บท
ตั้งค่า

3

แสงแดดยามสายส่องลอดรอยแตกของผนังไม้เข้ามาภายในเรือนขัง ฝุ่นละอองลอยฟุ้งอยู่ในลำแสงนั้น บ่งบอกถึงความสกปรกที่ถูกละเลยมานานปี หนิงลู่อิงตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นอย่างประหลาด ร่างกายที่เคยอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเมื่อวานได้รับพลังงานจากข้าวมันไก่และน้ำซุปชั้นเลิศจนฟื้นตัวกลับมาได้กว่าเจ็ดส่วน

นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ ปรับลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ ในขณะที่เสี่ยวชิงกำลังง่วนอยู่กับการนำผ้าชุบน้ำเช็ดตามซอกมุมของห้องเพื่อให้พอนอนได้

ปัง

เสียงถีบประตูไม้ดังสนั่นหวั่นไหวจนเสี่ยวชิงสะดุ้งสุดตัว ฝุ่นจากคานไม้ร่วงกราวลงมา หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้ามันเยิ้ม แต่งกายด้วยชุดบ่าวอาวุโสเนื้อดี เดินอาดๆ เข้ามาในห้องด้วยท่าทางวางก้าม

นางคือ แม่นมหวัง แม่นมคนสนิทของท่านอ๋อง ผู้ที่คอยยุแยงตะแคงรั่วให้ท่านอ๋องเกลียดชังพระชายาเอกมาโดยตลอด

"ยังไม่ตายอีกหรือเพคะ พระชายา" แม่นมหวังเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองไปรอบห้องด้วยความรังเกียจ นางยกชายแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกราวกับรังเกียจกลิ่นสาบคนจน

"ข้าก็นึกว่าเมื่อคืนยมบาลจะมารับตัวไปแล้วเสียอีก ช่างหนังเหนียวตายยากตายเย็นเสียจริง"

หนิงลู่อิงนั่งนิ่งอยู่บนแคร่ ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ นางมองดูแม่นมหวังราวกับมองดูแมลงวันตัวหนึ่งที่บินเข้ามาสร้างความรำคาญ

แม่นมหวังกระแทกถาดอาหารที่ถือมาลงบนพื้นตรงหน้าหนิงลู่อิงอย่างแรง จนน้ำแกงในชามกระฉอกออกมาเลอะพื้น

"กินเสียสิเพคะ ท่านอ๋องเมตตาประทานอาหารเช้ามาให้ นี่เป็นบุญหัวของสตรีไร้ยางอายอย่างท่านแล้ว"

หนิงลู่อิงปรายตามองสิ่งที่อยู่ในถาด มันคือเศษข้าวต้มที่เริ่มส่งกลิ่นบูดเปรี้ยว มีฟองอากาศผุดขึ้นมาเป็นหย่อมๆ

กับผักดองสีคล้ำที่ดูเหมือนของเหลือทิ้ง เศษอาหารเช่นนี้แม้แต่สุนัขในมิติของนางยังไม่แลตามองด้วยซ้ำ

"นี่คืออาหารที่จวนอ๋องจัดให้พระชายาเอกอย่างนั้นหรือ" หนิงลู่อิงถามเสียงเรียบ

แม่นมหวังแค่นหัวเราะ "พระชายาเอกหรือเพคะ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย สตรีที่ปีนเตียงบุรุษ ใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้แต่งงาน จะมีเกียรติยศอะไรเหลือ อีกไม่นานท่านอ๋องก็คงจะประทานหนังสือหย่า แล้วถีบหัวส่งท่านกลับตระกูลหนิง กินๆ เข้าไปเถอะ ดีกว่าอดตายเป็นผีเฝ้าเรือน"

เสี่ยวชิงที่ทนฟังไม่ไหว รีบถลาเข้ามาขวางหน้าเจ้านาย "แม่นมหวัง ท่านพูดจาสามหาวเกินไปแล้ว ถึงอย่างไรพระนางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นพระชายา ท่านเป็นเพียงบ่าว กล้าดียังไงเอาของบูดเน่ามาให้เจ้านายกิน"

เพียะ

ฝ่ามือหนาของแม่นมหวังตบเข้าที่ใบหน้าของเสี่ยวชิงฉาดใหญ่ จนร่างเล็กล้มคว่ำไปกับพื้น เลือดสีสดไหลซึมออกมาที่มุมปากของสาวใช้ผู้ภักดี

"นังบ่าวชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า ข้าเป็นแม่นมของท่านอ๋อง แม้แต่ท่านอ๋องยังเกรงใจข้า แล้วพวกเจ้าเป็นใคร เป็นแค่นายบ่าวตกอับ" แม่นมหวังยืนเท้าเอวชี้หน้าด่ากราด

บรรยากาศในห้องพลันลดต่ำลงจนเย็นยะเยือก หนิงลู่อิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าสง่างามดุจพยัคฆ์สาวที่กำลังจะตะปบเหยื่อ นางก้าวเดินลงจากแคร่ไม้ เดินตรงเข้าไปหาแม่นมหวัง

"เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นแม่นมของท่านอ๋องสินะ" หนิงลู่อิงเอ่ยถาม

"ใช่ ข้าเลี้ยงดูท่านอ๋องมาตั้งแต่น้อย" แม่นมหวังเชิดหน้าขึ้นด้วยความภูมิใจ ไม่ได้สังเกตเห็นประกายอำมหิตในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า

"มิน่าเล่า" หนิงลู่อิงแสยะยิ้มเย็น "อวี้เทียนถึงได้โตมาเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา แยกแยะดีชั่วไม่ออก ก็เพราะมีคนเลี้ยงดูที่มีนิสัยต่ำตมเยี่ยงเจ้านี่เอง"

"เจ้า กล้าด่าท่านอ๋องหรือ" แม่นมหวังตาโตด้วยความโกรธ นางง้างมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนพระชายาปากดีให้หลาบจำ

แต่ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะกระทบใบหน้า หนิงลู่อิงก็คว้าข้อมืออวบอ้วนของแม่นมหวังไว้ได้ทัน นางออกแรงบีบเพียงเล็กน้อย แม่นมหวังก็ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด กระดูกข้อมือลั่นกรอบราวกับจะแตกละเอียด

"จำใส่กะลาหัวเอาไว้ ข้าคือหนิงลู่อิง คือพระชายาเอกที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ ตราบใดที่ยังไม่มีหนังสือหย่า ข้าก็คือเจ้านายของหัวเน่าๆ ของเจ้า"

เพียะ

หนิงลู่อิงตวัดหลังมือตบเข้าที่แก้มซ้ายของแม่นมหวังเต็มแรง แรงตบจากทักษะการนวดแป้งและสับหมูของเชฟระดับโลกนั้นหนักหน่วงราวกับก้อนหินใบหน้าอวบอูมของแม่นมหวังสะบัดไปตามแรง เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากปาก

"นี่สำหรับที่เจ้าตบเสี่ยวชิง"

เพียะ

ฝ่ามือขวาตบซ้ำเข้าที่แก้มขวา หน้าของแม่นมหวังหันกลับมาอีกทาง ฟันซี่หนึ่งหลุดกระเด็นออกมาตกบนพื้นเสียงดังแกร๊ก

"นี่สำหรับที่เจ้าเอาของเน่าเหม็นมาให้ข้า"

เพียะ เพียะ เพียะ

หนิงลู่อิงไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว นางกระหน่ำตบซ้ายขวาอย่างต่อเนื่อง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเรือนขัง แม่นมหวังผู้ยิ่งใหญ่แห่งจวนอ๋อง

บัดนี้ไม่ต่างอะไรกับกระสอบทราย นางกรีดร้องโหยหวน พยายามจะดิ้นหนีแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของหญิงสาวร่างบางตรงหน้าได้

ในที่สุดหนิงลู่อิงก็ผลักร่างท้วมนั้นลงไปกองกับพื้น แม่นมหวังนอนหอบหายใจรวยริน ใบหน้าบวมเป่งจนตาปิด เลือดกบปาก ฟันหน้าหักหายไปสองสามซี่ สภาพดูน่าสมเพชเวทนา

"เอาเศษขยะพวกนี้กลับไป" หนิงลู่อิงใช้เท้าเขี่ยถาดอาหารบูดจนคว่ำราดรดตัวแม่นมหวัง

"แล้วไปบอกเจ้านายหน้าโง่ของเจ้าว่า ถ้าอยากให้ข้าตาย ก็ให้เขามาฆ่าข้าด้วยตัวเอง อย่าส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนให้รกหูรกตาข้าอีก"

แม่นมหวังตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว นางมองหนิงลู่อิงด้วยสายตาราวกับเห็นปีศาจ

สตรีผู้นี้ไม่ใช่หนิงลู่อิงคนเดิมที่นางเคยรังแกได้อีกแล้ว นางรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งหนีออกจากเรือนไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งรอยเลือดหยดเป็นทางยาว

หนิงลู่อิงมองตามหลังไปด้วยสายตาเย็นชา นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือราวกับเพิ่งไปจับของสกปรกมา ก่อนจะหันกลับไปหาเสี่ยวชิงที่นั่งอ้าปากค้างอยู่บนพื้น

"เจ็บมากหรือไม่" น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันที

เสี่ยวชิงส่ายหน้าดิก น้ำตาคลอเบ้า "บ่าวไม่เจ็บเพคะ แต่พระชายาท่านตบแม่นมหวังจนฟันร่วง ท่านอ๋องต้องไม่พอพระทัยแน่ เรื่องนี้ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่"

"ใหญ่สิดี ข้าชอบเรื่องใหญ่ๆ" หนิงลู่อิงยิ้มมุมปาก นัยน์ตาเป็นประกายวาวโรจน์ "ยิ่งเรื่องดังเท่าไหร่ ยิ่งดี ข้าอยากให้คนทั้งจวน หรือคนทั้งเมืองหลวงรู้ไปเลยว่า หนิงลู่อิงผู้นี้ไม่ใช่ขนมหวานที่ใครจะมาเคี้ยวเล่นได้ง่ายๆ อีกต่อไป"

นางเงยหน้ามองท้องฟ้าผ่านช่องหน้าต่าง แสงแดดเริ่มแรงกล้าขึ้นแล้ว

"เตรียมตัวให้ดีเสี่ยวชิง อีกไม่นานตัวปัญหาตัวจริงคงจะมาเยือนเราถึงที่"

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากดังแว่วมาแต่ไกล เป็นสัญญาณว่าศึกหนักระลอกต่อไปกำลังดาหน้าเข้ามาหาพวกนางแล้ว แต่คราวนี้หนิงลู่อิงไม่ได้หวาดกลัว นางกลับรู้สึกตื่นเต้นเลือดลมสูบฉีด

นางคือเชฟผู้กุมชะตาชีวิตวัตถุดิบ และวันนี้ นางจะจับคนในจวนอ๋องมาสับให้เละเป็นโจ๊ก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel