บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ผิดแผน - 3

"พอถึงจวนองค์หญิงใหญ่แล้ว เจ้าก็อยู่ห่างจากพวกข้าหน่อย อย่ามาเดินติดอยู่ด้วยกัน ข้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าข้ามีน้องสาวแต่งตัวซอมซ่ออย่างเจ้า"

เซียวจื่อเยวี่ยนไอเบาๆ ครั้งหนึ่ง พลางส่งสายตาปรามเซียวอีเวย แต่อีกฝ่ายกลับไม่คิดจะสนใจ

"ข้าพูดผิดตรงไหน หากนางแต่งตัวเช่นนี้แล้วยังตามติดพวกเราอยู่ รับรองว่าต้องทำให้พวกเราพลอยเสียโอกาสทำความรู้จักกับคุณหนูและคุณชายจากตระกูลอื่นในงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นแน่"

เซียวอวี้หนิงยิ้มบางๆ อย่างอ่อนโยน ท่าทียังคงว่าง่ายและนอบน้อมเช่นเดิม

"พี่สาวทั้งสองวางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องเดือดร้อน"

"เช่นนั้นก็ดี" เซียวอีเวยแค่นเสียงเบาๆ

"หากเจ้าทำให้พวกข้าต้องเสียเรื่องขึ้นมา ก็อย่าหาว่าพวกข้าไม่ไว้หน้าเจ้า"

เซียวอวี้หนิงพยักหน้าอย่างว่าง่าย นางไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเซียวอีเวยแม้แต่น้อย ในใจเอาแต่คิดถึงแผนการที่ต้องลงมือทำในจวนองค์หญิงใหญ่

นี่เป็นครั้งแรกที่นางทำเรื่องเช่นนี้ อีกทั้งยังต้องลงมือในจวนองค์หญิงใหญ่ซึ่งนางไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าต้องเสี่ยงเดิมพันด้วยทุกสิ่งที่มี หากล้มเหลว ก็แทบไม่ต่างอะไรจากการนั่งรอความตาย

เพราะเช่นนั้น นางต้องทำให้สำเร็จ จะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด!

เซียวอวี้หนิงกะพริบตาอย่างสงบนิ่ง ทว่าภายในใจกลับปั่นป่วนรุนแรง มือทั้งสองที่วางอยู่เบื้องหน้าประสานเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะกำแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง

หลังจากนั้น ภายในรถม้าก็ตกอยู่ในความเงียบ ไม่มีผู้ใดเอ่ยปากอีก

ราวครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าก็หยุดลงหน้าจวนองค์หญิงใหญ่ เซียวจื่อเยวี่ยนนำเทียบเชิญมาด้วย เมื่อแจ้งว่าสตรีอีกสองคนที่มาด้วยเป็นน้องสาวของตนแล้ว คนของจวนจึงนำทางทั้งสามไปยังสวนด้านหลัง

เมื่อมาถึงสวน เซียวอีเวยหันไปมองเซียวอวี้หนิง ก่อนเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงบอกให้นางแยกไปทางอื่น

เซียวอวี้หนิงเข้าใจทันที ไม่นานก็เดินแยกออกจากพวกนางไปอีกด้าน และนั่นก็ตรงกับความต้องการของเซียวอวี้หนิงพอดี เมื่อไม่มีเซียวจื่อเยวี่ยนกับเซียวอีเวยคอยขวาง การลงมือของนางย่อมสะดวกขึ้นมาก

ไม่นานนัก ลู่หลินหวยก็มาถึง เขาสวมอาภรณ์สีเขียว รูปลักษณ์และท่วงท่าโดดเด่น ใบหน้าหล่อเหลาราวหยก กิริยาสุภาพสง่างาม เพียงปรากฏตัวก็เรียกสายตาจากผู้คนรอบข้างได้ทันที หลายคนต่างพากันเดินเข้าไปทักทายเขา

เซียวอวี้หนิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสงบนิ่ง ก่อนสบตากับเจียงเอ๋อร์ซึ่งอยู่ในชุดสาวใช้ของจวนองค์หญิงใหญ่ ทันทีที่สายตาประสานกัน ทั้งสองก็กะพริบตาส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ว่าแผนการกำลังดำเนินไปตามที่วางไว้

เจียงเอ๋อร์แต่งหน้าอำพรางโฉม แล้วปะปนอยู่กับเหล่าสาวใช้ที่คอยรินสุราและยกของว่างให้แขก นางอาศัยจังหวะนั้นเข้าใกล้ลู่หลินหวย ก่อนประคองจอกสุราที่เตรียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะ ซึ่งผสมยาสลบเอาไว้ ส่งให้เขาด้วยท่าทางนอบน้อม

จากนั้นเจียงเอ๋อร์ก็ถอยไปยืนด้านข้าง เมื่อเห็นกับตาว่าลู่หลินหวยดื่มสุราจอกนั้นลงไปแล้ว นางก็รีบส่งสัญญาณให้เซียวอวี้หนิงรู้ว่าถึงเวลาแล้ว

เซียวอวี้หนิงตั้งสติ อาศัยจังหวะที่ผู้คนในงานเลี้ยงกำลังพูดคุยหัวเราะกันอย่างครึกครื้น ปลีกตัวออกจากบริเวณนั้นแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องว่างที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้

นางยืนรออยู่ภายในห้องด้วยความกระวนกระวายและตึงเครียด ความรู้สึกมากมายปั่นป่วนอยู่ในใจ จนอดไม่ได้ที่จะเดินวนไปมา

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางทำเรื่องไม่ดี และยังเป็นเรื่องที่เสี่ยงถึงเพียงนี้ ความหวาดหวั่นทำให้นางได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ ขอให้สวรรค์คุ้มครองและช่วยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น

ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก ฟังดูซวนเซไม่มั่นคง จากนั้นไม่นานก็มีใครบางคนชนเข้ากับประตูจนเกิดเสียงทึบดังขึ้น

หัวใจของเซียวอวี้หนิงกระตุกวูบ นางฝืนข่มความหวาดหวั่นและตื่นเต้นเอาไว้ ก่อนก้าวไปยังประตูอย่างมั่นคง นางพยายามฝืนยิ้มออกมา ทว่าทันทีที่เปิดประตูและเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านนอก รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างไปในพริบตา

เซียวอวี้หนิงมองบุรุษแปลกหน้าที่ใช้ข้อศอกยันประตูไว้ ใบหน้าของเขาแดงก่ำอย่างผิดปกติ นางหวาดกลัวจนใจสั่น

"เจ้า...เจ้าเป็นใคร"

บุรุษร่างสูงใหญ่ยืนค้ำอยู่ตรงหน้า ดวงตาดุดันราวกับหมาป่าจับจ้องเซียวอวี้หนิงเขม็ง เขาไม่เอ่ยอะไรสักคำ เพียงยื่นมือผลักนางกลับเข้าไปในห้อง ก่อนตามเข้าไปแล้วปิดประตูดังปัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel