บทที่ 3 ผิดแผน - 1
กลางฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าวจนแทบไม่มีลมพัดผ่าน นกกระจอกสองตัวบินเข้ามาจากนอกเรือน ก่อนจะร่อนลงเกาะบนกิ่งไม้ใต้ร่มเงาไล่เลี่ยกัน
เซียวอวี้หนิงนั่งอยู่ในห้อง มือถือดอกบัวสีชมพูที่เพิ่งเด็ดมาจากสระบัวในเรือน นางตัดแต่งก้านเล็กน้อยแล้วปักลงในแจกัน ภายในนั้นมีดอกบัวสีชมพูอยู่ก่อนแล้วหลายดอก ก้านดอกสอดสลับกันไปมา ดอกบัวแต่ละดอกกำลังเบ่งบานงดงามสดชื่น
สองวันมานี้ เจียงเอ๋อร์ทุ่มเทเวลาไปกับการสืบเรื่องของลู่หลินหวย คุณชายรองแห่งจวนอัครเสนาบดี เขาเป็นผู้มีความรู้แตกฉานในตำรา เติบโตมาในตระกูลที่เคร่งครัด ปกติประพฤติตนอยู่ในกรอบ ไม่เคยมีข่าวพัวพันเชิงชู้สาวกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์คนใดในเมืองหลวงมาก่อน
ได้ยินว่าบิดาของเขาเข้มงวดกับบุตรทั้งสามคนอย่างยิ่ง กำชับให้พวกเขาทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และไม่ยอมให้ทำเรื่องใดที่อาจทำให้ชื่อเสียงและเกียรติของสกุลลู่ต้องมัวหมองแม้แต่น้อย
นอกจากนี้เจียงเอ๋อร์ยังสืบมาได้ว่า ลู่หลินหวยจะไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นในอีกห้าวันข้างหน้า
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน เซียวอวี้หนิงเห็นว่างานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นคือโอกาสเหมาะที่นางจะลงมือ
หากนางหาทางทำให้ตนเองมีเรื่องเกี่ยวพันกับลู่หลินหวย และทำให้เขาเข้าใจผิดว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันเกินควร ด้วยกฎระเบียบอันเคร่งครัดของสกุลลู่ ขอเพียงเรื่องนี้ไปถึงหูอัครเสนาบดีลู่ ต่อให้นางไม่ได้แต่งเข้าไปเป็นภรรยาเอก อย่างไรก็ยังดีกว่าต้องแต่งกับเฉินกั๋วกง
อย่างน้อยลู่หลินหวยก็หน้าตาหล่อเหลา อายุยังน้อยและมีอนาคตไกล อีกทั้งด้วยกฎระเบียบของสกุลลู่ ต่อให้เขาไม่ชอบนาง ก็คงไม่ถึงขั้นปฏิบัติต่อนางอย่างเลวร้าย หากเพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ก็น่าจะเป็นไปได้
นางรู้ดีว่าสิ่งที่คิดจะทำไม่เหมาะสมและผิดธรรมเนียมอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่มีหนทางที่ดีกว่านี้แล้ว หลิ่วเยี่ยนชิงกำลังวุ่นอยู่กับการหาคู่ครองที่ดีให้เซียวจื่อเยวี่ยนกับเซียวอีเวย เพื่อจัดการเรื่องหมั้นหมายของพวกนางทั้งสอง เวลาที่เหลือให้เซียวอวี้หนิงจึงมีไม่มากนัก
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือนางต้องรีบลงมือก่อน เพราะต่อให้แผนการสำเร็จ ทางสกุลลู่ก็ยังต้องใช้เวลาจัดการเรื่องนี้ ไม่อาจตัดสินใจได้ในทันที
ส่วนหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร ค่อยว่ากันอีกที
เซียวอวี้หนิงมองดอกบัวสีชมพูในแจกันที่ยังคงสดชื่นงดงาม ก่อนจะผ่อนลมหายใจเบาๆ แล้วยื่นนิ้วไปแตะกลีบดอกเล่นอย่างไม่ตั้งใจ
ด้านนอก เจียงเอ๋อร์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ยังไม่ทันหายใจหายคอก็เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"คุณหนู เทียบเชิญงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นของจวนองค์หญิงใหญ่ส่งมาถึงจวนเราแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองต่างก็เตรียมตัวจะไปร่วมงาน ตอนนี้กำลังเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่กันอยู่เลยเจ้าค่ะ"
เซียวอวี้หนิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนถามว่า "ท่านพ่อกลับมาแล้วหรือยัง"
"กลับมาแล้วเจ้าค่ะ" เจียงเอ๋อร์ยกมือเช็ดเม็ดเหงื่อบนหน้าผาก
"ตอนนี้อยู่ที่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ"
"ดี" เซียวอวี้หนิงรับคำ ก่อนจะยกแจกันดอกบัวสีชมพูบนโต๊ะขึ้นมาอุ้มไว้
"ข้าจะไปหาท่านพ่อ"
*****
ที่ห้องหนังสือของเซียวหงซาน เมื่อเซียวอวี้หนิงไปถึง เซียวหงซานเพิ่งพูดคุยธุระกับแขกเสร็จ นางยืนรออยู่ด้านข้างด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมและนอบน้อม กระทั่งเขาส่งแขกกลับแล้วจึงเงยหน้าขึ้น
เมื่อเห็นนางมาหา เซียวหงซานก็แปลกใจอยู่บ้าง สายตาเหลือบมองแจกันในอ้อมแขนของนาง ก่อนถามว่า
"มีธุระอะไรหรือ"
"วันนี้ไม่มีสิ่งใดให้ทำ ข้าจึงเลือกเด็ดดอกบัวสีชมพูที่งามที่สุดในสระมาสองสามดอก ตั้งใจนำมามอบให้ท่านพ่อ จะได้ช่วยเพิ่มบรรยากาศของฤดูร้อนให้ห้องนี้บ้างเจ้าค่ะ"
เซียวอวี้หนิงยังคงมีท่าทีอ่อนโยนว่าง่ายเช่นเคย พลางประคองแจกันด้วยสองมือส่งให้บิดา
แววตาของเซียวหงซานไหววูบ เขาพินิจมองเซียวอวี้หนิง คล้ายกำลังคาดเดาว่านางทำเช่นนี้ด้วยจุดประสงค์ใด ทว่าเมื่อสบกับสายตาอ่อนโยนของบุตรสาวที่มองมายังตน สุดท้ายเขาก็ยื่นมือรับแจกันไป
"เจ้าช่างมีน้ำใจ"
"ท่านพ่อ" เซียวอวี้หนิงเรียกเซียวหงซานที่กำลังจะเดินเข้าห้องหนังสือไว้
"ที่จริงแล้ว ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากขอร้องท่าน ไม่ทราบว่าท่านพ่อจะอนุญาตได้หรือไม่เจ้าคะ"
เซียวหงซานมองนาง "เรื่องอะไร"
เซียวอวี้หนิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความปรารถนาที่จะได้ไปเช่นเดียวกับพี่สาวทั้งสอง
"ได้ยินว่าพี่สาวทั้งสองจะไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นที่องค์หญิงใหญ่ทรงจัดขึ้น บัดนี้ข้าก็ปักปิ่นแล้ว ไม่ใช่เด็กอีกต่อไป จึงอยากติดตามพี่สาวทั้งสองไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ไม่ทราบว่าท่านพ่อจะอนุญาตให้ข้าไปกับพวกนางในวันนั้นได้หรือไม่เจ้าคะ"
