ตอนที่ 7 : เรื่องราวไม่เหมือนเดิม
ตอนที่
[7]
เรื่องราวไม่เหมือนเดิม
“เราจะไปด้วยกัน”
คำพูดสั้น ๆ ของหานซวนเฉิน ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเจียงซื่ออิงราวกับเสียงฟ้าฟาด นางยืนนิ่งอึ้งไปกับประโยคที่ไม่คาดฝันนั้น ความโล่งใจเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความสับสนและตื่นตระหนกที่เข้ามาแทนที่
“ว่า...ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ!?” หญิงสาวอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นางลุกพรวดขึ้นจากเตียงทันที
“ไปด้วยกันหรือ ไม่ได้นะ! ข้า...ข้าไปกับท่านไม่ได้!”
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ชาติที่แล้วเขาไม่ได้พูดแบบนี้นี่ เขาบอกว่าไม่สามารถพานางไปด้วยได้ เพราะห่วงความปลอดภัยของนาง แต่เหตุใดชาตินี้จึงเป็นเช่นนี้
“ทำไมจะไม่ได้?” หานซวนเฉินเลิกคิ้วถามกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่ดูยียวนกวนประสาทยิ่งนักในสายตาของเจียงซื่ออิง “เจ้าเป็นภรรยาของข้า การที่สามีจะพาภรรยาไปอยู่ด้วยที่ค่ายทหาร มันผิดแปลกตรงไหน?”
“มันผิดแปลกมาก!” เจียงซื่ออิงเถียงกลับเสียงดังขึ้นอย่างลืมตัว
“สนามรบไม่ใช่ที่ที่สตรีควรจะไป มันอันตรายเกินไป ท่านจะบ้าหรืออย่างไร!?” กล่าวจบก็พยายามขยับกายถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว พยายามจะสร้างระยะห่างจากเขาให้มากที่สุด
“ข้ารู้” เขากล่าวพลางเดินเข้ามาใกล้ ใกล้จนนางต้องถอยหลังไปอีก
รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังของนางชนเข้ากับเสาเตียงเสียแล้ว!
เขายื่นมือมาวางค้ำไว้กับเสาเตียงข้างศีรษะนาง กักขังนางไว้ในอาณาเขตของเขา ก่อนจะยื่นมืออีกข้างมาลูบแก้มของนางเบา ๆ สัมผัสอุ่น ๆ นั้นทำให้เจียงซื่ออิงสะดุ้งเล็กน้อย
“และเพราะว่าข้ารู้ ข้าถึงได้ต้องพาเจ้าไปด้วย”
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาที่มองมายังนางนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง
“ข้าเพิ่งจะแต่งเจ้าเข้ามาเป็นภรรยาได้ไม่ถึงวัน จะให้ข้าทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ตามลำพังได้อย่างไรกัน ข้าไม่อาจทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ได้หรอกนะอิงเออร์ ข้าเป็นห่วงเจ้า”
ยังไม่ทันที่เจียงซื่ออิงจะได้เอ่ยคำใดออกมา หานซวนเฉินก็ฉวยโอกาสที่นางกำลังสับสน โน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเนียนของนางไปฟอดใหญ่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว!
นี่!
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไปเตรียมตัวเถิด”
กล่าวจบหานซวนเฉินก็หมุนตัวเดินจากไปเพื่อเตรียมการทันที ทิ้งให้เจียงซื่ออิงนั่งนิ่งอึ้งอยู่บนเตียงด้วยความสับสนวุ่นวายใจ
‘นี่มันอะไรกันแน่ ชาติที่แล้วเขาไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา เหตุใดตอนนี้จึงเป็นเช่นนี้ ไหนจะท่าทางเจ้าเล่ห์เช่นนั้นอีก!’
สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เจียงซื่ออิงจึงจำต้องเรียกเยว่ฉีและเยว่ลี่เข้ามาช่วยเก็บข้าวของที่จำเป็น จะว่าเก็บของก็ไม่ถูกนัก เพราะของส่วนใหญ่ที่นางนำมาจากจวนราชครูยังคงถูกจัดเก็บอยู่อย่างเรียบร้อยในหีบไม้ใบใหญ่ ยังไม่ทันจะได้จัดออกมาด้วยซ้ำ ราวกับจะรู้ล่วงหน้าว่านางจะไม่ได้อยู่ที่นี่นาน
ก่อนออกเดินทาง ทั้งสองต้องพากันไปร่ำลาหานฮูหยินที่เรือนใหญ่
หานฮูหยินเมื่อได้ทราบว่าบุตรชายจะพาลูกสะใภ้หมาด ๆ ของตนเองไปยังดินแดนอันตรายด้วยก็มีสีหน้าเป็นกังวลอย่างยิ่ง “เฉินเออร์ทำไมถึงได้วู่วามเช่นนี้! เจ้าจะพาซื่ออิงไปลำบากด้วยทำไมกัน ที่ค่ายทหารมีแต่ความลำบากและอันตรายนะ”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ ข้าสัญญาว่าจะปกป้องนางให้ดีที่สุด จะไม่ให้นางต้องลำบากหรือได้รับอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น” หานซวนเฉินกล่าวอย่างหนักแน่น โดยที่ไม่ได้สังเกตท่าทางของภรรยาด้านข้างเลยว่ากำลังแสดงสีหน้าเช่นไร
ปกป้องนางให้ดี? ปกป้องกับผีน่ะสิ!!
มีแต่ผลักนางไปสู่ความตายล่ะสิไม่ว่า
หานฮูหยินยังคงมีท่าทีไม่สบายใจ แต่นางก็รู้สึกได้ถึงความรักและความผูกพันที่แปลกประหลาดระหว่างบุตรชายและลูกสะใภ้ผู้นี้ และตัวนางเองนางรู้สึกถูกชะตากับเจียงซื่ออิงตั้งแต่แรกเห็นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเคยรู้จักกันมานานแสนนาน
“เช่นนั้นพวกเจ้าก็เดินทางกันให้ดี ๆ เถิด” กล่าวพลางดึงเจียงซื่ออิงเข้ามากอดไว้แน่น “ดูแลตัวเองให้ดีนะลูก แล้วก็ช่วยดูแลเจ้าบุตรชายตัวดีของแม่ด้วย อย่าให้เขาหักโหมจนเกินไปนัก”
“เจ้าค่ะท่านแม่” เจียงซื่ออิงรับคำอย่างนอบน้อมทว่าในใจนั้นคิดว่า
จะดูแลให้ถึงใจเลย!!
จากนั้นการเดินทางที่ไม่คาดฝันก็ได้เริ่มต้นขึ้น...
เจียงซื่ออิงต้องนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกับหานซวนเฉินตลอดเส้นทาง บรรยากาศภายในรถม้าจึงเต็มไปด้วยความอึดอัด นางไม่อยากจะเห็นหน้าเขาสักนิด เหตุการณ์ที่เขาทำร้ายนางเพื่อปกป้องสตรีอีกคนนั้นยังชัดเจน!
ทว่าหานซวนเฉินนั้นดูจะไม่รู้อะไร หนำซ้ำเหมือนเขาจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษด้วยซ้ำ
นอกจากนี้เขายังดูแลนางเป็นอย่างดี ดีเกินไปจนน่าหงุดหงิด
“อิงเออร์นั่งนาน ๆ เมื่อยหรือไม่ มาพิงไหล่ข้าก็ได้นะ”
“…..”
“อิงเออร์หิวหรือไม่ ข้ามีขนมที่เจ้าชอบด้วยนะ ข้าสั่งให้คนไปซื้อมาให้เป็นพิเศษเลย”
“…..”
“อิงเออร์อากาศเริ่มเย็นแล้ว มานี่สิข้าจะห่มผ้าให้”
น่ารำคาญชะมัด!!
เขาแทบจะประคบประหงมนางราวกับเป็นไข่ในหิน ทุกการกระทำของเขาล้วนเต็มไปด้วยความรักและความใส่ใจที่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
แต่เขาคงไม่รู้ว่ามันทำให้นางรู้สึกสะอิดสะเอียนมาก
นี่คงเป็นเพราะยังอยู่ในช่วงแรกที่แสนตื่นเต้นหลังจากการแต่งงานเขาจึงยังทำตัวหวานเลี่ยน และในตอนนี้เขายังไม่ได้พบกับเถียนเม่ยชิง หัวใจของเขาก็เลยยังจดจ่อกับนางอยู่
และอีกหนึ่งคำถามที่นางยังค้างคาใจที่ยังไม่ได้ถามเขา นั่นคือเหตุใดจึงขอพระราชทานสมรสกับนาง
มันดูไม่มีเหตุผลเลย คนที่ไม่รู้จักกัน หรือว่า…
เขาก็ย้อนเวลามาเหมือนนาง!?
แต่…
ดูไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น
สุดท้ายจึงได้เอ่ยถามไปตามตรง
“ท่านแม่ทัพข้ามีอะไรจะถาม”
“เรียกท่านพี่ก่อนสิ”
“ไม่!!”
“เช่นนั้นไม่ตอบ”
นางแทบอยากจะกลอกตากับคำพูดและสายตาที่แสนน่าชังของอีกฝ่าย
“ท่าน…พี่” สุดท้ายก็ต้องกัดฟันพูดออกไป
“ดีมาก อิงเออร์มีอะไรอยากจะถามข้าหรือ” หวนซวนเฉินเผยรอยยิ้มกว้างเมื่อได้ยืนสิ่งที่ต้องการ
“ข้าอยากจะถามว่าเหตุใดท่านถึงทูลขอฝ่าบาทแต่งงานกับข้าหรือ”
“อ้อ ดูเหมือนว่าทางนั้นจะขอความช่วยเหลือ ข้าไปช่วยพวกเขาก่อนนะ เดี๋ยวข้าค่อยมาตอบเจ้า”
“…..”
นี่มันหลีกเลี่ยงการตอบคำถามชัด ๆ!!
เจียงซื่ออิงจิ๊ปากด้วยความขัดใจเมื่อเห็นว่าหานซวนเฉินวิ่งออกไปเร็วจนรั้งเอาไว้ไม่ทัน
และต่อมาเมื่อนางถามเขา เขาก็มักจะเป็นเช่นนี้ จนสุดท้ายหลายครั้งเข้าเขาก็บอกว่าพึงใจนางตั้งแต่แรกเห็นเลยอดใจไม่ไหวที่จะแต่งงานด้วย
นี่มัน…
เมื่อเห็นว่าถามไปก็ได้คำตอบที่ไม่จริงใจสักนิด สุดท้ายจึงคร้านที่จะถามเขาอีก
จากนั้นต่อมาจึงพยายามทำสิ่งที่ควรทำ นั่นคือการสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันหัวใจของตัวเอง ทำตัวเย็นชาและห่างเหินกับเขาให้มากที่สุด
นางปฏิเสธน้ำใจของเขาทุกครั้ง แต่เขาก็ดูจะไม่ยี่หระเลยแม้แต่น้อย เขายังคงพยายามหาเรื่องเข้ามาใกล้ชิดและทำดีกับนางอยู่เสมอ ทำให้หัวใจดวงน้อยของนางสั่นไหวอยู่หลายครั้งแต่โชคดีที่สุดท้ายก็ดึงสติกลับมาได้ทุกครั้ง เมื่อนึกถึงว่าเขาเคยชั่วช้าเพียงใด!!
ด้านหานซวนเฉินนั้นก็ลอบมองภรรยาของตนเองด้วยความไม่เข้าใจ
‘นางเป็นอะไรไป...’
เจียงซื่ออิงนั้นเป็นสตรีที่งดงาม อ่อนหวาน จิตใจดี และมีรอยยิ้มที่สดใสราวกับแสงตะวันอยู่เสมอ ซึ่งนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตกหลุมรักนางจนอยากเคียงคู่กับนางไปตลอดชีวิต
แต่สตรีที่นั่งไม่ไกลจากเขาในตอนนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
นางยังคงงดงาม…
งดงามจนเขาแทบจะหยุดหายใจทุกครั้งที่ได้มอง แต่ความอ่อนหวานและรอยยิ้มที่สดใสนั้น มันหายไปไหนหมด?
เหตุใดนางถึงได้ดูเย็นชาและห่างเหินกับเขานัก แววตาที่นางมองเขา มันเหมือนมีกำแพงหนาที่มองไม่เห็นกั้นเอาไว้ และบางครั้งเขายังรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังจาง ๆ ที่ฉายออกมาจากแววตาคู่นั้นอีกด้วย
ทั้งที่นางไม่เคยรู้จักเขามาก่อน…
‘หรือว่าการที่ข้าทูลขอพระราชทานสมรส มันเป็นการบังคับจิตใจนางมากเกินไป? นางไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงานกับข้างั้นหรือ แต่นางก็ไม่ได้คัดค้านอะไรนี่นา หรือว่ามีใครพูดอะไรให้นางไม่สบายใจ’
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเขาไม่หยุดหย่อน แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะถามนางออกไปตรง ๆ เพราะกลัวว่ามันจะยิ่งทำให้นางถอยห่างจากเขาไปมากกว่านี้
แต่เขาจะไม่ยอมแพ้...
‘ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใดก็ตาม...’
‘ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้อิงเออร์...ชาตินี้ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่าข้ารักเจ้ามากเพียงใด จะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เจ้าต้องเจ็บปวดอีก ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม’
หานซวนเฉินมองใบหน้าด้านข้างของเจียงซื่ออิงที่กำลังแสร้งทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า ในใจก็ได้แต่ตั้งปณิธานกับตัวเอง เขาจะต้องทำลายกำแพงในใจของนางลงให้ได้ และเรียกคืนรอยยิ้มที่แท้จริงของนางกลับคืนมา ไม่ว่ามันจะยากเย็นเพียงใดก็ตาม
