2
เสี่ยวชิงมองเจ้านายของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง นางคิดว่าการที่พระชายาสลบไปนานหลายวันอาจทำให้สติสัมปชัญญะเลอะเลือนไปบ้าง พระชายาเพิ่งจะตื่นขึ้นมาในห้องขังที่ว่างเปล่าเช่นนี้ จะไปหาอาหารเลิศรสมาจากที่ใดได้
"พระชายา ท่านพักผ่อนก่อนเถิดเพคะ เดี๋ยวบ่าวจะลองไปอ้อนวอนพวกทหารยามหน้าประตูอีกครั้ง เผื่อพวกเขาจะมีเศษมันเผาเหลือแบ่งให้เราบ้าง" เสี่ยวชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
หนิงลู่อิงยกมือขึ้นห้ามทันที
"ไม่ต้องไปก้มหัวขอเศษอาหารจากพวกมัน ศักดิ์ศรีของคนเรามีค่ามากกว่านั้น เสี่ยวชิง เจ้าไปปิดหน้าต่างให้มิดชิด แล้วหาจานชามมาให้ข้า เท่าที่พอจะหาได้"
สาวใช้ตัวน้อยทำตามคำสั่งอย่างงุนงง นางเดินไปหยิบถ้วยกระเบื้องเก่าๆ สองใบกับตะเกียบไม้ไผ่ที่ขึ้นราเล็กน้อยมาวางบนแคร่ไม้ หนิงลู่อิงมองดูสภาพของเครื่องใช้แล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะหลับตาลงและกำหนดจิตเข้าสู่มิติลับอีกครั้ง
ในห้วงมิติ ห้องครัวระดับโลกของนางยังคงส่องสว่างไสว แสงไฟสีนวลตาตกกระทบกับเคาน์เตอร์สแตนเลสแวววาว หนิงลู่อิงเดินสำรวจไปที่โซนอาหารปรุงสำเร็จ ร่างกายในโลกภายนอกของนางอ่อนแอเกินกว่าจะเริ่มก่อไฟทำอาหารมื้อใหญ่ ตอนนี้ต้องหาอะไรที่กินง่าย ให้พลังงานสูง และที่สำคัญต้องส่งกลิ่นหอมยั่วยวนใจคน
สายตาของนางไปหยุดอยู่ที่หม้อหุงข้าวใบยักษ์และตู้แขวนเป็ดย่างไก่ต้ม
ข้าวมันไก่ตอนสูตรไหหลำ
นี่แหละคือคำตอบ ข้าวหอมมะลิเก่าหุงด้วยน้ำต้มกระดูกไก่ผสมขิงแก่และกระเทียมเจียวจนเม็ดข้าวเรียงสวยเป็นมันวาว ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ทานคู่กับไก่ตอนเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ หนังสีเหลืองทองกรุบกรอบ และทีเด็ดคือน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรลับที่ปรุงรสด้วยขิง พริกขี้หนูสวน และมะนาวสด
หนิงลู่อิงไม่รอช้า นางใช้จิตจัดแจงตักข้าวร้อนๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องในมิติ พร้อมสับไก่ชิ้นโตวางโปะลงไป ราดน้ำจิ้มฉ่ำเยิ้ม และตักน้ำซุปฟักร้อนๆ อีกสองถ้วย นางรวบรวมสมาธิแล้วดึงทุกอย่างออกมาสู่โลกความเป็นจริง
ฟึ่บ
กลิ่นหอมของข้าวมันไก่และน้ำซุปร้อนๆ ระเบิดกระจายไปทั่วห้องอับทึบทันทีที่หนิงลู่อิงลืมตาขึ้น บนแคร่ไม้เก่าคร่ำครึ บัดนี้มีชามกระเบื้องเนื้อดีสองใบวางอยู่ ภายในอัดแน่นไปด้วยข้าวมันไก่ที่ดูน่าทานที่สุดในโลก ควันสีขาวลอยกรุ่นพากลิ่นขิงและกระเทียมเจียวลอยฟุ้งไปแตะจมูกของเสี่ยวชิง
เสี่ยวชิงตาโตเท่าไข่ห่าน นางอ้าปากค้างมองอาหารตรงหน้าสลับกับมองหน้าเจ้านายอย่างไม่เชื่อสายตา
"พระชายา นี่มันอะไรกันเพคะ ท่านเสกออกมาหรือเพคะ"
"ถือเสียว่าเป็นของขวัญปลอบใจจากนรกก็แล้วกัน ข้าตายแล้วฟื้น ย่อมต้องมีของติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง เลิกถามแล้วกินเสีย ก่อนที่มันจะเย็นชืด" หนิงลู่อิงตัดบท พลางหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อไก่เข้าปาก
ทันทีที่เนื้อไก่นุ่มสัมผัสลิ้น รสชาติความหวานของเนื้อไก่สดผสมผสานกับความเค็มปะแล่มของเกลือแกงที่ทาผิวไก่ แตกซ่านไปทั่วโพรงปาก ข้าวมันที่หุงได้ที่นั้นนุ่มนวลแต่ไม่เละ หอมกลิ่นมันไก่และเครื่องเทศสมุนไพร ความเผ็ดเปรี้ยวจากน้ำจิ้มช่วยตัดเลี่ยนและปลุกน้ำย่อยในกระเพาะให้ทำงานอย่างบ้าคลั่ง
"อร่อย" หนิงลู่อิงครางในลำคออย่างพึงพอใจ
เสี่ยวชิงเมื่อเห็นเจ้านายกินอย่างเอร็ดอร่อย ความหิวก็เอาชนะความกลัว
นางทรุดตัวลงนั่งและเริ่มคีบข้าวมันไก่เข้าปาก คำแรกที่ได้ลิ้มรส น้ำตาแห่งความสุขก็ไหลพรากอาบแก้มตอบๆ ของนาง
"ฮือ อร่อยเหลือเกินเพคะ บ่าวไม่เคยกินอะไรอร่อยเช่นนี้มาก่อนในชีวิตเลย ข้าวหอมมาก เนื้อไก่นุ่มแทบละลายในปาก" เสี่ยวชิงเคี้ยวไปร้องไห้ไป มือไม้สั่นเทาด้วยความตื้นตัน
"กินเยอะๆ ยังมีอีกมาก" หนิงลู่อิงเลื่อนถ้วยน้ำซุปฟักร้อนๆ ให้สาวใช้
ในขณะที่สองนายบ่าวในเรือนกำลังมีความสุขกับมื้ออาหารสวรรค์ บรรยากาศด้านนอกประตูกลับปั่นป่วนวุ่นวาย
ทหารยามสองนายที่เฝ้าหน้าเรือนขังเริ่มกระสับกระส่าย
จมูกของพวกเขาฟุดฟิดดมกลิ่นประหลาดที่ลอยออกมาตามร่องไม้ กลิ่นนั้นหอมหวนรุนแรงจนท้องไส้ของพวกเขาเริ่มร้องประท้วงแข่งกัน
"เจ้าได้กลิ่นไหม" ทหารนายหนึ่งถามเพื่อน
"กลิ่นไก่ต้ม กลิ่นข้าวมัน หอมมาก หอมจนข้าแสบท้องไปหมดแล้ว ใครมันมาทำกับข้าวแถวนี้วะ นี่มันเรือนร้างท้ายจวนไม่ใช่หรือ" ทหารอีกนายกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"หรือว่านังพระชายาปีนเตียงนั่นแอบทำอาหาร"
"จะเป็นไปได้อย่างไร นางถูกขังมาห้าวัน ข้าวสารสักเม็ดก็ไม่มี ฟืนก็ไม่มี อีกอย่างนางเป็นคุณหนูในห้องหอ จะทำอาหารเป็นได้อย่างไร"
หนิงลู่อิงได้ยินเสียงบทสนทนาจากด้านนอกชัดเจน มุมปากของนางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นางจงใจเดินไปที่หน้าต่างไม้ผุๆ นั้น แล้วแง้มมันออกเล็กน้อย ให้ลมพัดพากลิ่นหอมของน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวและน้ำซุปต้มกระดูกให้ลอยออกไปปะทะหน้าพวกทหารยามเต็มๆ
"เสี่ยวชิง" นางแกล้งพูดเสียงดัง "ไก่นี่ช่างนุ่มลิ้นเสียจริง หนังเด้งกรุบกรอบ น้ำจิ้มก็รสจัดจ้านถึงใจ กินกับข้าวมันร้อนๆ แบบนี้ สวรรค์ชัดๆ เจ้ากินให้อิ่มนะ หากไม่พอข้าจะตักมาเพิ่มให้อีก กินให้พุงกางไปเลย"
เสียงเคี้ยวตุ้ยๆ และเสียงซดน้ำซุปดังลอดหน้าต่างออกไป ยิ่งกระตุ้นต่อมความหิวโหยของทหารยามด้านนอกจนแทบคลั่ง
พวกเขากินเพียงหมั่นโถวแห้งๆ กับผักดองเป็นมื้อเที่ยง เมื่อมาเจอกลิ่นระดับภัตตาคารเช่นนี้ ความอดทนจึงเริ่มพังทลาย
"เฮ้ย ข้างในนั่นน่ะ กินอะไรกัน เอาออกมาแบ่งข้าบ้างสิ" ทหารนายหนึ่งตะโกนเข้ามาอย่างเหลืออด
หนิงลู่อิงแสยะยิ้ม นางเดินไปใกล้ประตู ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันที่ทรงพลัง
"ของกินของคน ไม่ใช่ของสุนัขเฝ้าประตู หากอยากกิน ก็ไปเลียกระดูกเอาเองเถิด"
"นังแพศยา ปากดีนักนะ" ทหารยามโกรธจัด เตรียมจะพังประตูเข้ามา
"เข้ามาสิ" หนิงลู่อิงท้าทาย แววตาของนางวาวโรจน์ "ข้ากำลังอยากออกกำลังยืดเส้นยืดสายหลังกินอิ่มพอดี เข้ามาเลย ข้าจะได้สั่งสอนว่าสุนัขที่ดีไม่ควรเห่าใส่เจ้านาย"
ในมือของนางปรากฏมีดปอกผลไม้คมกริบเล่มเล็กที่ดึงออกมาจากมิติ นางถือมันไว้มั่น เตรียมพร้อมสำหรับการต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ท้องอิ่มแล้ว พลังกายเริ่มกลับมา ตอนนี้ถึงเวลาที่นางมารร้ายจะเริ่มอาละวาดเสียที
