สิ้นสุดกันทีกับสามีใจร้าย

56.0K · จบแล้ว
คุณหนูหยางเอิน
32
บท
2.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

รางวัลของคนรอด้วยความซื่อสัตย์หาได้รับเป็นความซื่อสัตย์กลับมาไม่ หลงนึกดีใจว่าตนเองเลือกบุรุษที่ดี ที่ไหนได้... แต่เอาเถอะ ในเมื่อเลือกผิดก็แค่เลือกใหม่ ชาติใหม่นี้สิ้นสุดกันทีกับสามีใจร้ายผู้นั้น!!

นิยายจีนโบราณแม่ทัพนางเอกเก่งแก้แค้นจีนโบราณนิยายย้อนยุคหักหลังหลอกลวงรักแท้

ตอนที่ 1 : สตรีผู้นั้นคือใคร

ตอนที่

[1]

สตรีผู้นั้นคือใคร

ที่หน้าจวนตระกูลหาน จวนของขุนนางบู๊ผู้มีความสามารถผู้หนึ่งในเมืองหลวงกำลังเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งจากคนในจวนและชาวบ้านที่มายืนรอชื่นชมบารมีของแม่ทัพผู้มากความสามารถ ที่สามารถจัดการกับศัตรูที่มารุกรานแว่นแคว้นได้ในระยะเวลาเพียงไม่นาน

ลมหนาวในช่วงฤดูเหมันต์พัดโชยมาเบา ๆ แต่กลับไม่อาจลดทอนความอบอุ่นปนตื่นเต้นที่แผ่ซ่านอยู่ในหัวใจของเจียงซื่ออิงได้เลยแม้แต่น้อย

นางกำลังยืนอยู่หน้าประตูจวนเคียงข้างหานฮูหยินผู้เป็นแม่สามีที่แสนดี มือกุมแน่นเข้าหากัน ดวงตางดงามของหญิงสาวทอดยาวไปยังสุดปลายถนนด้วยความคาดหวังและตื่นเต้นระคนกัน วันนี้เป็นวันที่สามีของนาง แม่ทัพหาน หานซวนเฉิน จะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงหลังจากไปรบเพื่อป้องกันเมืองสำคัญของแคว้นอย่างเมืองจินชางยาวนานถึงหกเดือนเต็ม

“ตื่นเต้นหรือ หรือว่ากลัวว่าเขาจะบาดเจ็บ ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะอิงเออร์” หวงเย่ถง หรือหานฮูหยิน เอ่ยขึ้นพลางกุมมือลูกสะใภ้ไว้อย่างอ่อนโยน “เฉินเออร์เก่งกาจถึงเพียงนั้น ต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน”

“เจ้าค่ะท่านแม่” เจียงซื่ออิงยิ้มรับบาง ๆ แต่ในใจกลับเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก หกเดือนที่ผ่านมาสำหรับคนอื่นอาจจะดูไม่นานนัก แต่สำหรับนางที่ต้องเฝ้ารอคอยการกลับมาของบุรุษอันเป็นที่รัก มันช่างยาวนานราวกับชั่วชีวิต

ก่อนที่ความคิดของเจียงซื่ออิงจะล่องลอยย้อนกลับไปเมื่อเก้าเดือนก่อน...

ในตอนนั้นนางยังคงเป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนราชครูเจียง ผู้เพียบพร้อมและเป็นที่หมายปองของบุรุษสูงศักดิ์มากมาย หนึ่งในนั้นคือฉีอ๋อง โอรสของถานกุ้ยเฟยผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ เขามาที่จวนเพื่อสู่ขอนางกับท่านพ่อด้วยตนเอง แต่ด้วยไม่อยากเข้าไปอยู่ในวังวนแห่งการแก่งแย่งชิงดี นางจึงปฏิเสธเขาไป

ทว่าเขากลับไม่ยอมแพ้

‘ข้าจะให้เวลาเจ้าสามเดือนในการคิดทบทวนเมื่อข้ากลับมาจากภารกิจที่ต่างเมือง ข้าจะมาขอคำตอบจากเจ้าอีกครั้ง’

ฉีอ๋องกล่าวกับนางในวันนั้นก่อนจะจากไป

คำพูดของเขาทำให้นางกลุ้มใจไม่น้อย จนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่กำลังเดินเล่นอยู่ในตลาดกับสาวใช้คนสนิทอย่าง เยว่ฉีและเยว่ลี่ นางก็ได้พบกับใครบางคน...

ตรงหน้าของนางคือภาพของบุรุษร่างสูงผู้หนึ่งในชุดทหารที่ดูน่าเกรงขามเขาก้าวเข้าไปช่วยเหลือเด็กชายตัวน้อยที่กำลังถูกรังแกอย่างไม่ลังเล รอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนและอบอุ่นของเขาในตอนนั้นเองที่ทำให้หัวใจของนางสั่นไหวอย่างรุนแรง

นางจึงให้สาวใช้ไปสืบจนได้ความว่าเขาคือรองแม่ทัพหานซวนเฉิน บุรุษหนุ่มผู้โดดเด่นและมีอนาคตไกล และโชคชะตาก็ทำให้นางและเขาได้พบกันอีกครั้งเมื่อเขาช่วยนางจากโจรวิ่งราวถุงเงิน และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเราได้พูดคุยและรู้จักกันมากขึ้น

และเมื่อยิ่งได้รู้จักกับเขานางก็ยิ่งมั่นใจในคำตอบในใจ

คนผู้นี้แหละว่าที่สามีของนาง!

และต่อมาก็เป็นนางเองที่เป็นฝ่ายเอ่ยปากสารภาพความในใจก่อน ทว่า…

‘ข้าไม่คู่ควรกับคุณหนู’ เขาปฏิเสธนางทันทียามที่นางเอ่ยปาก

‘ข้าเป็นเพียงบุรุษจากตระกูลธรรมดา หาได้สูงศักดิ์ทัดเทียมกับท่านไม่’

‘ข้าไม่สนใจเรื่องตระกูลเหล่านั้น’ ทว่านางตอบกลับอย่างหนักแน่น

‘ข้าสนใจเพียงแค่ใจของเราตรงกันก็พอแล้ว’

‘นั่น…’

เมื่อนางยกเหตุผลทั้งหมดขึ้นมาพูดจนเขาไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้อีก สุดท้ายเขาก็ยอมตกลงปลงใจ จากนั้นพวกเราก็ได้ใช้เวลาคบหากันอย่างเงียบ ๆ นับจากวันพูดคุยจนคบหาก็เกือบสามเดือนพอดี และยามนั้นก็ใกล้ถึงเวลาที่ฉีอ๋องจะกลับมาทวงถามคำตอบเช่นกัน

นางจึงตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการเข้าไปพูดคุยกับบิดาของนางตามตรงว่านางมีบุรุษที่พึงใจแล้วและอยากจะหมั้นหมายแต่งงานกับเขา

ท่านพ่อแม้จะประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้คัดค้านในทันที นางเพิ่งมารับรู้ในภายหลังว่า เขาให้คนไปสืบพื้นเพของหานซวนเฉินอย่างละเอียดและพบว่าแม้จะมาจากตระกูลทหารธรรมดา แต่ประวัติของเขานั้นขาวสะอาดมาก เป็นคนดี มีความสามารถและเป็นคนที่พึ่งพาได้ผู้หนึ่ง

สุดท้ายท่านพ่อของนางจึงได้เรียกหานซวนเฉินเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัวที่จวน

วันนั้นเจียงซื่ออิงแอบยืนลุ้นอยู่ที่หน้าห้องทำงานของบิดาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นางกลัวเหลือเกินว่าท่านพ่อจะไม่ยอมรับในตัวเขา แต่แล้วประตูห้องก็เปิดออก หานซวนเฉินเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

‘ท่านราชครู...อนุญาตแล้ว’

‘พรุ่งนี้ข้าจะให้ท่านแม่เตรียมสินสอดมาสู่ขอเจ้าอย่างเป็นทางการ’

จากนั้นทุกอย่างก็รวดเร็วราวกับความฝัน ไม่นานนักพวกเราก็ได้เข้าพิธีแต่งงานกันด้วยความสุข

นางได้ยินว่าเป็นวันเดียวกับที่ฉีอ๋องเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง ท่านพ่อบอกว่าเขาได้แต่ยืนมองขบวนเจ้าสาวที่เคลื่อนผ่านไปด้วยหัวใจที่แหลกสลาย ก่อนที่เขาจะหายหน้าหายตาไปจากเมืองหลวงนับแต่นั้น

ตัดมาที่ช่วงเวลาเข้าหอ ในตอนนั้นบ่าวสาวต่างพากันเขินอายในภรรยาและสามีของตนเองหมาด ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาดี แต่ในใจนั้นล้วนเต็มไปด้วยความสุข แต่ทว่าความสุขในคืนเข้าหอกลับอยู่ได้ไม่นาน...

เพราะเพียงหลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะดื่มสุรามงคลกันเสร็จสิ้น ราชโองการด่วนจากองค์ฮ่องเต้ก็มาถึงในตอนนั้น

นี่คือสาส์นด่วนแต่งตั้งให้หานซวนเฉินเป็นแม่ทัพเฉพาะกิจ นำทัพไปป้องกันเมืองจินชางจากการรุกรานของเผ่าเหลียง และที่สำคัญต้องออกเดินทางในคืนนั้นทันที!

นางจำได้ดีว่าเขามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเพียงใด ‘อิงเออร์ ข้า...’

เจียงซื่ออิงส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะเข้าไปจับมือเขาไว้แน่น ‘ท่านไปทำเพื่อบ้านเมืองเถิด ส่วนข้า...จะรอท่านอยู่ที่นี่ ขอเพียงท่านกลับมาอย่างปลอดภัยข้าก็ดีใจมากแล้ว’

หานซวนเฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ดึงร่างของภรรยาเข้าไปกอดไว้แน่นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายก่อนจากกัน

‘รอข้านะอิงเออร์ ข้าจะรีบกลับมา และข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ทำสิ่งใดที่ผิด จะซื่อสัตย์ต่อเจ้าเพียงผู้เดียว’

นั่นเป็นคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับนาง และทำให้นางเฝ้ารอการกลับมาของเขาอย่างใจจดจ่ออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

“มาแล้ว! ขบวนของท่านแม่ทัพมาแล้ว!”

เสียงโห่ร้องยินดีจากชาวบ้านที่มารอต้อนรับวีรบุรุษดึงสติของเจียงซื่ออิงกลับมาสู่ปัจจุบัน นางชะเง้อมองไปยังขบวนทหารที่กำลังเคลื่อนทัพเข้ามาอย่างองอาจ และที่นำหน้าขบวนนั้น...คือร่างสง่างามของสามีที่นางเฝ้ารอคอย เขากำลังควบอาชาสีขาวปลอดที่ดูทรงพลังมุ่งหน้าตรงมายังจวน

หัวใจของนางพองโตด้วยความสุขและความคิดถึงที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมา

ในที่สุด…

เมื่อถึงหน้าจวนหานซวนเฉินก็กระโดดลงจากหลังม้าด้วยท่วงท่าที่องอาจและสง่างามยิ่งกว่าตอนขาไปเสียอีก ด้วยรัศมีความเป็นผู้นำและแม่ทัพใหญ่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน ในยามนี้เจียงซื่ออิงแทบอยากจะวิ่งเข้าไปหาและโผเข้ากอดเขาให้สมกับที่คิดถึง แต่ด้วยสายตาของผู้คนมากมาย นางจึงทำได้เพียงเก็บงำกิริยานั้นไว้ แล้วส่งยิ้มที่งดงามที่สุดไปให้เขา

ทว่าบุรุษที่นางเฝ้ารอคอยกลับไม่ได้มองมาที่นางแม้แต่น้อย

หรือแม้แต่มารดาของเขาด้วยเช่นกัน กลับกันเขากลับเดินผ่านหน้าพวกนางไปราวกับพวกนางเป็นเพียงอากาศ!

เขาเดินตรงไปยังรถม้าคันหนึ่งที่ดูหรูหราและไม่คุ้นตาซึ่งจอดอยู่ในขบวนของเขา ก่อนจะยื่นมือเข้าไปในรถม้าพร้อมกับเผยรอยยิ้ม…

เป็นรอยยิ้มที่แสนจะอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ รอยยิ้มที่นางเคยคิดว่ามันเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ร่างกายของเจียงซื่ออิงแข็งทื่อราวกับถูกสาป แต่สายตาก็ยังคงจดจ้องภาพตรงหน้าราวกับจะไม่ให้พลาดไปสักเสี้ยวเวลา

ไม่นานนักมือเรียวขาวผ่องของสตรีผู้หนึ่งก็ยื่นออกมาจับมือของหานซวนเฉินไว้ ก่อนที่เจ้าของมือนั้นจะค่อย ๆ ก้าวลงมาจากรถม้า

นี่ช่างเป็นสตรีที่ดูงดงามและบอบบางราวกับดอกไม้แรกแย้มที่ต้องลมเหลือเกิน

ภาพของคนทั้งสองที่ยืนเคียงข้างกัน

ภาพของสามีที่มองสตรีอื่นด้วยสายตาที่นางโหยหามาตลอดหกเดือน

มันเหมือนกับค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงมาบนหัวใจของเจียงซื่ออิงจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี

สตรีผู้นี้เป็นใคร?

ความสุขและความตื่นเต้นเมื่อครู่บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดและสับสนอย่างถึงที่สุด

นี่มัน...หมายความว่าอย่างไรกันแน่?