บทที่ 2.4
“จับตาดูพวกนางเอาไว้ให้ดี”
“ท่านคิดว่าพวกนางจะลอบออกไป? เพราะอะไรหรือขอรับ ดูแล้วนางน่าจะเป็นจอมยุทธ์หญิงที่มีคุณ...” เสี่ยวเฮยขมวดคิ้วกล่าวยังไม่ทันจบก็มองดูชาวบ้าน ชายหนุ่มให้รู้สึกสงสารคนเหล่านี้
สถานที่แห่งนี้ก้ำกึ่งระหว่างตงโจวและป้อมเฉียวหงของแม่ทัพหวัง หากคนเหล่านี้หนีเข้าไปในป้อมได้จึงจะนับว่าปลอดภัย แต่การจะหนีเข้าไปในป้อมได้ จำเป็นต้องเดินทางผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไร้ที่หลบซ่อน หากศัตรูลอบจู่โจมก่อนถึงป้อมคนเหล่านี้คงไม่พ้นต้องจบชีวิต
จอมยุทธ์หญิงผู้นั้นช่วยคนไว้คราหนึ่งแล้ว เขาให้อดรู้สึกผิดหวังขึ้นมาไม่ได้หากนางจะละทิ้งคนพวกนี้กลางทาง จริงอยู่พวกเขาสามคนอาจช่วยคุ้มกันคนเหล่านี้ไปพร้อมๆ กับผู้เป็นนาย แต่หากมีนางอยู่ด้วยเขามั่นใจว่าคนทั้งหมดจะปลอดภัย...
“ดูแล้วนางคงไม่ใคร่จะชอบความยุ่งยากวุ่นวาย หากสังเกตให้ดีจะพบว่านางช่วยชาวบ้านเหล่านี้เพราะเด็กคนนั้น ที่นี่ยิ่งอยู่นานยิ่งอันตราย นางต้องพาเด็กคนนั้นหลบออกไปก่อนฟ้าสางแน่นอน” เฟิ่งอวิ๋นฉีกล่าวเสียงเรียบ
อ๋องหนุ่มกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจขึ้นมาขณะมองไปยังแผ่นหลังของสตรีชุดสีน้ำเงิน
“ช่างเถิด เจ้าหาทางส่งข่าวไปยังคนของเราที่แยกย้ายออกไป ให้พวกเขาไปรอที่ป้อมเฉียวหง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนางตั้งแต่แรก เราจะคาดหวังสิ่งใดได้เล่า ไปเถิด” กล่าวจบก็หันหลังเดินจากไปเมื่อกล่าวจบ
เสี่ยวเฮยถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย จากนั้นได้แต่เดินตามผู้เป็นนายไป
เช้ามืดวันต่อมาหญิงสาวหายตัวไปดังคาด เสี่ยวเฮยนับเป็นนักแกะรอยผู้เก่งกาจ ถึงอย่างนั้นชั่วพริบตาที่เขาหันไปมองผู้เป็นนาย ไม่คาดว่าคนก็หายไปแล้ว!!!
ไม่เพียงเท่านั้นคล้อยหลังได้ไม่นาน หั่วเหิงกลับสังหารชาวบ้านสองคนที่อาสาเฝ้ายามจากนั้นหลบหนีไปได้ ทุกคนไม่มีทางเลือกได้แต่รีบออกเดินทางไปยังป้อมเฉียวหงทันที
“ไปเถิด เราต้องคุ้มกันคนเหล่านี้ไปยังป้อมเฉียวหง”
เฟิ่งอวิ๋นฉีมองจุดที่หญิงสาวเคยนอนหลับพักผ่อน ในใจของเขารู้สึกผิดหวังอยู่บ้างแม้เตรียมใจเอาไว้แล้ว ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ปล่อยวางได้อย่างรวดเร็ว
ยอดฝีมือสามคนแม้มากฝีมือ ถึงอย่างนั้นการคุ้มกันผู้เป็นนายและชาวบ้านกลุ่มใหญ่ ทำให้พวกเขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แม้รั้งท้ายเพื่อคุ้มกันให้ทุกคนเร่งเข้าไปในป้อม ถึงอย่างนั้นกองกำลังที่มากกว่าก็ยังคงล้อมพวกเขาเอาไว้ได้
แรงสะกิดที่แขนเสื้อทำให้เซี่ยไห่ถางถอนหายใจออกมาเสียงเบา ---รู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้อันตรายมาก---
---ข้ารู้ว่าท่านทำได้ ข้าจะเป็นเด็กดีรอท่านที่นี่ไม่ไปไหน ท่านช่วยพวกเขาได้หรือไม่ แค่ครั้งนี้ ครั้งสุดท้าย ขอเพียงพาพวกเขาเข้ามาในป้อม ข้าขอร้อง นับจากนี้รับปากว่าจะเชื่อฟังท่านทุกเรื่อง---
---ทุกเรื่อง?--- เซี่ยไห่ถางหรี่ดวงตามองเฟิ่งหนิง ทั้งสองยืนอยู่มุมหนึ่งเหนือกำแพงป้อมเฉียวหง
เฟิ่งหนิงพยักหน้ารัวๆ
---ได้ ข้าจะไปพาพวกเขาเข้ามาในป้อม เจ้าต้องรักษาคำพูดรอข้าอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหน แล้วก็นับจากนี้จะเชื่อฟังข้าทุกเรื่อง---
หญิงสาวผูกห่อสัมภาระไว้กับตัวเฟิ่งหนิง ถอดหน้าไม้ออกจากข้อมือแล้วสวมให้เด็กสาว ---เจ้ารู้ว่าใช้ยังไง จำไว้หากมีอะไรไม่ชอบมาพากลยิงได้เลยห้ามลังเล หากข้ากลับมาไม่เจอเจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าจะโกรธมาก---
---แต่ท่านต้องใช้มัน---
---ข้ามีมีดสั้นและกระบี่ของชิงเจี้ยน---
เซี่ยไห่ถางเดินลงบันไดไปยังประตูป้อม นางแจ้งขอออกไปคุ้มกันชาวบ้านให้เข้ามาในป้อม นายด่านซึ่งทำหน้าที่เฝ้าประตูกำลังรอคำสั่งจากแม่ทัพหวังเริ่มลังเล เขาเองก็อยากไปช่วยคุ้มกันชาวบ้านเหล่านั้น แต่จนใจด้วยเพราะยังไม่มีคำสั่งของแม่ทัพ
“ข้าให้เจ้ายืมม้าศึก ขอให้เจ้าโชคดี ขอเพียงถ่วงเวลาจนชาวบ้านมาถึงหน้าประตู ข้ารับรองว่าจะเปิดประตูรับพวกเขาเข้ามาในป้อม”
“ขอบใจ” หญิงสาวกระโดดขึ้นไปบนหลังม้า ประตูป้อมค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับม้าศึกหนึ่งเดียวที่ควบตรงไปยังกลุ่มคนที่ถูกล้อมเอาไว้กลางทุ่งหญ้า