บทที่ 1 ชะตาที่ผู้อื่นกำหนด - 3
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านั้นเพียงทำส่งๆ เพื่อให้พ้นตัว นี่เป็นถึงพิธีปักปิ่นของคุณหนู อย่างน้อยก็ควรส่งของที่เหมาะสมมาบ้างมิใช่หรือ แล้วของพวกนี้นับเป็นอะไรกัน!
"คุณหนู!"
เจียงเอ๋อร์ขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่ามีคำพูดมากมายอยากเอ่ยออกมา
แต่เซียวอวี้หนิงกลับกล่าวว่า "ช่างเถิด ไม่เป็นไร เสื้อผ้าเอาไปแก้สักหน่อยก็ยังใส่ได้ ส่วนเครื่องประดับไม่ใส่เสียก็สิ้นเรื่อง"
"แต่ว่า..."
"พอเถิดๆ" เซียวอวี้หนิงเอ่ยตัดบท
"พวกเราขอเพียงอยู่อย่างสงบปลอดภัยก็พอ เรื่องอื่นไม่ได้สำคัญถึงเพียงนั้นหรอก ก็แค่เสื้อผ้าชุดหนึ่งกับเครื่องประดับไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร"
เจียงเอ๋อร์อ้าปากเหมือนอยากพูดต่อ แต่สุดท้ายก็เงียบลง เมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนไม่ได้ใส่ใจจริงๆ ถ้อยคำทั้งหมดจึงกลายเป็นเพียงเสียงถอนหายใจอย่างจนใจ
เมื่อเสื้อผ้าและเครื่องประดับถูกส่งมาแล้ว ตามธรรมเนียมเซียวอวี้หนิงควรไปกล่าวขอบคุณท่านแม่ใหญ่ นางจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดที่ไม่พอดีตัวออก ฝากให้เจียงเอ๋อร์ช่วยแก้ขนาดให้เหมาะสม ส่วนตนออกไปหาหลิ่วเยี่ยนชิง
เมื่อสอบถามจากสาวใช้ในจวน จึงได้รู้ว่าหลิ่วเยี่ยนชิงอยู่ที่สวนดอกไม้
ครั้นมาถึงหน้าสวน นางก็เห็นว่าเซียวหงซานผู้เป็นบิดาอยู่ที่นั่นด้วย เซียวอวี้หนิงรวบรวมสติ กำลังจะเดินเข้าไปคำนับ ทว่ากลับได้ยินเสียงหลิ่วเยี่ยนชิงเอ่ยขึ้นเสียก่อน
"นายท่าน พรุ่งนี้อวี้หนิงก็จะเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว พวกเราควรเริ่มคิดเรื่องการแต่งงานของนางได้แล้วหรือไม่เจ้าคะ"
เซียวอวี้หนิงตกใจจนฝีเท้าชะงัก ก่อนจะเผลอถอยไปหลบหลังกำแพงโดยไม่ทันคิด ตั้งใจฟังว่าทั้งสองวางแผนเรื่องการแต่งงานของนางไว้อย่างไร
นางคิดว่า ถึงตนจะเป็นบุตรที่เกิดจากอนุ แต่อย่างไรก็ยังเป็นคุณหนูแห่งจวนรองเสนาบดีกรมคลัง ปกตินางแทบไม่เคยออกจากจวน ทั้งยังไม่เคยทำเรื่องใดให้สกุลเซียวเสื่อมเสียชื่อเสียง การแต่งงานที่พวกเขาจะจัดหาให้นาง อย่างน้อยก็น่าจะเป็นครอบครัวที่ฐานะทัดเทียมกันกระมัง อาจเป็นบุตรชายที่เกิดจากอนุของจวนรองเสนาบดีสักแห่ง หรือไม่ก็บุตรชายที่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากตระกูลขุนนางอื่น
เซียวหงซานถามขึ้นว่า "เจ้าเป็นนายหญิงของจวนเซียว เรื่องการแต่งงานของอวี้หนิง เจ้ามีความคิดอย่างไร"
เซียวอวี้หนิงเม้มริมฝีปาก ตั้งใจฟังอย่างเคร่งเครียดด้วยหัวใจที่แขวนอยู่กลางอากาศ
หลิ่วเยี่ยนชิงหัวเราะเบาๆ "นายท่าน ก่อนหน้านี้ท่านมิใช่เคยบอกหรือว่าอยากผูกไมตรีกับเฉินกั๋วกง ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินของเขาเสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน มิสู้ให้อวี้หนิงแต่งไปเป็นฮูหยินคนใหม่ของเขาดีหรือไม่เจ้าคะ"
เซียวอวี้หนิงนิ่งงัน ราวกับถูกกระบองฟาดลงกลางศีรษะ ตามด้วยสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เฉินกั๋วกงอย่างนั้นหรือ
เฉินกั๋วกงผู้นั้นที่ภรรยาเสียชีวิตไปแล้วถึงสี่คน และยามนี้อายุล่วงเลยวัยห้าสิบปีแล้วน่ะหรือ?!
ได้ยินว่าภรรยาทั้งสี่คนของเขาล้วนเป็นหญิงสาวอายุน้อยหน้าตางดงาม ทว่าสุดท้ายกลับล้มป่วยกะทันหันและเสียชีวิตไปทีละคน
จากนั้นนางก็ได้ยินหลิ่วเยี่ยนชิงอธิบายต่อว่า
"อวี้หนิงนิสัยอ่อนโยน ปกติก็ว่าง่ายเชื่อฟัง หากนางแต่งเข้าไปในจวนเฉินกั๋วกง ย่อมเอาอกเอาใจเฉินกั๋วกงได้เป็นอย่างดี ถึงเวลาหากนายท่านต้องการให้เขาช่วยเหลือ ก็เพียงให้อวี้หนิงช่วยพูดข้างหมอนสักสองสามคำเท่านั้นมิใช่หรือเจ้าคะ"
หัวใจของเซียวอวี้หนิงเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ อารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นอย่างฉับพลันทำให้ทรวงอกของนางกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง จิตใจสับสนวุ่นวายจนแทบตั้งสติไม่อยู่ แม้จะได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน แต่นางก็ยังยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง
