บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.2

เซี่ยไห่ถางพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำพร้อมกับสบตากับเฟิ่งหนิง นางย้ำนักหนาว่าให้เฟิ่งหนิงรออยู่ที่เดิม หลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องเนื่องจากการปล้นฆ่า ที่ไหนได้เฟิ่งหนิงกลับวิ่งออกมาจนถูกกวาดต้อนมากับชาวบ้านกลุ่มนี้

หลายคนแปลกใจกับท่าทีของหญิงสาว ผิดกับหั่วเหิงและคนของเขาที่แม้ประหลาดใจแต่ก็หัวเราะออกมาเนื่องจากพวกเขามีถึงยี่สิบห้าคน อีกทั้งทุกคนยังเป็นนายทหารที่ทั้งกำยำและผ่านการต่อสู้มากมายนับไม่ถ้วน

“เจ้า...มาเพื่อช่วยเด็กคนนี้”

“ใช่” เซี่ยไห่ถางตอบเสียงเรียบ

หั่วเหิงส่งสายตาให้ต้าหู่ อีกฝ่ายคว้าคอเสื้อของเฟิ่งหนิง ยกร่างเล็กขึ้นก่อนเหวี่ยงเด็กสาวลงมาอย่างแรง “เอาไปสิ” ยิ่งเห็นเฟิ่งหนิงใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บ พวกมันก็ยิ่งหัวเราะกันเสียงดัง

เซี่ยไห่ถางเดินเข้าไปนั่งลงตรงหน้าเฟิ่งหนิง นางตรวจดูเด็กสาวอย่างละเอียดเมื่อเห็นแผลเล็กน้อยก็โล่งอก ---ไม่เจ็บใช่หรือไม่---

เฟิ่งหนิงส่ายหน้า ---ช่วยพวกเขาได้หรือไม่ ชาวบ้านพวกนี้ล้วนถูกกวาดต้อนเป็นเชลย มีทั้งพวกเด็กๆ สตรี ไม่นานคงถูกสังหารแน่ พวกเขาเป็นบิดา พี่ น้อง และสามีของใครสักคน พวกเขา...ล้วนมีครอบครัว---

เซี่ยไห่ถางสบตาวิงวอนของเฟิ่งหนิง ---ข้าช่วยก็ได้ แต่เราต้องแยกตัวทันทีเพื่อข้ามไปยังต้าเยวี่ย---

ทั้งสองสนทนาด้วยภาษามือจึงมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดเข้าใจ เนื่องจากภาษามือนี้เป็นหญิงสาวสอนให้เฟิ่งหนิง ด้านหลังเสียงหัวเราะยังคงดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา

เซี่ยไห่ถางไม่ได้หันไปมองด้านหลัง นางกวาดสายตาไปโดยรอบก่อนชี้มือไปยังจุดหนึ่ง ---จำเพลงครอบครัวหมีที่ข้าเคยสอนเจ้าได้หรือไม่ เจ้าไปนั่งหันหลังตรงนั้น ปิดหู หลับตา ร้องเพลงนั้นในใจสักสามรอบ รอข้า---

เฟิ่งหนิงทำตามที่หญิงสาวบอกทันที ยังไม่ทันได้ถึงจุดที่อีกฝ่ายบอกเสียงตุบคราหนึ่งก็ดังขึ้น เด็กสาวสะดุ้งแต่ก็ไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงเดินไปนั่งลง หลับตา สองมือปิดหู จากนั้นนึกเนื้อร้องในใจ

---ครอบครัวของเรามีกันสามตัว หมีตัวใหญ่คือชิงเจี้ยน หมีอีกตัวคือไห่ถาง ส่วนตัวเล็กคือเสี่ยวหนิง เรามีกันเพียงสามตัวในป่าใหญ่ ทุกวันออกหาของกินอิ่มหนำ ชีวิตเรียบง่ายสงบสุขผ่านไปวันแล้ววันเล่า เราไม่ต้องการสิ่งใด ขอเพียงครอบครัวเรามีสามตัวพร้อมหน้าเช่นทุกๆ วัน---

ขณะที่มองเฟิ่งหนิงเดินไปนั่ง ต้าหู่ก็เดินเข้ามาถึงตัวเซี่ยไห่ถาง นางหลบกรงเล็บที่กำลังตะปบลงมาของชายร่างใหญ่ การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนคนตรงหน้าไม่คาดคิด หญิงสาวหมุนตัวฟาดสันมือเข้าลำคอของอีกฝ่าย

“อึก!” เสียงเบาๆ ดังขึ้นจากลำคอต้าหู่ แต่เขายังไม่ทันขยับเงาร่างปราดเปรียวก็เหยียบเท้าลงบนเข่าเขา หยัดตัวขึ้นฟาดศอกลงไปยังกลางกระหม่อมอย่างแรง

เสียงตุบดังขึ้นตอนที่เฟิ่งหนิงสะดุ้ง แท้ที่จริงก็คือร่างใหญ่ของต้าหู่ล้มลงบนพื้น

คนของหั่วเหิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธกรุ่น สหายถูกเล่นงานตรงหน้าถึงสองคน พวกเขาทุกคนหยิบอาวุธกรูกันเข้ามาหมายโจมตีหญิงสาว นางเลิกแขนเสื้อขึ้นจากนั้นยิงหน้าไม้ออกไปเป็นแนววงกลม

เสียงสวบๆ ดังขึ้นติดๆ กัน ยังไม่ทันได้เข้าใจอะไรดีร่างของบุรุษล่ำสันกลับล้มลงคนแล้วคนเล่า กลางหน้าผากมีรอยเลือดทั้งยังมีอาวุธสังหารเสียบคาอยู่ ดวงตาเบิกโพลงราวกับไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกจู่โจมตั้งแต่เมื่อไร...

หั่วเหิงเบิกตามองคนของตนล้มลงจนสิ้น ในใจเกิดความหวาดกลัวจึงหมุนตัวหมายหลบหนี ที่ไหนได้เพิ่งหมุนตัวข้อเท้ากลับเจ็บแปลบจนล้มลงไปกองกับพื้น มองดูข้อเท้าด้านหลังที่ถูกมีดสั้นกรีดเขามองไปยังผู้ลงมือ

เป็นบุรุษใบหน้าดุดันผู้หนึ่ง...

ลงมือรวดเร็วถึงเพียงนี้นับเป็นยอดฝีมือ เหตุใดเขาไม่รู้ว่าในกลุ่มชาวบ้านกลับมียอดฝีมือซุ่มซ่อนอยู่ น่าตายนัก!!!!

เซี่ยไห่ถางลดหน้าไม้ที่อยู่ข้อมือลง นางจ้องเขม็งไปยังบุรุษที่ลงมือกับหั่วเหิง

“แม่นาง มีชาวบ้านหลายคนถูกจับตัวไปก่อนหน้านี้ หากท่านสังหารเขา เราก็จะไม่มีทางรู้ว่าพวกมันจับคนไปไว้ที่ใด” เป็นไป๋จื่อที่รีบตอบทันทีหลังถูกหญิงสาวจับจ้อง ในใจของเขาเลื่อมใสในฝีมือของหญิงสาวยิ่งนัก
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel