ตอนที่ 6 : สมรสพระราชทาน
ตอนที่
[6]
สมรสพระราชทาน
เจียงซื่ออิงเดินทางกลับเมืองหลวงด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกังวลและคำถามมากมาย นางร่ำลาท่านตาท่านยายพร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมเยียนอีกในเร็ววัน ทั้งสองรวมถึงคนที่รู้ว่านางจะกลับเมืองหลวงก็ได้แต่พากันอวยพรให้นางเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
ตลอดเส้นทางที่ใช้เวลาเดินทางนานถึงสามวัน นางแทบไม่ได้คิดเรื่องอื่นเพราะในหัวของนางนั้นมีแต่คำถามที่ว่า เหตุใดท่านพ่อจึงเรียกนางกลับไปอย่างกะทันหัน?
และเมื่อรถม้าของนางมาถึงหน้าจวนราชครูหรือจวนตระกูลเจียง จวบจนกระทั่งเดินเข้าไปในจวน ภาพที่เห็นในเวลาต่อมากลับทำให้นางต้องตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
นั่นเพราะทั่วทั้งจวนถูกประดับประดาไปด้วยผ้าแพรสีแดงสดและโคมไฟมงคลราวกับกำลังจะมีงานมงคลครั้งใหญ่เกิดขึ้น!
“ท่านพ่อ!” นางรีบวิ่งเข้าไปหาบิดาที่ยืนรออยู่ไม่ไกล
“นี่มันเรื่องอะไรกันเจ้าคะ เหตุใด…”
ราชครูเจียงมองบุตรสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลำบากใจและรู้สึกผิด เขายื่นม้วนราชโองการสีทองอร่ามม้วนหนึ่งส่งให้นางแทนคำตอบ
เจียงซื่ออิงรับมาเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทา และเนื้อหาในนั้นก็ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของนาง!
‘ด้วยแม่ทัพหานซวนเฉิน ได้สร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่ในการปราบปรามกบฏที่เมืองก่านโจว มีความดีความชอบต่อแผ่นดิน อีกทั้งยังเป็นบุรุษหนุ่มที่มีความสามารถและเหมาะสมกับคุณหนูใหญ่แห่งจวนราชครู เจียงซื่ออิง ผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมและคุณธรรม จึงเห็นควรให้ทั้งสองได้ครองคู่กัน งานมงคลจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จบราชโองการ’
นี่มันคือ…พระราชโองการพระราชทานสมรส!!
ว่าแต่ผู้ใดนะ หานซวนเฉินเช่นนั้นหรือ!?
เป็นไปได้อย่างไร!!
เจียงซื่ออิงทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง พูดอะไรไม่ออก
“ทำไม...ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้...”
“พ่อขอโทษนะอิงเออร์” ราชครูเจียงย่อตัวลงมาประคองบุตรสาว
“นี่เป็นพระราชโองการโดยตรง พะ...พ่อปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ”
ในตอนนี้เจียงซื่ออิงอยากจะกรีดร้องออกมา นางอยากจะหนี หนีไปให้ไกลที่สุด! แต่เมื่อนึกถึงผลกระทบอันร้ายแรงที่จะตามมา ทั้งต่อตัวนางเองและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อท่านพ่อและตระกูลเจียง นางก็ทำไม่ลง
“แต่เหตุใดฝ่าบาทถึงได้...” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ
“ตอนแรกพ่อก็สงสัยเช่นกัน จึงได้เข้าไปทูลถามฝ่าบาทมาแล้ว” ราชครูเจียงถอนหายใจ
“ฝ่าบาทตรัสว่า...เป็นแม่ทัพหานซวนเฉินที่เป็นคนทูลขอพระราชทานสมรสครั้งนี้ด้วยตัวเอง”
!!!
“อะไรนะ!?” เจียงซื่ออิงตกใจยิ่งกว่าเดิม
“ใช่ เขาเพิ่งจะกลับมาจากการนำทัพไปปราบกบฏที่เมืองก่านโจวได้สำเร็จ ฝ่าบาททรงพอพระทัยมากและตั้งใจจะพระราชทานยศถาบรรดาศักดิ์และทรัพย์สินให้เขามากมาย แต่เขากลับปฏิเสธรางวัลทั้งหมดแล้วทูลขอเพียงสิ่งเดียว...”
“นั่นคือการได้แต่งงานกับเจ้า”
“…..”
เจียงซื่ออิงยิ่งงุนงงสับสนเข้าไปใหญ่ เมืองก่านโจว? เขาไปรบที่นั่นตั้งแต่เมื่อไรกัน!?
ในชาติที่แล้วกว่าที่เขาจะได้เป็นแม่ทัพก็ต้องรออีกตั้งหลายเดือนไม่ใช่หรือ ซ้ำยังต้องไปที่เมืองจินชาง แล้วเหตุใดชาตินี้...ทุกอย่างถึงได้รวดเร็วและผิดเพี้ยนไปหมด!
“ฝ่าบาททรงเผลอรับปากเขาไปแล้วว่าจะประทานรางวัลให้ทุกอย่างตามที่ขอ...จึงไม่อาจกลับคำได้” ราชครูเจียงกล่าวสรุป
เจียงซื่ออิงได้แต่หัวเราะออกมาอย่างขื่นขม
นี่นางพยายามหลีกหนีชะตากรรมแทบตาย แต่สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นอย่างนั้นหรือ
เอาเถอะ ในเมื่อหนีไม่ได้ ก็คงต้องเผชิญหน้ากับมัน
แต่งก็แต่งแต่ชาตินี้อย่าหวังว่าจะรังแกข้าได้ หานซวนเฉิน!!
วันมงคลมาถึงเร็วกว่าที่คิด ทุกอย่างดำเนินไปราวกับภาพฝันร้ายซ้ำรอย นางถูกจับขึ้นมาแต่งตัวในชุดเจ้าสาวสีแดงสดตั้งแต่เช้า ก่อนจะเข้าสู่พิธีกราบไหว้ฟ้าดิน และสุดท้ายคือการถูกส่งตัวเข้าห้องหอ
แต่ครั้งนี้นางไม่ได้นั่งรอคอยเขาด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุขอีกต่อไปแล้ว
ทันทีที่เข้ามาในห้องหอตามลำพัง เจียงซื่ออิงก็รีบถอดเครื่องประดับที่หนักอึ้งต่าง ๆ ออก จัดการอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดนอนสบาย ๆ แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที ทำทีเป็นหลับใหล ไม่สนใจโลกภายนอกอีกต่อไป
จนกระทั่งเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเขา
หานซวนเฉินในชุดมงคลสีแดงยิ่งขับให้ใบหน้าของชายหนุ่มดูหล่อเหลาองอาจขึ้นเป็นทวีคูณ เขามองมายังร่างที่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียงด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“อิงเออร์เจ้านอนแล้วหรือ?” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม
“แต่...เรายังไม่ได้ดื่มสุรามงคลกันเลยนะ ไม่เป็นไร เจ้านอนพักผ่อนก่อนก็ได้”
เจียงซื่ออิงที่แกล้งหลับอยู่ได้แต่นอนนิ่งฟังเขาพูด ในใจเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่คุกรุ่น น้ำเสียงอ่อนโยนจอมปลอมเช่นนี้...ครั้งสุดท้ายที่นางได้ยินก็คือในคืนเข้าหอครั้งก่อน ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน!
แล้วอิงเออร์อันใด ชาตินี้นางไปสนิทสนมกับเขาตั้งแต่เมื่อไร ใครอนุญาตให้เขาเรียกกัน!!
จากนั้นนางก็รู้สึกได้ถึงร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้เตียงมากขึ้น ก่อนที่ความอบอุ่นจะเข้ามาประชิดอยู่ข้างแก้ม
ขะ...เขากำลังจะฉวยโอกาสกับนางหรือ?
เจียงซื่ออิงเบิกตาโพลงขึ้นทันทีด้วยความตกใจระคนรังเกียจ
“เจ้า...ยังไม่นอนหรือ?”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนพร้อมกับนัยน์ตาคมกริบที่ทอประกายพราวระยับราวกับดวงดาวคู่นั้นเอ่ยถามขึ้น ใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงแค่ฝ่ามือกั้น ใกล้จนนางสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของเขา
เจียงซื่ออิงชะงักไปชั่วขณะกับความหล่อเหลาที่โจมตีเข้ามาในระยะประชิดก่อนจะรีบตั้งสติ
‘ถามมาได้ยังไม่นอนหรือ หากข้านอน ข้าก็คงต้องตื่นเพราะเจ้านี่แหละ!’
เจียงซื่ออิงได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยเย็นชา
หานซวนเฉินหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี “ในเมื่อเจ้ายังไม่นอน เช่นนั้นก็มาดื่มสุรามงคลกันให้เรียบร้อยก่อนเถิด”
หญิงสาวไม่มีทางเลือกจึงจำต้องลุกขึ้นไปคล้องแขนดื่มสุรามงคลกับเขาตามธรรมเนียม หลังจากดื่มเสร็จ ชายหนุ่มก็มองหน้าภรรยาด้วยสายตาที่ลุ่มหลง ก่อนจะกึ่งดึงกึ่งลากอีกฝ่ายกลับไปยังเตียงนอนอีกครั้ง
ที่บอกว่ากึ่งดึงกึ่งลาก นั่นก็เพราะเจียงซื่ออิงพยายามขัดขืนอย่างถึงที่สุด!
‘อดทนไว้ เจียงซื่ออิง อดทนไว้ อีกไม่นาน...ราชโองการฉบับนั้นก็คงจะมาถึงแล้ว เดี๋ยวเขาก็ต้องไปแล้ว’ เจียงซื่ออิงได้แต่บอกกับตัวเองในใจพร้อมส่งสายตาไม่พอใจไปหาอีกคน
ทว่าคล้ายเขาไม่รับรู้สิ่งใด เขาผลักนางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ก่อนจะโน้มตัวลงมาคร่อมร่างนางไว้ ทำให้ใบหน้าของพวกเรากลับมาใกล้กันอีกครั้ง ครานี้เจียงซื่ออิงถึงกับกลั้นหายใจ พลางนับเลขในใจเพื่อรอคอยเสียงของผู้ส่งสารจากวังหลวง
หนึ่ง...
สอง...
สาม...
“อะ อิง…”
“เรียนท่านแม่ทัพ!”
และแล้วมันก็เป็นไปตามที่นางคาด!
“มีราชโองการด่วนจากฝ่าบาทขอรับ!!!” เสียงของทหารองครักษ์ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง
เจียงซื่ออิงแทบอยากจะพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ฟู่ว
รอดแล้ว!
แต่ทว่าแทนที่เขาจะลุกออกไปทันที เขากลับยังคงนิ่งอยู่ ก่อนจะหันมามองหน้านางด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
ฟอด!
หานซวนเฉินฉวยโอกาสหอมแก้มนวลของเจียงซื่ออิงไปฟอดใหญ่ด้วยความรวดเร็ว!
นะ นี่…
ทำให้เจียงซื่ออิงนิ่งอึ้งไปกับสัมผัสที่ไม่คาดคิด ก่อนที่เขาจะผละตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเขาก็กลับเข้ามาอีกครั้งด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ข้าเป็นแม่ทัพใหญ่ นำทัพไปป้องกันเมืองจินชางจากการรุกรานของเผ่าเหลียง”
เจียงซื่ออิงไม่กล่าวอันใด แต่ในใจนั้นลิงโลดอย่างถึงที่สุดแม้จะยังไม่ได้กล่าวโทษที่เขาฉวยโอกาสกับนางเมื่อครู่ก็ตาม แต่เอาเถอะ ทุกอย่างกำลังจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว
แต่ทว่า...
“อิงเออร์เจ้าไปเก็บข้าวของเถิด...” เขาเดินเข้ามาหานาง ก่อนจะกล่าวประโยคต่อมาที่ทำลายความหวังทั้งหมดของนางลงจนหมดสิ้น
“เราจะไปด้วยกัน”
!!!
