หนานฉีหวางเฟย

67.0K · จบแล้ว
หรงเย่า/นาย่า/สุราพันจอก
62
บท
4.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เขาชอบสะสมยอดฝีมือไว้ข้างกายจึงถูกนางดึงดูด นางจำเป็นต้องใช้เขาปกป้องคนผู้หนึ่ง ดังนั้นชะตาจึงคล้ายถูกผูกเอาไว้กับเขา หนานฉีหวาง เฟิ่งอวิ๋นฉี อ๋องหนุ่มผู้ซึ่งไร้วรยุทธ์ แต่กลับมีฐานะเป็นถึงจอมทัพปกป้องแดนเหนือของแคว้นต้าเยวี่ย ทุกอย่างที่ทำเขาล้วนทำเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ทำให้ยอดฝีมือและกุนซือมากมายยอมอยู่รับใช้ข้างกาย ในวัยเยาว์เคยถูกลุงแท้ๆ วางยาพิษ ทำให้ร่างกายต่อต้านสมุนไพรและพิษทุกชนิด เซี่ยไห่ถาง หญิงสาวผู้ซึ่งเดินทางมากับองค์หญิงต้าเยวี่ย ฐานะหนึ่งนางเป็นบุตรสาวของปราชญ์ต้าเยวี่ย แต่อีกฐานะของนางกลับเต็มไปด้วยปริศนาที่นางเองก็ไม่อาจไข ที่รู้ๆ คือนางมาจากที่อื่น เป็นที่ที่ไกลมาก เพราะฝีมือของนางทำให้เฟิ่งอวิ๋นฉีรู้สึกสนใจ กระทั่งได้พบกันอีกครั้งเพราะโชคชะตา ทั้งสองจึงถูกผูกเอาไว้ด้วยกัน กระทั่งที่สุดแล้วนางเองจึงพบว่าเขาเป็นบุรุษที่ไม่เลวเลย...

นิยายจีนโบราณท่านอ๋องนางเอกเก่งข้ามมิติจีนโบราณนิยายย้อนยุค

บทที่ 1.1

ข่าวลือเรื่องที่ลั่วเซิงผู้ซึ่งเป็นถึงจ้าวยุทธ์คนปัจจุบันกำลังจะทำพิธีล้างมือในอ่างทองคำ ทำให้ชาวยุทธ์ที่มีชื่อเสียงต่างพากันเดินทางมายังเสวี่ยซาน ในบรรดาชาวยุทธ์มากมายส่วนหนึ่งมาเพื่อเป็นสักขีพยาน อีกส่วนมาเพื่อชื่นชมความยิ่งใหญ่มั่งคั่งของคนตระกูลลั่ว แต่อีกส่วนกลับมาเพียงเพื่อชมดูความครึกครื้น

หนึ่งในจำนวนคนที่มาเพียงเพื่อชมดูความครึกครื้น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าเขาจะมีฐานะเป็นถึงท่านอ๋องแคว้นต้าเยวี่ย บุรุษที่แม้ไม่มีวรยุทธ์แต่กลับสามารถนำพาแคว้นต้าเยวี่ยพ้นภัยจากการรุกรานของแคว้นเป่ยโจว

ลือกันว่าเขาเป็นเพียงบุรุษที่มีท่าทางคล้ายบัณฑิตอ่อนแอ หากแต่เพราะเขารู้จักเลือกใช้คน ดังนั้นข้างกายเขาจึงมียอดฝีมือมากมายอยู่ข้างกายเพื่อรับใช้

ว่ากันว่าแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องให้เกียรติอนุชาผู้นี้อยู่หลายส่วน ขุนนางในราชสำนักแคว้นต้าเยวี่ยย่อมไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกินเขา ดังนั้นฐานะของเขาในแคว้นต้าเยวี่ยจึงนับว่าเป็นรองเพียงหนึ่ง แต่อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้าอย่างแท้จริง

...หนานฉีหวาง เฟิ่งอวิ๋นฉี

การปลอมตัวมาชมดูความครึกครื้นครานี้ นัยหนึ่งมาเพื่อสอดส่องชายแดนตะวันออก อีกนัยก็เพราะข่าวลือที่เริ่มหนาหูขึ้น เกี่ยวกับกองทัพของตงโจวที่ลอบเคลื่อนไหวยังชายแดนตะวันออก

เฟิ่งอวิ๋นฉี...บุรุษอ่อนแอปวกเปียกราวกับคนอมโรค กำลังนั่งปะปนอยู่กับชาวยุทธ์มากมายที่กำลังตื่นเต้นงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่ของตระกูลลั่ว ถึงอย่างนั้นข้างกายเขากลับมียอดฝีมือสองคนยืนขนาบซ้ายขวา มองไปยังด้านขวาห่างออกไปสิบก้าวก็มียอดฝีมืออีกสองคน ด้านหลังอีกสาม ซ้ายมืออีกหนึ่ง เห็นชัดว่าการมาครั้งนี้ไม่ได้ประมาทแม้แต่น้อย

ถึงอย่างนั้นไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าพิธีล้างมือในอ่างทองคำของจ้าวยุทธ์ จะยุ่งเหยิงวุ่นวายขึ้นทันทีที่เจ้าของงานปรากฏกาย ลั่วเซิงจ้องเขม็งไปยังบุรุษที่กำลังใช้มือดันล้อรถเข็นซึ่งยึดกับเก้าอี้ไม้เข้ามาช้าๆ รถเข็นรูปร่างประหลาดแต่กลับสามารถทำให้ชายพิการผู้หนึ่ง สามารถขยับเขยื้อน รวมไปถึงเคลื่อนไหวไปตามทางเดิน เรียกความสนใจของผู้คนในงานได้เป็นอย่างดี

บุรุษพิการผู้นั้นไม่ได้รีบร้อน เขาเพียงเข็นรถไปหยุดตรงหน้าลานซึ่งมีบันไดสูง จากนั้นค่อยๆ ยกมือขึ้นถอดหมวกคลุมออกจากศีรษะ ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยนของเขากลับทำให้ลั่วเซิงถึงกับใบหน้าซีดเผือด

เสียงฮือฮาพร้อมกับเสียงซุบซิบอื้ออึงดังขึ้น เฟิ่งอวิ๋นฉีส่งสัญญาณให้คนของตนใจเย็นๆ รอดูสถานการณ์ตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนข้างๆ เป็นเชิงถาม

ไป๋จื่อก้าวเข้ามาพร้อมกระซิบเสียงเบา “คนผู้นี้หากข้าน้อยเดาไม่ผิดน่าจะเป็น ชิงเจี้ยน กระบี่เดียวดายผู้มีชื่อเสียงโด่งดังผู้นั้น สิบห้าปีก่อนเพราะเกิดเรื่องชิงรักหักสวาทกับลั่วอวี้ เขาถึงกับสังหารคนในจวนของลั่วอวี้จนสิ้น หลังจากเกิดเรื่องได้เพียงเดือนเดียวลั่วเซิงก็ตามไปแก้แค้น ที่จริงเขานับเป็นคนที่ตายไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าเหตุใดวันนี้จึงปรากฏตัวขึ้น”

เฟิ่งอวิ๋นฉีพยักหน้ารับรู้ จากนั้นสถานการณ์ที่ตึงเครียดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ร่างของบุรุษวัยกลางคนถูกโยนตัวลอยเข้ามา ร่างท้วมหล่นลงไปตรงหน้ารถเข็นของชิงเจี้ยนอย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นเงาร่างในชุดสีขาวก็เหินกายเข้ามา

นาง...เป็นสตรีที่แต่งกายเช่นบุรุษ

เรือนผมรวบสูงตึงแน่นยึดด้วยปิ่นหยกเรียบๆ ชุดรัดกุมสีขาวทั้งชุด ปลิวสะบัดไปกับสายลมในยามที่นางเหินกายลงยืนบนพื้นอย่างมั่นคง

“วิชาตัวเบาล้ำเลิศ” ไป๋จื่อลอบอุทาน

เฟิ่งอวิ๋นฉีมองใบหน้าเย็นชาของสตรีนางนั้น ท่วงท่าสง่างามแต่กลับดูเยือกเย็นน่ากลัว ไหล่เหยียดตรง แขนข้างหนึ่งไขว้กับบั้นเอวเบื้องหลัง อีกข้างยื่นไปจับพนักรถเข็นของชิงเจี้ยน

“เป็นเขา! ลั่วอวี้ นั่นเป็นลั่วอวี้ไม่ผิดแน่ มิใช่ว่าเขาถูก...ถูกชิงเจี้ยนสังหาร...ดังนั้น....ดังนั้น...”

คนที่สมควรตายสองคนกลับยังคงมีชีวิตอยู่ ส่วนคนที่ยิ่งใหญ่เป็นหนึ่งในยุทธภพอย่างลั่วเซิง กลับปั้นหน้าหลอกลวงผู้คนไปทั่ว เขากล่าวอ้างว่าตำราเพลงกระบี่เดียวดายที่ตนได้มานั้น ไม่ใช่เป็นการช่วงชิงมา แต่กลับพูดได้อย่างไม่ละอายว่าได้มาหลังจากประมือชนะและสังหารชิงเจี้ยนเพื่อแก้แค้นให้ผู้เป็นน้องชาย...

แม้ชิงเจี้ยนยังคงไม่เอ่ยปาก แต่การที่ลั่วอวี้ยังคงมีชีวิตกลับทำให้ผู้คนเริ่มคาดเดาไปต่างๆ นานา

“พะ...พี่ใหญ่ช่วยข้าด้วย นะ...นางฝีมือร้ายกาจยิ่ง นาง...นางยังฝึกกระบี่เดียวดายสำเร็จแล้วด้วย นาง...”

“หุบปาก!!” ลั่วเซิงตวาดดังลั่น

“ลั่วเซิง” อยู่ๆ ชิงเจี้ยนก็ตะโกนเสียงดังเขาหัวเราะออกมาราวกำลังขบขันเสียเต็มประดา “เจ้าช่างลำบากเสียจริงๆ ซ่อนน้องชายเอาไว้หลังเขานานถึงสิบห้าปี จัดฉากว่าข้าสังหารผู้คนเกือบร้อยชีวิต ใช้ข้ออ้างให้คนในยุทธภพมากมายตามล่าสังหารคนรอบกายข้า เพียงเพื่อให้ได้เคล็ดวิชากระบี่เดียวดาย เจ้า...อยากรู้หรือไม่สิบห้าปีมานี้เหตุใดเจ้าจึงฝึกกระบี่เดียวดายไม่สำเร็จสักที”