บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.3

ชั่วพริบตากลับสังหารคนยี่สิบกว่าคนลงได้ ทั้งที่ตัวนางเองก้าวเท้าเพียงไม่กี่ก้าว ทั้งเก่งกาจและ...โหดเหี้ยมอำมหิตโดยแท้

เซี่ยไห่ถางสบตาคมกล้าคู่หนึ่ง บุรุษที่นั่งอยู่เบื้องหลังไป๋จื่อ นางหรี่ดวงตาลงเล็กน้อยก่อนเลื่อนแขนเสื้อปิดหน้าไม้ของตน

“ความสงสัยฆ่าคนตายได้ จำเอาไว้ใช้ก็ดี” นางกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นึกไม่ถึงว่าหลังสังหารคนนางยังกล้าเดินไปเก็บอาวุธลับกลับมา กระทั่งนับจนมั่นใจว่าเก็บกลับมาจนครบ!!!

เมื่อมั่นใจว่าไม่มีหลักฐานใดตกหล่นหญิงสาวจึงหมุนตัวเดินไปหาเฟิ่งหนิง สะกิดไหล่เด็กสาวให้ลุกขึ้น

เฟิ่งหนิงหันไปมองชาวบ้านหลายคน เสียงร้องไห้ดังขึ้นระงมทั้งจากความเสียใจและความหวาดหวั่น เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ค่อยๆ มืดลงท่ามกลางบรรยากาศเย็นเยียบและกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มคละคลุ้ง นางมองเซี่ยไห่ถางจากนั้นสอดสองแขนกอดเอวอีกฝ่ายเอาไว้เงียบๆ

ความมืดทำให้ไม่อาจออกเดินทางได้ในทันที อีกทั้งในหมู่บ้านนี้น่าจะยังปลอดภัยชั่วคราว เพราะกลุ่มคนที่เข้ามากวาดต้อนล้วนไม่มีใครรอดออกไปส่งข่าว แต่หากให้ดีรุ่งเช้าทุกคนจะต้องแยกย้ายกันหลบหนีไปจากที่นี่ หาไม่หากมีคนของหั่วเหิงมาที่นี่ ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงกว่าที่ทุกคนคาด

ชาวบ้านกว่าสามสิบคนช่วยกันนำศพมากองรวมกัน พวกเขาไม่รู้ว่าสมควรทำเช่นไรกับศพพวกนี้ หากเผาก็อาจล่อกลุ่มโจรที่เหลือให้เข้ามา หากจะฝังก็ต้องใช้เวลาขุดหลุมขนาดใหญ่

“พวกท่านไม่มีทางเลือกนอกจากขุดหลุมฝัง แบ่งคนออกเป็นสองส่วนเถิด ส่วนหนึ่งเก็บข้าวของเตรียมตัวออกเดินทาง อีกส่วนช่วยกันลำเลียงและขุดหลุมฝังคนเหล่านี้” เสี่ยวเฮยกล่าวจากนั้นสบตาผู้เป็นนาย

เฟิ่งอวิ๋นฉียังคงมองตรงไปยังหญิงสาวชุดสีน้ำเงินที่กำลังห่อตัวเด็กน้อยกับเสื้อคลุมกันลม มองจากห่อสัมภาระที่วางอยู่ข้างๆ นัยว่าทั้งสองคงกำลังเดินทางไปที่ใดสักแห่ง

“เสี่ยวเจิ้งจื่อ”

“ขอรับนายท่าน”

“เสบียงยังเหลือเยอะหรือไม่”

“ขอรับ” เสี่ยวเจิ้งจื่อส่งห่อเสบียงให้ผู้เป็นนาย มองเขาแบ่งแผ่นแป้งย่างไฟออกมาสองแผ่นจากนั้นเดินตรงไปยังสตรีชุดสีน้ำเงิน

“แม่นาง หากไม่รังเกียจข้าพอมีเสบียง แบ่งให้เจ้ากับ...น้องชาย” เฟิ่งอวิ๋นฉีส่งแผ่นแป้งให้ทั้งสอง

เซี่ยไห่ถางปรายตามองเขาจากนั้นล้วงมือเข้าไปในห่อผ้า นางคว้าเนื้อแห้งออกมาห่อหนึ่ง ส่งให้เขาจากนั้นรับแผ่นแป้งมาส่งให้เฟิ่งหนิง

“ข้ากับท่านไม่มีสิ่งใดติดค้างกัน” นางกล่าวจากนั้นมองเฟิ่งหนิงที่รีบกัดแผ่นแป้ง หลายวันมานี้กินแต่เนื้อแห้งเฟิ่งหนิงเองก็เริ่มกินไม่ลง ดังนั้นมีแผ่นแป้งย่างมาให้กินแม้เหนียวไปบ้างแต่ก็น้อยกว่าเนื้อตากแห้งแน่นอน

“พวกเจ้ากำลังเดินทางไปที่ใดหรือ ชายแดนสองแคว้นเริ่มวุ่นวายดูเหมือนอาจเกิดสงคราม”

“เดินทางไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมาย” นางตอบส่งๆ จากนั้นเงียบไป ถึงอย่างนั้นไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเซ้าซี้ไม่เลิก เขานั่งเยื้องไปด้านหน้าเล็กน้อยจากนั้นเริ่มสนทนาต่อไป

เฟิ่งหนิงหันไปสบตากับเซี่ยไห่ถางแต่หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ บอกเป็นเชิงว่าอย่าแสดงท่าทีใดๆ

“ข้ากับสหายกำลังเดินทางเข้าต้าเยวี่ย ที่นี่เป็นชายแดนตงโจว-ต้าเยวี่ย มีข่าวว่าที่นี่กำลังจะเกิดสงครามสองแคว้น เจ้ากับน้องชายเองก็คงกำลังหนีสงครามเข้าไปยังต้าเยวี่ยกระมัง ถ้าอย่างไรมิสู้พวกเรา...”

“เสี่ยวหนิง ไปล้างหน้าล้างตากันดีหรือไม่” เซี่ยไห่ถางกล่าวตัดบท นางลุกขึ้นคว้าห่อสัมภาระอีกมือคว้าข้อมือเฟิ่งหนิง ลากให้ลุกขึ้นและออกเดินตามนางไป

เฟิ่งอวิ๋นฉีอ้าปากค้างกะพริบตามองตามไป หลังจากนั้นอยู่ๆ เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบา

...ไม่เคยมีผู้ใดกล้าเสียมารยาทกับเขาเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไม่นับว่าอีกฝ่ายเป็นสตรี

ชายหนุ่มยกมือเท้าคางมองตามร่างของคนทั้งสองเดินตรงไปยังบ่อน้ำของหมู่บ้าน จากนั้นหญิงสาวก็ตักน้ำขึ้นมาวักล้างมือล้างหน้า กระทั่งช่วยดูแลเด็กน้อยข้างกาย ซึ่งเขาเดาได้ไม่ยากว่าเป็นสตรีเช่นกัน

“นายท่าน” เสี่ยวเฮยมองตามสายตาของผู้เป็นนาย
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel