมาบนกองลังไม้ที่ตั้งชิดกำแพงด้านใน
เสียงวัตถุเนื้อนุ่มและโลหะกระทบฝาลังไม้ดังตุบ ชายปริศนาคนนั้นไม่เอ่ยคำพูดใดๆ ทันทีที่ส่งของเสร็จ เสียงฝีเท้าหนักแน่นของเขาก็ก้าวเดินห่างออกไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
ซ่งอวี้หลานรอจนแน่ใจว่าด้านนอกเงียบสนิทแล้ว จึงค่อยๆ ก้าวออกจากที่ซ่อนและเดินเข้าไปตรวจสอบสิ่งของบนลังไม้ใต้ช่องลม
แสงจันทร์สีนวลที่ส่องลอดผ่านรอยแยกของแผ่นสังกะสีมุงหลังคาลงมา เผยให้เห็นไฟฉายกระบอกเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศวางคู่อยู่กับเสื้อโค้ทกันหนาวบุกำมะหยี่เนื้อหนาสีดำสนิทที่ถูกพับไว้อย่างเป็นระเบียบ
ซ่งอวี้หลานหยิบเสื้อโค้ทตัวใหญ่ขึ้นมาคลี่ออกสวมทับลงบนไหล่ที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ ทันทีที่สาบเสื้อโอบล้อมร่างกาย กลิ่นน้ำหอมตะวันตกเจือกลิ่นยาสูบจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของจ้าวลี่เฉิงก็ลอยขึ้นมาแตะจมูก
ไม่มีลูกน้องคนไหนในบริษัทการค้าติ้งเฉิงกล้าขโมยเสื้อโค้ทส่วนตัวของประธานบริษัทมาให้เธอโดยพลการแน่ ซ่งอวี้หลานรู้ได้ทันทีว่านี่คือคำสั่งลับของจ้าวลี่เฉิง ผู้ชายที่แสร้งทำเป็นสั่งลงโทษเธออย่างเลือดเย็นต่อหน้าถังซินหรู แต่กลับส่งคนให้นำเสื้อกันหนาวและไฟฉายมาส่งให้ถึงโกดังชานเมือง
ไออุ่นที่หลงเหลืออยู่บนเนื้อผ้ากำมะหยี่ชั้นดีค่อยๆ ขับไล่ความหนาวเหน็บออกไปจากผิวกาย ซ่งอวี้หลานกระชับสาบเสื้อโค้ทตัวหนาเข้าหากัน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระบอกไฟฉายมากดเปิดสวิตช์
ลำแสงสว่างจ้าสาดกระทบกองลังสินค้าที่วางซ้อนกันอยู่ลึกสุดของโถงโกดัง ซ่งอวี้หลานกวาดไฟฉายสำรวจไปรอบๆ จนกระทั่งสายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับลังไม้เก่าใบหนึ่งที่ซุกอยู่ด้านในสุด
ฝุ่นหนาเตอะบนฝาลังไม้ใบนั้นมีร่องรอยคล้ายเพิ่งถูกมือคนปัดกวาดออกไปอย่างลวกๆ ซ่งอวี้หลานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้แล้วใช้ปลายกระบอกไฟฉายดันฝาลังที่ตอกตะปูไว้หลวมๆ ให้เปิดแง้มออก
ด้านในลังไม้ไม่ได้บรรจุเครื่องกระเบื้องเซรามิกตามป้ายที่ติดระบุไว้ข้างกล่อง แต่กลับเต็มไปด้วยเศษผ้าขี้ริ้วเก่าๆ ที่ถูกยัดสุมกันไว้เพื่ออำพรางบางสิ่ง
ซ่งอวี้หลานใช้มือคุ้ยเศษผ้าพวกนั้นออก จนพบเข้ากับกล่องเหล็กเก็บเอกสารสีเทาขนาดกะทัดรัดที่ไม่ได้คล้องแม่กุญแจล็อกไว้
หญิงสาวดึงกล่องเหล็กออกมาวางบนลังไม้แล้วเปิดฝาออก ด้านในมีแฟ้มเอกสารสีเทาที่บรรจุแผ่นกระดาษบัญชีสีเหลืองหลายสิบแผ่นซ่อนอยู่
ซ่งอวี้หลานหนีบกระบอกไฟฉายไว้ใต้รักแร้ แล้วใช้สองมือคลี่แผ่นกระดาษเหล่านั้นออกอ่านทีละหน้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นตราประทับของบริษัทการค้าตระกูลซ่งปรากฏอยู่บนหัวกระดาษ
ตัวเลขในตารางระบุรายการโอนย้ายเงินทุนหมุนเวียนจำนวนหลายหมื่นหยวนออกไปยังบัญชีธนาคารนิรนามในฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงสามเดือนก่อนที่บริษัทของพ่อเธอจะถูกธนาคารสั่งฟ้องล้มละลาย
ลายเซ็นอนุมัติการสั่งจ่ายเงินด้านล่างสุดถูกปลอมแปลงให้คล้ายกับลายมือของซ่งฉีหมิง แต่รอยตวัดหางตัวอักษรกลับมีลักษณะเฉียงขึ้นซึ่งไม่ใช่ความเคยชินของพ่อเธอ
การล้มละลายของตระกูลซ่งไม่ใช่ความผิดพลาดจากการลงทุนตามที่ศาลระบุ แต่มีหนอนบ่อนไส้ข้างกายพ่อของเธอจงใจยักยอกเงินสดออกไปจนหมดบริษัท แล้วโยนภาระหนี้สินห้าหมื่นหยวนทิ้งไว้ให้ตระกูลซ่งรับเคราะห์แทน
ซ่งอวี้หลานขบเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธแค้นแล่นพล่านขึ้นมาจุกอยู่ในอก เธอไม่คาดคิดเลยว่าหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะใช้ล้างมลทินให้พ่อของเธอ จะถูกนำมาซุกซ่อนไว้ในโกดังสินค้าของบริษัทการค้าติ้งเฉิงแห่งนี้
หญิงสาวพับแผ่นกระดาษบัญชีทั้งหมดเก็บเข้าแฟ้มสีเทาแล้วใส่กลับลงไปในกล่องเหล็กตามเดิม เธอกอดกล่องเหล็กแนบอกไว้แน่นใต้เสื้อโค้ทกำมะหยี่ตัวหนาของจ้าวลี่เฉิง
ซ่งอวี้หลานกดปิดสวิตช์ไฟฉายเพื่อประหยัดถ่าน แล้วทรุดตัวลงนั่งพิงลังไม้ในมุมมืด หญิงสาวนั่งนับเวลาผ่านไปทีละชั่วโมงโดยไม่ยอมหลับตาลงแม้แต่วินาทีเดียว
เวลาล่วงเลยไปจนถึงรุ่งสาง แสงสีขาวหม่นของเช้าวันใหม่เริ่มส่องลอดช่องลมเข้ามาด้านใน พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดังแกรกที่หน้าประตูโกดัง
ซ่งอวี้หลานผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที หญิงสาวซ่อนไฟฉายไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ท ขณะที่มือข้างหนึ่งถือกล่องเหล็กสีเทาไว้แน่น
บานประตูเหล็กขนาดใหญ่ถูกดึงเลื่อนเปิดออกกว้าง ลมหนาวเหน็บยามเช้าพัดกรูเข้ามาพร้อมกับการปรากฏตัวของสวี่เค่อและลูกน้องชายฉกรรจ์อีกสองคน
สวี่เค่อก้าวพรวดพราดเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มร้ายกาจ เขาตั้งใจจะมาดูสภาพอันน่าเวทนาของคุณหนูตกอับที่ต้องนอนหนาวสั่นอยู่ในโกดังมืดๆ ตลอดทั้งคืน
ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้รอยยิ้มของสวี่เค่อแข็งค้าง ซ่งอวี้หลานยืนตัวตรงสง่างามอยู่กลางโถงโกดังโดยไม่มีท่าทีอิดโรย แถมบนไหล่ของเธอยังสวมเสื้อโค้ทกำมะหยี่สีดำราคาแพงระยับคลุมทับไว้อีกด้วย
สายตาเจ้าเล่ห์ของสวี่เค่อหลุบลงไปเห็นกล่องเหล็กเก็บเอกสารสีเทาในมือของหญิงสาว ชายฉกรรจ์รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นขึงขังแล้วชี้นิ้วใส่หน้าเธอทันที
"จับหัวขโมยได้คาหนังคาเขาเลยสินะ" สวี่เค่อตวาดเสียงดังลั่นโถงโกดัง
"ฉันคิดไว้ไม่มีผิดว่าคนล้มละลายอย่างเธอต้องแอบเข้ามาขโมยของในโกดังบริษัท"
ซ่งอวี้หลานเลิกคิ้วมองรองผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เช้าตรู่ขนาดนี้ รองผู้จัดการสวี่อุตส่าห์ถ่อมาเปิดประตูโกดังด้วยตัวเองเชียวหรือคะ หรือว่าเมื่อคืนคุณเป็นคนคล้องกุญแจขังฉันไว้ข้างในกันแน่"
สวี่เค่อหน้ากระตุกวูบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน "ยามกะดึกมันสะเพร่าลืมตรวจดูคนก่อนล็อกประตูต่างหาก แต่ดูเหมือนการขังเธอไว้จะทำให้เราเจอหนอนบ่อนไส้ตัวจริงเข้าให้แล้ว"
"หนอนบ่อนไส้เรื่องอะไรคะ" ซ่งอวี้หลานถามกลับหน้าตาย
"ก็กล่องเหล็กในมือเธอนั่นไง" สวี่เค่อก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว
"เธอแอบรื้อค้นเอกสารลับทางการค้าของบริษัทติ้งเฉิง โทษฐานจารกรรมข้อมูลแบบนี้ ฉันส่งเธอเข้าคุกได้สบายๆ เลยนะ ซ่งอวี้หลาน"
"ถ้าฉันตั้งใจจะมาขโมยความลับของบริษัท ฉันคงไม่โง่ยืนถือกล่องรอให้คุณมาเปิดประตูจับหรอกค่ะ" ซ่งอวี้หลานกระชับกล่องเหล็กในมือแน่นขึ้น
"แล้วอีกอย่าง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะที่สมุดบัญชีส่งออกของตระกูลซ่ง กลายมาเป็นความลับทางการค้าของบริษัทติ้งเฉิงไปได้"
ลูกน้องชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนขนาบข้างสวี่เค่อหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อได้ยินคำว่าสมุดบัญชีของตระกูลซ่ง
สีหน้าของสวี่เค่อเปลี่ยนเป็นดำคล้ำขึ้นทันที เขาได้รับคำสั่งจากถังซินหรูให้มาจัดการซ่งอวี้หลาน แต่ไม่รู้มาก่อนว่าในโกดังแห่งนี้จะมีหลักฐานเก่าของตระกูลซ่งซุกซ่อนอยู่ด้วย
"ฉันไม่สนว่าข้างในจะเป็นกระดาษขยะอะไรทั้งนั้น" สวี่เค่อกดเสียงต่ำอย่างคุกคามพลางแบมือออกไปข้างหน้า
"ของทุกชิ้นที่อยู่ในโกดังซินไห่ถือเป็นทรัพย์สินของติ้งเฉิง ส่งกล่องนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้"
"ฉันได้รับคำสั่งโดยตรงจากประธานจ้าวให้มาคัดแยกของในโกดังนี้" ซ่งอวี้หลานเชิดคางขึ้นสบตาศัตรูอย่างไม่เกรงกลัว
"คุณเป็นแค่รองผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ไม่มีสิทธิ์มาสั่งยึดของจากมือเลขาหน้าห้องอย่างฉัน ถ้าอยากได้กล่องใบนี้ ก็ไปพาตัวประธานจ้าวมาเอาเองสิคะ"
"อย่ามาอวดดีกับฉันนะ นังคุณหนูตกอับ" สวี่เค่อหมดความอดทน เขาสะบัดมือสั่งการลูกน้องข้างกายทันที
"พวกแกสองคนเข้าไปแย่งกล่องเหล็กนั่นมา แล้วลากตัวหล่อนกลับไปรับโทษที่บริษัทเดี๋ยวนี้"
ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนพุ่งตัวเข้ามาประกบซ้ายขวาเพื่อปิดทางหนี ซ่งอวี้หลานก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวหลบมือหยาบกร้านที่เอื้อมมาคว้าไหล่ จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับตั้งลังไม้ขนาดใหญ่ด้านหลังอย่างจัง
