
บทย่อ
รางวัลของคนรอด้วยความซื่อสัตย์หาได้รับเป็นความซื่อสัตย์กลับมาไม่ หลงนึกดีใจว่าตนเองเลือกบุรุษที่ดี ที่ไหนได้... แต่เอาเถอะ ในเมื่อเลือกผิดก็แค่เลือกใหม่ ชาติใหม่นี้สิ้นสุดกันทีกับสามีใจร้ายผู้นั้น!!
ตอนที่ 1 : สตรีผู้นั้นคือใคร
ตอนที่
[1]
สตรีผู้นั้นคือใคร
ที่หน้าจวนตระกูลหาน จวนของขุนนางบู๊ผู้มีความสามารถผู้หนึ่งในเมืองหลวงกำลังเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งจากคนในจวนและชาวบ้านที่มายืนรอชื่นชมบารมีของแม่ทัพผู้มากความสามารถ ที่สามารถจัดการกับศัตรูที่มารุกรานแว่นแคว้นได้ในระยะเวลาเพียงไม่นาน
ลมหนาวในช่วงฤดูเหมันต์พัดโชยมาเบา ๆ แต่กลับไม่อาจลดทอนความอบอุ่นปนตื่นเต้นที่แผ่ซ่านอยู่ในหัวใจของเจียงซื่ออิงได้เลยแม้แต่น้อย
นางกำลังยืนอยู่หน้าประตูจวนเคียงข้างหานฮูหยินผู้เป็นแม่สามีที่แสนดี มือกุมแน่นเข้าหากัน ดวงตางดงามของหญิงสาวทอดยาวไปยังสุดปลายถนนด้วยความคาดหวังและตื่นเต้นระคนกัน วันนี้เป็นวันที่สามีของนาง แม่ทัพหาน หานซวนเฉิน จะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงหลังจากไปรบเพื่อป้องกันเมืองสำคัญของแคว้นอย่างเมืองจินชางยาวนานถึงหกเดือนเต็ม
“ตื่นเต้นหรือ หรือว่ากลัวว่าเขาจะบาดเจ็บ ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะอิงเออร์” หวงเย่ถง หรือหานฮูหยิน เอ่ยขึ้นพลางกุมมือลูกสะใภ้ไว้อย่างอ่อนโยน “เฉินเออร์เก่งกาจถึงเพียงนั้น ต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”
“เจ้าค่ะท่านแม่” เจียงซื่ออิงยิ้มรับบาง ๆ แต่ในใจกลับเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก หกเดือนที่ผ่านมาสำหรับคนอื่นอาจจะดูไม่นานนัก แต่สำหรับนางที่ต้องเฝ้ารอคอยการกลับมาของบุรุษอันเป็นที่รัก มันช่างยาวนานราวกับชั่วชีวิต
ก่อนที่ความคิดของเจียงซื่ออิงจะล่องลอยย้อนกลับไปเมื่อเก้าเดือนก่อน...
ในตอนนั้นนางยังคงเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนราชครูเจียง ผู้เพียบพร้อมและเป็นที่หมายปองของบุรุษสูงศักดิ์มากมาย หนึ่งในนั้นคือฉีอ๋อง โอรสของถานกุ้ยเฟยผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ เขามาที่จวนเพื่อสู่ขอนางกับท่านพ่อด้วยตนเอง แต่ด้วยไม่อยากเข้าไปอยู่ในวังวนแห่งการแก่งแย่งชิงดี นางจึงปฏิเสธเขาไป
ทว่าเขากลับไม่ยอมแพ้
‘ข้าจะให้เวลาเจ้าสามเดือนในการคิดทบทวนเมื่อข้ากลับมาจากภารกิจที่ต่างเมือง ข้าจะมาขอคำตอบจากเจ้าอีกครั้ง’
ฉีอ๋องกล่าวกับนางในวันนั้นก่อนจะจากไป
คำพูดของเขาทำให้นางกลุ้มใจไม่น้อย จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่ในตลาดกับสาวใช้คนสนิทอย่าง เยว่ฉีและเยว่ลี่ นางก็ได้พบกับใครบางคน...
ตรงหน้าของนางคือภาพของบุรุษร่างสูงผู้หนึ่งในชุดทหารที่ดูน่าเกรงขามเขาก้าวเข้าไปช่วยเหลือเด็กชายตัวน้อยที่กำลังถูกรังแกอย่างไม่ลังเล รอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนและอบอุ่นของเขาในตอนนั้นเองที่ทำให้หัวใจของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง
นางจึงให้สาวใช้ไปสืบจนได้ความว่าเขาคือรองแม่ทัพหานซวนเฉิน บุรุษหนุ่มผู้โดดเด่นและมีอนาคตไกล และโชคชะตาก็ทำให้นางและเขาได้พบกันอีกครั้งเมื่อเขาช่วยนางจากโจรวิ่งราวถุงเงิน และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเราได้พูดคุยและรู้จักกันมากขึ้น
และเมื่อยิ่งได้รู้จักกับเขานางก็ยิ่งมั่นใจในคำตอบในใจ
คนผู้นี้แหละว่าที่สามีของนาง!
และต่อมาก็เป็นนางเองที่เป็นฝ่ายเอ่ยปากสารภาพความในใจก่อน ทว่า…
‘ข้าไม่คู่ควรกับคุณหนู’ เขาปฏิเสธนางทันทียามที่นางเอ่ยปาก
‘ข้าเป็นเพียงบุรุษจากตระกูลธรรมดา หาได้สูงศักดิ์ทัดเทียมกับท่านไม่’
‘ข้าไม่สนใจเรื่องตระกูลเหล่านั้น’ ทว่านางตอบกลับอย่างหนักแน่น
‘ข้าสนใจเพียงแค่ใจของเราตรงกันก็พอแล้ว’
‘นั่น…’
เมื่อนางยกเหตุผลทั้งหมดขึ้นมาพูดจนเขาไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้อีก สุดท้ายเขาก็ยอมตกลงปลงใจ จากนั้นพวกเราก็ได้ใช้เวลาคบหากันอย่างเงียบ ๆ นับจากวันพูดคุยจนคบหาก็เกือบสามเดือนพอดี และยามนั้นก็ใกล้ถึงเวลาที่ฉีอ๋องจะกลับมาทวงถามคำตอบเช่นกัน
นางจึงตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการเข้าไปพูดคุยกับบิดาของนางตามตรงว่านางมีบุรุษที่พึงใจแล้วและอยากจะหมั้นหมายแต่งงานกับเขา
ท่านพ่อแม้จะประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้คัดค้านในทันที นางเพิ่งมารับรู้ในภายหลังว่า เขาให้คนไปสืบพื้นเพของหานซวนเฉินอย่างละเอียดและพบว่าแม้จะมาจากตระกูลทหารธรรมดา แต่ประวัติของเขานั้นขาวสะอาดมาก เป็นคนดี มีความสามารถและเป็นคนที่พึ่งพาได้ผู้หนึ่ง
สุดท้ายท่านพ่อของนางจึงได้เรียกหานซวนเฉินเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัวที่จวน
วันนั้นเจียงซื่ออิงแอบยืนลุ้นอยู่ที่หน้าห้องทำงานของบิดาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นางกลัวเหลือเกินว่าท่านพ่อจะไม่ยอมรับในตัวเขา แต่แล้วประตูห้องก็เปิดออก หานซวนเฉินเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
‘ท่านราชครู...อนุญาตแล้ว’
‘พรุ่งนี้ข้าจะให้ท่านแม่เตรียมสินสอดมาสู่ขอเจ้าอย่างเป็นทางการ’
จากนั้นทุกอย่างก็รวดเร็วราวกับความฝัน ไม่นานนักพวกเราก็ได้เข้าพิธีแต่งงานกันด้วยความสุข
นางได้ยินว่าเป็นวันเดียวกับที่ฉีอ๋องเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง ท่านพ่อบอกว่าเขาได้แต่ยืนมองขบวนเจ้าสาวที่เคลื่อนผ่านไปด้วยหัวใจที่แหลกสลาย ก่อนที่เขาจะหายหน้าหายตาไปจากเมืองหลวงนับแต่นั้น
ตัดมาที่ช่วงเวลาเข้าหอ ในตอนนั้นบ่าวสาวต่างพากันเขินอายในภรรยาและสามีของตนเองหมาด ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาดี แต่ในใจนั้นล้วนเต็มไปด้วยความสุข แต่ทว่าความสุขในคืนเข้าหอกลับอยู่ได้ไม่นาน...
เพราะเพียงหลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะดื่มสุรามงคลกันเสร็จสิ้น ราชโองการด่วนจากองค์ฮ่องเต้ก็มาถึงในตอนนั้น
นี่คือสาส์นด่วนแต่งตั้งให้หานซวนเฉินเป็นแม่ทัพเฉพาะกิจ นำทัพไปป้องกันเมืองจินชางจากการรุกรานของเผ่าเหลียง และที่สำคัญต้องออกเดินทางในคืนนั้นทันที!
นางจำได้ดีว่าเขามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเพียงใด ‘อิงเออร์ ข้า...’
เจียงซื่ออิงส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะเข้าไปจับมือเขาไว้แน่น ‘ท่านไปทำเพื่อบ้านเมืองเถิด ส่วนข้า...จะรอท่านอยู่ที่นี่ ขอเพียงท่านกลับมาอย่างปลอดภัยข้าก็ดีใจมากแล้ว’
หานซวนเฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ดึงร่างของภรรยาเข้าไปกอดไว้แน่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายก่อนจากกัน
‘รอข้านะอิงเออร์ ข้าจะรีบกลับมา และข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำสิ่งใดที่ผิด จะซื่อสัตย์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียว’
นั่นเป็นคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับนาง และทำให้นางเฝ้ารอการกลับมาของเขาอย่างใจจดจ่ออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
“มาแล้ว! ขบวนของท่านแม่ทัพมาแล้ว!”
เสียงโห่ร้องยินดีจากชาวบ้านที่มารอต้อนรับวีรบุรุษดึงสติของเจียงซื่ออิงกลับมาสู่ปัจจุบัน นางชะเง้อมองไปยังขบวนทหารที่กำลังเคลื่อนทัพเข้ามาอย่างองอาจ และที่นำหน้าขบวนนั้น...คือร่างสง่างามของสามีที่นางเฝ้ารอคอย เขากำลังควบอาชาสีขาวปลอดที่ดูทรงพลังมุ่งหน้าตรงมายังจวน
หัวใจของนางพองโตด้วยความสุขและความคิดถึงที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา
ในที่สุด…
เมื่อถึงหน้าจวนหานซวนเฉินก็กระโดดลงจากหลังม้าด้วยท่วงท่าที่องอาจและสง่างามยิ่งกว่าตอนขาไปเสียอีก ด้วยรัศมีความเป็นผู้นำและแม่ทัพใหญ่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน ในยามนี้เจียงซื่ออิงแทบอยากจะวิ่งเข้าไปหาและโผเข้ากอดเขาให้สมกับที่คิดถึง แต่ด้วยสายตาของผู้คนมากมาย นางจึงทำได้เพียงเก็บงำกิริยานั้นไว้ แล้วส่งยิ้มที่งดงามที่สุดไปให้เขา
ทว่าบุรุษที่นางเฝ้ารอคอยกลับไม่ได้มองมาที่นางแม้แต่น้อย
หรือแม้แต่มารดาของเขาด้วยเช่นกัน กลับกันเขากลับเดินผ่านหน้าพวกนางไปราวกับพวกนางเป็นเพียงอากาศ!
เขาเดินตรงไปยังรถม้าคันหนึ่งที่ดูหรูหราและไม่คุ้นตาซึ่งจอดอยู่ในขบวนของเขา ก่อนจะยื่นมือเข้าไปในรถม้าพร้อมกับเผยรอยยิ้ม…
เป็นรอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ รอยยิ้มที่นางเคยคิดว่ามันเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ร่างกายของเจียงซื่ออิงแข็งทื่อราวกับถูกสาป แต่สายตาก็ยังคงจดจ้องภาพตรงหน้าราวกับจะไม่ให้พลาดไปสักเสี้ยวเวลา
ไม่นานนักมือเรียวขาวผ่องของสตรีผู้หนึ่งก็ยื่นออกมาจับมือของหานซวนเฉินไว้ ก่อนที่เจ้าของมือนั้นจะค่อย ๆ ก้าวลงมาจากรถม้า
นี่ช่างเป็นสตรีที่ดูงดงามและบอบบางราวกับดอกไม้แรกแย้มที่ต้องลมเหลือเกิน
ภาพของคนทั้งสองที่ยืนเคียงข้างกัน
ภาพของสามีที่มองสตรีอื่นด้วยสายตาที่นางโหยหามาตลอดหกเดือน
มันเหมือนกับค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงมาบนหัวใจของเจียงซื่ออิงจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
สตรีผู้นี้เป็นใคร?
ความสุขและความตื่นเต้นเมื่อครู่บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดและสับสนอย่างถึงที่สุด
นี่มัน...หมายความว่าอย่างไรกันแน่?
