ตอนที่ 3 : การรอคอยที่แสนไร้ค่า 3/2
ตอนที่
[3]
การรอคอยที่แสนไร้ค่า
“ท่านพี่ ข้าอบผ้าปูที่นอนด้วยกลิ่นโม่ลี่ฮวาที่ท่านเคยชมว่าหอมมาก...”
“ข้าเปลี่ยนไปชอบกลิ่นหลันฮวาแล้ว อย่ามารื้อฟื้นความหลังกับข้าอีก มันน่ารำคาญ!!”
อึก!
หัวใจของนางถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนด้านชาไปหมด
ทั้งที่เคยบอกว่าชอบมากแท้ ๆ โม่ลี่ฮวาที่นางชอบ แต่เหตุใด…
กลิ่นหลันฮวางั้นหรือ?
นางจำได้ว่าเป็นกลิ่นโปรดของเถียนเม่ยชิง…
และดูเหมือนว่านางจะยังเจ็บปวดได้อีก เมื่องานเลี้ยงฉลองชัยชนะของเขาที่จัดขึ้นในวังหลวง ผู้ที่ได้ไปยืนเคียงข้างเขาก็คือ…เถียนเม่ยชิง หาใช่
ฮูหยินเอกเช่นนาง
ท่านพ่อของนางถึงขั้นมาซักถามนางถึงที่จวนด้วยความเป็นห่วง แต่นางก็ได้แต่โกหกท่านไปว่านางไม่สบาย จึงให้ ‘สหาย’ ของสามีไปร่วมงานแทน...นางไม่อยากให้ท่านพ่อต้องมาเจ็บปวดไปกับนางด้วย
นี่คือสิ่งที่นางเลือกเอง นางควรจะแก้ไขมันด้วยตนเอง
ทว่า…
ความพยายามของนางดูเหมือนจะไร้ค่า เมื่อวันที่ทุกอย่างได้จบสิ้นลงมาถึง
เถียนเม่ยชิงเรียกให้นางนำชาเข้าไปให้ที่เรือน แต่เมื่อนางก้าวเข้าไป...
บ่าวรับใช้ของอีกฝ่ายก็จงใจขัดขาของนางจนล้มลง ทำให้ถาดชาหกคว่ำราดลงบนอาภรณ์ราคาแพงของเถียนเม่ยชิงจนเปียกโชก!
“กรี๊ดดด เจ้าจงใจใช่หรือไม่!” เถียนเม่ยชิงกรีดร้องออกมาเสียงดัง
ทันใดนั้นเองเยว่ฉีและเยว่ลี่รีบวิ่งเข้ามาปกป้องเจ้านายของตนเอง
“ฮูหยินของข้าไม่ได้ตั้งใจ เป็นพวกเจ้าต่างหากที่กลั่นแกล้ง!”
“ฮูหยินของเจ้าเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเอง ทำให้อาภรณ์นายหญิงของข้าเสียหาย พวกเจ้าต้องรับผิดชอบ!!” บ่าวรับใช้ของเถียนเม่ยชิงก็ไม่ยอมเช่นกัน
จากนั้นเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายก็เกิดขึ้น เมื่อทั้งสาวรับใช้ของเจียงซื่ออิงและเถียนเม่ยชิงต่างเข้าตบตีกัน แต่แล้ว...เถียนเม่ยชิงก็ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
เพียะ!!
นางตบหน้าตัวเองอย่างแรง ก่อนจะลากเจียงซื่ออิงให้ล้มลงไปบนพื้นแล้วขึ้นคร่อมร่างของตนเองไว้!
นี่…
เจียงซื่ออิงถึงกับทำอันใดไม่ถูกไปชั่วขณะ
และในตอนนั้นเอง
“หยุดนะ!!”
เสียงอันทรงพลังของหานซวนเฉินดังขึ้น เขารีบพุ่งเข้ามาผลักเจียงซื่ออิงออกไปอย่างแรง แล้วรีบเข้าไปประคองร่างของเถียนเม่ยชิงขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“เกิดอะไรขึ้น!”
“ฮึก ท่านแม่ทัพ...” เถียนเม่ยชิงแสร้งทำเป็นร้องไห้สะอึกสะอื้น ดวงตาแดงก่ำมองแล้วน่าสงสารยิ่ง
“เป็นเพราะ….เป็นเพราะชุดนี้ที่ท่านซื้อให้ข้า พอพี่หญิงเจียงรู้ นางก็ไม่พอใจ นาง...นางจะเข้ามาทำลายชุดของข้า ไม่พอยังตบตีข้าอีก ฮือ ๆ”
“ไม่จริง! คุณหนูของข้าไม่ได้ทำ!” เยว่ฉีตะโกนค้านทันที
คุณหนูของพวกนางถูกใส่ร้ายชัด ๆ
“หุบปาก!” หานซวนเฉินตวาดลั่นด้วยความโกรธ
“เป็นแค่บ่าวรับใช้ กล้าดียังไงมาพูดแทรกระหว่างที่เจ้านายสนทนากัน!”
จากนั้นเขาก็หันไปมองเจียงซื่ออิงด้วยสายตาที่คาดคั้นและผิดหวังอย่างรุนแรง “เจ้าทำใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่ได้ทำ...” หญิงสาวตอบกลับเสียงสั่น
“เป็นนางที่...”
เพียะ!
ฝ่ามือหนัก ๆ ของเขาฟาดลงบนใบหน้าของนางอย่างเต็มแรง!
“อย่ามาใส่ร้ายชิงเออร์! ข้าไม่อยู่แค่ไม่นาน เจ้าก็กล้าลงมือทำร้ายนางถึงเพียงนี้เลยรึ!”
“คุณหนู!!” สองสาวรับใช้ร้องขึ้นด้วยความตกใจ
ทว่าความเจ็บแปลบที่ใบหน้ายังไม่เท่ากับความเจ็บปวดในหัวใจที่บัดนี้มันได้แหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
พอแล้ว...
นางจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว...
น้ำตาที่เคยเหือดแห้งไปแล้วไหลรินลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันคือน้ำตาแห่งความสิ้นหวังโดยสมบูรณ์
“ในเมื่อท่านเปลี่ยนไปชอบกลิ่นหลันฮวา ไม่ชอบกลิ่นโม่ลี่ฮวาอีกต่อไปแล้ว...ข้าก็จะยอมรับมัน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ว่างเปล่า ความหมายคือในเมื่อนางเปลี่ยนใจเขาไม่ได้แล้ว นางก็จะไม่ฝืนมันอีกต่อไป…
เจียงซื่ออิงพยุงร่างอันบอบช้ำของตนเองที่บัดนี้รอยแดงปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างเด่นชัด เดินเข้าไปหยิบพู่กันและหมึกในห้องทำงานของเขา ก่อนจะหยิบหนังสือหย่าที่รู้ว่าเขาเก็บไว้ที่ใดออกมา จากนั้นก็นำหนังสือหย่าทั้งสองฉบับวางลงแล้วจรดปลายพู่กันลงบนนั้นต่อหน้าเขาด้วยมือที่สั่นเทา
หานซวนเฉินมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อเถียนเม่ยชิงเข้ามากอดแขนของเขาไว้ เขาก็สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่ไยดี
เมื่อลงนามเสร็จแล้วเจียงซื่ออิงก็วางพู่กันลง เก็บหนึ่งฉบับไว้ที่ตนเอง อีกฉบับให้เขา จากนั้นก็เดินจากมาทันทีไม่รอฟังว่าเขาจะกล่าวสิ่งใดต่อ บางทีเขาอาจจะไม่อยากพูดอะไรกับนางด้วยซ้ำ เพราะเขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว
นางเก็บข้าวของที่จำเป็นเพียงเล็กน้อยใส่ห่อผ้า ก่อนจะนำจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนขึ้นมา เป็นข้อความสุดท้ายที่จะส่งถึงเขา รวมถึงกำไลหยกสีเขียวมรกตที่เขาเคยมอบให้ แอบนำไปวางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานของเขา
จบสิ้นเสียที ความเจ็บปวดของข้า
หญิงสาวเดินออกจากจวนที่เคยคิดว่าเป็นเรือนหอแห่งรัก โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย
ที่หน้าประตูหานฮูหยินวิ่งออกมากอดรั้งเจียงซื่ออิงไว้ทั้งน้ำตา
“อิงเออร์อย่าไปเลยนะลูก อย่าทิ้งแม่ไป!”
“ท่านแม่ ข้าคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ท่านแม่โปรดดูแลตัวเองดี ๆ นะเจ้าคะ” นางกอดลาแม่สามีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่อีกฝ่ายจะถูกทหารองครักษ์ของบุตรชายเข้ามารั้งตัวให้กลับเข้าไปในจวน
ประตูบานใหญ่ค่อย ๆ ปิดลงต่อหน้านาง
ราวกับเป็นการปิดฉากความรักและการรอคอยที่ไร้ค่าของนางลงอย่างสมบูรณ์
ในยามนี้หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าอย่างเงียบเชียบ...
“พวกเราไปกันเถิด” นางกล่าวกับบ่าวรับใช้ทั้งสองที่ยืนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ
“คุณหนู ฮึก”
เจียงซื่ออิงฝืนยิ้มให้กับสองสาวรับใช้ ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินจากไปท่ามกลางความหนาวเหน็บ โดยที่ไม่รู้เลยว่า...หายนะที่แท้จริงกำลังรอคอยพวกนางอยู่เบื้องหน้า
