1 หมั้นหมาย (4)
พอพ้นบานประตูสีโอ๊กขนาดมหึมาที่กั้นชายสูงวัยไว้ข้างใน ทั้งสองหนุ่มสาวที่เป็นฟันเฟืองจากทั้งสองตระกูลถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาพร้อมกันราวกับนัดหมาย
นี่เองที่ทำให้ดาวิกาต้องปรายตาไปมองคู่หมั้นหนุ่มพลางยกคิ้วเรียวขึ้นสูง ลีโอจึงระบายรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ออกมา ใบหน้าที่ดูเฉยเมยติดดุและดูเย่อหยิ่งสมกับคำล่ำลือนั่นจึงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน และสร้างความผ่อนคลายให้เธอขึ้นมาทันที
“คุณว่าเรื่องนี้ตลกไหม?”
“สำหรับการหมั้นหมาย?” ดาวิกาไม่มั่นใจนักว่าลีโอเอ่ยปากถึงเรื่องอะไร เธอจึงต้องถามเขาซ้ำอีกครั้ง
“ใช่”
“ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องแย่ที่สุด”
ลีโอยกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจขณะมองหน้าคุณหนูดาวิกาผู้เย็นชาที่เขาเคยเห็นเธอตามงานเลี้ยงพวกการกุศล และเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้เย็นชาที่เพิ่งรู้จักเขาครั้งแรกอย่างเป็นทางการภายในเวลาชั่วโมงเดียวจะกล้าเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองได้มากขนาดนี้
“แย่?”
“ใช่ แย่มาก ขอโทษด้วยที่คำพูดของฉันอาจทำลายความรู้สึกของคุณ”
“ไม่เลยมิสนาซิโอ”
“เรียกฉันว่าดาวิกาจะดีกว่า” เธอรีบแก้เมื่อไม่เห็นถึงความจำเป็นใด ๆ ที่จะเว้นระยะห่างจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้นของเธออีกต่อไป
“ผมว่านี่เป็นเรื่องที่วิเศษมากเลย หากเราสองคนจะเปิดอกคุยกันถึงเรื่องนี้”
มีความแปลกใจเกิดขึ้นบนใบหน้าหวานและเย็นชา แต่มันก็แค่พริบตาเดียวเท่านั้น
“ว่ามาได้เลยค่ะ” เธอเชิดหน้าขึ้นน้อย ๆ ตามบุคลิกเฉพาะตัว
“ที่นี่คงไม่สะดวก ผมเชิญคุณไปที่ห้องสมุดดีกว่า ที่นี่หูตาเยอะ”
ลีโอพยักหน้าไปยังเหล่าบอดี้การ์ดที่ยังเดินเพ่นพ่านเต็มคฤหาสน์จนน่าเวียนหัว
“นำทางเลยค่ะ”
หญิงสาวผายมือเชิญก่อนก้าวตามร่างสูงที่ดูดีทุกองศาไป แล้วความอึดอัดจากกำแพงความรู้สึกที่เธอก่อเอาไว้ในใจจึงถูกทำลายลงทันทีเมื่อมิตรภาพใหม่กำลังงอกงามขึ้น
ภายในห้องสมุดซึ่งอัดแน่นด้วยหนังสือจากทั่วโลกมากมายและจัดเรียงเป็นหมวดหมู่ถูกทำลายความเงียบสงบลงเมื่อสองหนุ่มสาวก้าวเข้ามา
ลีโอซึ่งคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดีเดินนำเข้ามาในห้องแล้วไปเปิดผ้าม่านและเปิดไฟเพื่อให้แสงสว่างทำหน้าที่ขับไล่ความมืดสลัวออกจากห้อง
“คุณปู่ของคุณเป็นยอดนักอ่านที่หาตัวจับได้ยากจริง ๆ”
ดาวิกากวาดสายตามองหนังสือซึ่งอยู่สูงท่วมหัวถึงสามชั้นอดเอ่ยปากชมไม่ได้เมื่อได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศห้องสมุดขนาดใหญ่ และเธอเชื่อว่าใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่สามารถอ่านหนังสือพวกนี้ได้หมด
“ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในของสะสมต่างหาก” ลีโอรีบแก้
“อย่าบอกนะคะว่านี่คืองานศิลปะที่คุณปู่คุณพูดถึง?” หญิงสาวทำหน้าประหลาดใจ
คำถามนี้เองที่สร้างรอยยิ้มให้ชายหนุ่ม เขายิ้มกว้างอวดฟันซี่ขาวเมื่อผู้หญิงเย็นชา ไร้อารมณ์ ดูจืดชืดเหมือนกุหลาบที่ไร้ดอกไร้หนามมีอารมณ์ขันซ่อนเอาไว้
“ก็อาจจะใช่ หรือไม่ใช่ก็ได้”
คำตอบนั้นไม่ช่วยไขความกระจ่างให้ดาวิกาสักนิด
เธอไหวไหล่เดินมายืนข้างกรอบหน้าต่างแล้วทอดสายตาไปยังสวนสวยที่ออกแบบมาให้เป็นเขาวงกตดูซับซ้อนจนหน้าปวดหัว ทว่ากลับดูมีเสน่ห์ แต่เธอก็ไม่ให้ความสนใจกับมันอีกเมื่อหันมามองหน้าคู่หมั้นของตัวเอง
“เข้าเรื่องของเราเถอะค่ะ”
“ว่ามาได้เลยดาวิกา ผมพร้อมรับฟังทุกเรื่องที่คุณข้องใจ”
หญิงสาวขบฟันลงบนริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีดอกกุหลาบซึ่งทำให้ใบหน้าของเธอไม่ดูจืดชืด
“ฉันต้องการถอนหมั้นกับคุณหลังจากที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลดีขึ้น”
ลีโอนิ่งไปอึดใจ ซึ่งความเงียบที่แทรกตัวเข้ามากั้นกลางนั้นยิ่งสร้างความอึดอัดใจให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมาก บางทีเขาอาจไม่พอใจคำพูดตรง ๆ ของเธอก็ได้
“คุณคิดว่าอย่างไร?”
“เป็นความคิดที่ไม่เลว ผมต้องการเช่นนั้นเหมือนกัน”
ดวงตาสีน้ำตาลอมทองของดาวิกาเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายเปิดใจพูดคุยกับเธออย่างตรงไปตรงมา ก่อนวงหน้าหวานนั้นจะแย้มยิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากจากผู้หญิงคนนี้
“ดีใจที่ความคิดของเราตรงกัน”
“ผมคิดว่าคุณคงรู้ ว่าคุณปู่จอมงี่เง่าของเราทั้งสองคนไม่มีทางเห็นด้วยกับเรื่องนี้เด็ดขาด”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันเป็นกังวล” หญิงสาวเม้มปากเป็นเส้นตรงเมื่อยอมรับความเป็นจริงตรงหน้า
เท่าที่รู้มาทั้งมิสเตอร์ม็อตต้า และมิสเตอร์สเตฟาโนนั้นล้วนแล้วแต่ใช้ความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ทั้งสิ้น! และเจตนาอันแรงกล้าของผู้สูงวัยก็คือการดองสองตระกูลเป็นทองแผ่นเดียวกัน
“คุณปู่ของฉันเอาแต่ใจตัวเองเสมอ... ในทุก ๆ เรื่อง”
“ผมก็เจอ มิสเตอร์ม็อตต้า โนเชริโน่ ผู้ยิ่งใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น” ลีโอส่ายหน้าอย่างระอาใจเมื่อเอ่ยถึงคุณปู่ของตัวเอง
