หนิงลู่อิงชายาหย่าสามี

48.0K · จบแล้ว
กลิ่นดอกเหมย เพชรนภา
29
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

อุ๊บ..." หนิงอันยกมือปิดปาก หน้าถอดสีจากแดงกลายเป็นเขียวคล้ำ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก "โอ้โห เสียงท้องร้องหรือนั่น ดังเหมือนฟ้าร้องเลยนะน้องรัก" หนิงลู่อิงแกล้งพูดเสียงดัง "สงสัยเจ้าจะหิวมาก ไปกินแตงโมเพิ่มไหม" "ปรู๊ด..." เสียงลมระบายออกจากทวารหนักดังแทรกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เป็นเสียงที่ยาวนานและทรงพลัง ท่ามกลางความเงียบกริบของงานเลี้ยง แขกเหรื่อต่างพากันปิดจมูกและถอยกรูด อวี้เทียนที่กำลังเดินเข้ามาหาถึงกับชะงักฝีเท้า "อันเอ๋อร์ เจ้า..." "ไม่ใช่ ข้า... โอ๊ย" หนิงอันบิดตัวด้วยความปวดมวนท้องอย่างรุนแรง ข้าศึกบุกประชิดประตูเมืองจนนางแทบจะกลั้นไม่อยู่ "เร็วเข้า รีบไปห้องสุขาเถอะ เดี๋ยวจะเลอะเทอะตรงนี้ มันจะไม่งามนะ" หนิงลู่อิงตะโกนเชียร์ "วิ่งเลยหนิงอัน วิ่ง"

นิยายรักโรแมนติกท่านอ๋องนางเอกเก่งพระชายาจีนโบราณ

1

ความหนาวเหน็บกัดกินลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ สัมผัสแรกที่รับรู้ไม่ใช่ความอบอุ่นจากเครื่องปรับอากาศในห้องนอนหรูหรา หรือสัมผัสนุ่มนวลของฟูกนอนราคาแพงระยับที่นางคุ้นเคย ทว่าเป็นความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วช่องท้อง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบิดลำไส้ของนางจนแทบขาดสะบั้น

นี่คือความหิว ความหิวโหยชนิดที่นางไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต

หนิงลู่อิง พยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปด้วยความมืดสลัว กลิ่นอับชื้นของไม้ผุและกลิ่นราลอยมาแตะจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นหอมของซุปคอนซูมเมอร์ที่นางเคี่ยวไว้เมื่อคืน นางจำได้แม่นยำว่าตนเองคือเชฟระดับมิชลินสตาร์ ผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรร้านอาหารจีนที่โด่งดังไปทั่วโลก แล้วเหตุใดนางถึงมานอนตัวสั่นงันงกอยู่ในสถานที่เฮงซวยเช่นนี้ได้

ทันใดนั้น ความทรงจำสายหนึ่งก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายชัดขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยที่นางไม่อาจตั้งตัว

หนิงลู่อิง สตรีที่มีชื่อแซ่เดียวกับนาง บุตรสาวภรรยาเอกของหนิงกั๋วกง หญิงสาวผู้โง่เขลาในความรัก นางหลงรัก เจาอ๋อง อวี้เทียน จนหมดหัวใจ ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งถูกตราหน้าว่าปีนเตียงบุรุษเพื่อให้ได้แต่งงานเข้ามาในจวนอ๋องแห่งนี้ แต่สิ่งที่นางได้รับกลับคืนมาไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความรังเกียจเดียดฉันท์และการถูกหมางเมิน

ภาพสุดท้ายในความทรงจำของร่างเดิมคือคำสั่งอันเลือดเย็นของสามีผู้สูงศักดิ์

งดอาหารและน้ำนางเจ็ดวัน ให้สำนึกผิดในเรือนท้ายจวน ห้ามใครหน้าไหนส่งข้าวส่งน้ำเด็ดขาด

เจ็ดวัน มนุษย์ที่ไหนจะทนทานได้ถึงเจ็ดวันโดยไร้ซึ่งอาหารตกถึงท้อง ร่างเดิมได้สิ้นใจตายไปแล้วอย่างเงียบเชียบในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ ทิ้งไว้เพียงร่างที่ผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูก และดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความคับแค้นใจ

"พระชายา พระชายาเพคะ"

เสียงร้องเรียกแผ่วเบาปนเสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นข้างหู หนิงลู่อิงพยายามหันหน้าไปตามเสียงอย่างยากลำบาก

นางเห็นเด็กสาวตัวเล็กผอมบางในชุดสาวใช้สีซีดเก่าขาดวิ่น ใบหน้านั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก

นั่นคือ เสี่ยวชิง สาวใช้คนสนิทเพียงคนเดียวที่ยอมติดตามนางมาตกระกำลำบากที่นี่

"พระชายาฟื้นแล้ว เสี่ยวชิงนึกว่าพระองค์จะทิ้งบ่าวไปเสียแล้ว" เด็กสาวโผเข้ามากอดร่างของนางเอาไว้แน่น ร่างกายของเสี่ยวชิงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและความดีใจระคนกัน

หนิงลู่อิงขยับริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นขุย ลำคอของนางแสบร้อนราวกับมีถ่านไฟลุกโชนอยู่ภายใน นางต้องการน้ำ นางต้องการอาหาร

"น้ำ ขอน้ำ" เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่ายิ่งกว่าเสียงกระดาษทรายขัดไม้

เสี่ยวชิงรีบผละออก "บ่าว บ่าวไม่มีน้ำสะอาดเลยเพคะ คนเฝ้าประตูพวกนั้นไม่ยอมให้บ่าวออกไปตักน้ำ บ่าวมีเพียง..."

สาวใช้ผู้ภักดีหยิบถ้วยกระเบื้องบิ่นๆ ใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ในนั้นมีน้ำขุ่นคลั่กเพียงก้นถ้วย ดูสกปรกและไม่น่าอภิรมย์เป็นที่สุด แต่สำหรับหนิงลู่อิงในเวลานี้ มันคือหยาดทิพย์ชโลมใจ นางไม่ลังเลที่จะรับถ้วยนั้นมาและยกขึ้นดื่มจนหมดหยดสุดท้าย

รสชาติของน้ำฝาดเฝื่อนเต็มไปด้วยรสสนิมและเศษดิน แต่มันก็ช่วยดับไฟในลำคอของนางได้ชั่วขณะ

เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาสมบูรณ์ขึ้น ความโกรธแค้นก็เริ่มปะทุขึ้นในอก นางคือหนิงลู่อิง เชฟมือทองผู้หยิ่งทระนง

ชีวิตก่อนนางไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร นางสร้างทุกอย่างมาด้วยสองมือของตนเอง แต่บัดนี้กลับต้องมาอยู่ในร่างของสตรีที่ตายเพราะอดอยาก มันช่างเป็นการหยามเกียรติกันเกินไปแล้ว

นางก้มลงมองมือของตนเอง มือคู่นี้ผอมแห้งจนเห็นเส้นเอ็นปูดโปน ผิวพรรณที่ควรจะขาวเนียนกลับหยาบกร้านจากการถูกทอดทิ้ง นี่หรือคือมือของบุตรสาวกั๋วกง นี่หรือคือมือของพระชายาเอก

"ไอ้สารเลวอวี้เทียน" นางสบถออกมาเสียงต่ำ

เสี่ยวชิงสะดุ้งเฮือก รีบเอามือปิดปากเจ้านายด้วยความตกใจ

"พระชายา อย่าตรัสเช่นนั้นเพคะ หากใครมาได้ยินเข้า พระองค์จะเดือดร้อนนะเพคะ"

"เดือดร้อนหรือ" หนิงลู่อิงแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาฉายแววอำมหิตที่เสี่ยวชิงไม่เคยเห็นมาก่อน "ข้าตายไปแล้วรอบหนึ่ง ยังจะมีอะไรให้ต้องกลัวอีก พวกมันต่างหากที่ต้องเดือดร้อน พวกมันที่กล้าปล่อยให้ข้าอดตาย"

นางพยุงกายลุกขึ้นนั่ง แม้จะรู้สึกวิงเวียนศีรษะหน้ามืด แต่จิตใจของนางแข็งแกร่งเกินกว่าร่างกายไปมากโข นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง สภาพเรือนนี้ไม่ต่างจากเล้าหมู หน้าต่างไม้ผุพังจนลมหนาวพัดกรูเกรียวเข้ามาได้ทุกทิศทาง ไม่มีเครื่องเรือนมีค่า ไม่มีเตาผิงให้ความอบอุ่น มีเพียงแคร่ไม้เก่าๆ กับผ้าห่มบางๆ ที่สกปรกโสโครก

นี่คือรางวัลของความรักที่มอบให้ชายชั่วสินะ

หนิงลู่อิงคนเก่าช่างโง่เขลานัก หลงเชื่อคำยุยงของน้องสาวต่างมารดาอย่าง หนิงอัน ดอกบัวขาวจอมมารยาผู้นั้น จนนำพาตัวเองมาสู่จุดจบที่น่าสังเวชเช่นนี้ ภาพในความทรงจำฉายชัดถึงวันที่หนิงอันแสร้งทำเป็นหวังดี ส่งยาบำรุงมาให้ดื่มก่อนเข้าหอ ยาที่ทำให้นางขาดสติและถูกกล่าวหาว่าวางยาปลุกกำหนัดท่านอ๋อง

"ข้าหิว" หนิงลู่อิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงของนางหนักแน่นขึ้น

"โถ่ พระชายา บ่าวไม่มีอะไรให้พระองค์เสวยเลยเพคะ ในครัวเล็กไม่มีฟืน ไม่มีข้าวสาร พวกบ่าวไพร่ใจดำพวกนั้นขโมยไปหมดแล้ว" เสี่ยวชิงน้ำตาไหลพรากอีกครั้งด้วยความคับแค้นใจในความไร้กำลังของตน

หนิงลู่อิงหลับตาลง นางพยายามรวบรวมสมาธิ ในโลกก่อนนางเคยได้ยินเรื่องราวของนิยายแนวข้ามมิติ บ่อยครั้งที่ตัวเอกจะมีของวิเศษติดตัวมาด้วย นางลองกำหนดจิตสำรวจเข้าไปในห้วงความคิด และทันใดนั้น นางก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น

ในห้วงจิตของนาง มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลปรากฏอยู่ มันคือห้องเก็บวัตถุดิบขนาดมหึมาที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี ชั้นวางของเรียงรายสุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งเนื้อวากิวเกรดเอ ล็อบสเตอร์ตัวยักษ์ ผักสดผลไม้หายาก เครื่องปรุงรสนานาชนิด และอุปกรณ์ครัวที่ทันสมัยครบครัน

สวรรค์ยังเมตตา ไม่สิ สวรรค์อาจจะกลัวนางอาละวาดจึงส่งสิ่งนี้ติดตัวมาด้วย

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของหนิงลู่อิง ร่างกายที่อ่อนแออาจจะต้องใช้เวลาฟื้นฟู แต่เรื่องปากท้อง นางจัดการได้เดี๋ยวนี้เลย

"เสี่ยวชิง เช็ดน้ำตาเสีย" นางสั่งเสียงเรียบ "เจ้าบอกว่าพวกมันขโมยข้าวสารเราไปใช่หรือไม่"

"เพคะ แม้แต่ถ่านหุงต้มพวกมันก็เอาไป"

"ดี" หนิงลู่อิงพยุงตัวลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นพับๆ แต่นางก็กัดฟันยืนหยัด "จำคำข้าไว้เสี่ยวชิง นับจากนี้เป็นต้นไป จะไม่มีใครหน้าไหนมารังแกเราได้อีก ใครที่มันเอาของของเราไป ข้าจะไปทวงคืน ใครที่มันทำให้เราเจ็บ ข้าจะเอาคืนเป็นพันเท่า"

ท้องเจ้ากรรมร้องประท้วงเสียงดังลั่นตัดบทความฮึกเหิม หนิงลู่อิงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

"แต่ก่อนจะไปคิดบัญชีแค้น ข้าต้องจัดการกับพยาธิในท้องพวกนี้ก่อน"

ดวงตาของนางเป็นประกายวาววับในความมืด นางคือราชินีแห่งรสชาติ และไม่มีใครมีสิทธิ์มาสั่งให้นางอดอาหาร แม้แต่เจ้าอ๋องหน้าโง่ผู้นั้นก็ตาม คอยดูเถิด นางจะทำให้จวนอ๋องแห่งนี้ต้องปั่นป่วนจนลุกเป็นไฟ เริ่มจากมื้อแรกของนางในโลกนี้ก่อนเลย

หนิงลู่อิงสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของความแค้นและกลิ่นหอมของอาหารในจินตนาการผสมปนเปกัน การเอาคืนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว