บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ตื่นมาในร่างฮูหยินแม่ทัพ

ร่างไร้วิญญาณขององค์หญิงเชลยหายไปกับสายน้ำ กว่าคนในวังหลวงจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว การตายของนางมิใช่อุบัติเหตุ มีคนจงใจผลักนางจากด้านหลัง ไม่แน่คนผู้นั้นอาจรอโอกาสนี้มานาน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีทั้งหลักฐานและพยาน เหตุการณ์ทุกอย่างล้วนบ่งชี้ว่าองค์หญิงจ้าวจื่อรั่วกระโดดหน้าผาเพื่อฆ่าตัวตาย ทุกคนย่อมไม่ติดใจในการตายครั้งนี้ของนาง

ภายในค่ำคืนอันมืดมิดไร้แสงดาว มีสตรีนางหนึ่งกำลังพยายามดิ้นรนไขว่คว้าลมหายใจอย่างสุดชีวิต สำนึกสุดท้ายของจ้าวจื่อรั่วจำได้ว่าตนเองจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำ และขาดอากาศหายใจในที่สุด แต่เหตุไฉนยามนี้จึงรู้สึกทรมานเช่นนี้เล่า ทั่วทั้งร่างของนางเจ็บปวดรวดร้าว ทรมานไปทั่วสรรพางค์กาย ลมหายใจขาดห้วง สัญชาตญาณสั่งร่างกายให้รีบไขว่คว้าอากาศเข้าปอดให้เร็วที่สุด ทว่าการกระทำทั้งหมดนั้นกลับไร้ประโยชน์

ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลง จ้าวจื่อรั่วยกยิ้มด้วยความดีใจ เป็นเช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน แม้จะรู้ว่ามีใครบางคนต้องการให้นางตาย แต่นางก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้อีกแล้ว ในที่สุดเรื่องราววุ่นวายก็สงบลง เสด็จพ่อ เสด็จแม่ รั่วเออร์กำลังตามพวกท่านไป ได้โปรดรอลูกด้วย

เสียงนกร้องขับขานต้อนรับรุ่งอรุณของวันใหม่ ปลุกร่างอ่อนล้าที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงมาเป็นเวลาหลายวัน เปลือกตาบางค่อยๆลืมตาขึ้น เจ็บเหลือเกิน.. ร่างกายร้าวระบมไปทุกส่วน เหตุใดตายแล้วยังรู้สึกถึงความเจ็บปวดได้อีก วิญญาณควรล่องลอยเหนือพื้นดิน ไปมาได้สะดวก นึกอยากหายตัวหรือปรากฏกายย่อมทำได้ แต่น่าแปลกที่นางทำเช่นนั้นไม่ได้สักนิด ดวงตาหงส์กวาดสายตาไปนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยบุปผาหลากสีสัน

งดงามเหลือเกิน ที่นี่คงเป็นสรวงสวรรค์มิใช่ปรโลกอย่างแน่นอน ไม่ได้การแล้ว ข้ามาช้าไปเกือบเดือนต้องไปตามหาเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ คิดได้ดังนั้นจ้าวจื่อรั่วจึงค่อยๆชันตัวลุกขึ้น แต่กลับมีสตรีนางหนึ่งพรวดพราดเข้ามา พร้อมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงลิงโลดว่า

“ฮูหยินฟื้นแล้ว”

“ฮูหยิน?” จ้าวจื่อรั่วทวนคำพูดเมื่อครู่อย่างงุนงง แดนสวรรค์นิยมเรียกดวงวิญญาณที่มาใหม่ว่าฮูหยินเช่นนั้นหรือ แปลกเหลือเกิน หญิงสาวพิจารณาสตรีที่อยู่ตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน เหตุใดผู้คนบนนี้ถึงแต่งกายคล้ายมนุษย์นักเล่า อาภรณ์นั่นดูผิวเผินเหมือนกับเสื้อผ้าของแคว้นต้าเอี้ยนไม่มีผิด

“อีอีเองเจ้าค่ะ ฮูหยินจำบ่าวมิได้หรือเจ้าคะ” สาวใช้มีสีหน้าไม่สู้ดี ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า

“จำไม่ได้ แล้วตอนนี้ข้าอยู่ที่ใด” จ้าวจื่อรั่วส่ายหน้าไปมา มิใช่ว่าหญิงสาวจำไม่ได้แต่นางไม่รู้จริงๆต่างหาก ใบหน้าซีดเซียวหันไปมองรอบๆห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ในนี้ล้วนหรูหรา ทว่าน่าเสียดายที่การตกแต่งชวนเวียนหัวยิ่ง เสมือนอยากวางตรงไหนก็วาง บ่งบอกได้ว่าเจ้าของห้องมีรสนิยมไม่ค่อยดีนัก

“ฮูหยินไม่รู้จักที่นี่หรือเจ้าคะ” อีอีไม่อยากเชื่อ แม้ผู้เป็นนายจะมีนิสัยเจ้าอารมณ์และไร้เหตุผล แต่กลับไม่ชอบการเสแสร้งแกล้งตบตาคน แสดงว่าสิ่งที่เอ่ยออกมาเป็นเรื่องจริงเช่นนั้นหรือ อย่าบอกนะว่าฮูหยินความจำเสื่อม จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตนเองเป็นผู้ใด

เจ้าของใบหน้างามส่ายศีรษะ เกิดมาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรกจะให้รู้จักได้อย่างไร สตรีนางนี้ก็แปลกคนพิลึก แทนที่จะตอบคำถามกลับเอาแต่ทำหน้าตาตกอกตกใจไม่ยอมเลิก

“ฟังบ่าวให้ดีนะเจ้าคะ ท่านคือบุตรีเพียงคนเดียวของเหลียนอ๋อง นามว่าเอี้ยนหรูอี้ สมรสกับแม่ทัพใหญ่หยางเทียนมาสองปี ยังไม่มีทายาทสืบสกุล หลายวันก่อนฮูหยินล้มป่วยอย่างกะทันหัน จู่ๆก็เป็นลมล้มพับไม่ได้สติ นี่ก็ปาเข้าไปวันที่หกแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยออกมาอย่างอัดอั้น อาการของฮูหยินทรุดลงทุกวัน ไปแจ้งเจ้านายคนอื่นที่เรือนใหญ่ก็ไม่มีใครสนใจ

“ว่าอย่างไรนะ” ร่างงามผุดลุกขึ้น พุ่งตัวไปที่หน้าคันฉ่องอย่างรวดเร็ว เป็นไปไม่ได้ นางตายไปแล้วนี่ เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า

“ไม่จริง” สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือโฉมสะคราญงามล่มเมืองนางหนึ่ง นางมีผิวพรรณละเอียดลออราวไข่มุก ทว่ากลับมีใบหน้าซีดเซียว ดวงตาหงส์ฉายแววดื้อรั้น มือเรียวสวยค่อยๆยื่นขึ้นไปแตะใบหน้าอย่างแผ่วเบา นางกับเจ้าของร่างเดิมมีดวงตาที่เหมือนกันมากอย่างไม่น่าเชื่อ

เอี้ยนหรูอี้ตายแล้ว และวิญญาณของจ้าวจื่อรั่วก็เข้ามาอาศัยร่างนี้แทน นางมองภาพสะท้อนตนเองในกระจก นอกจากใบหน้าหยาดเยิ้มแล้ว ไฝเม็ดเล็กบริเวณลำคอระหงก็เด่นไม่แพ้กัน

“ข้าป่วยหนักเช่นนี้ไม่มีใครมาเยี่ยมเลยหรือ” หลังจากรวบรวมสติได้แล้วจึงตัดสินใจถามออกไป หญิงสาวสังเกตห้องนอนกว้างที่แม้จะประดับด้วยเครื่องเรือนราคาแพง ทว่ากลับดูเงียบเหงา บ่าวไพร่นอกจากอีอีแล้วไม่เห็นใครอื่นอีก ที่เรือนแห่งนี้คงมีนางกับอีอีแค่สองคนเท่านั้น

“บ่าวไปแจ้งคนที่เรือนใหญ่แล้วทั้งฮูหยินผู้เฒ่า และชิวฮูหยิน แต่ยังไม่มีใครมาเลยเจ้าค่ะ” อีอีได้แต่ส่ายหน้า รู้สึกคับข้องใจแทนผู้เป็นนาย แม้จะไม่ชอบหน้ากันก็ควรแยกแยะบ้าง ฮูหยินของนางแม้จะดื้อรั้นเอาแต่ใจแต่ก็ไม่เคยทำร้ายใคร พวกเขาควรไว้หน้ากันบ้าง เพราะอย่างน้อยผู้เป็นนายก็เป็นถึงฮูหยินพระราชทาน

อีอีอยากเขียนจดหมายส่งข่าวให้ท่านแม่ทัพที่ชายแดน ทว่านางเขียนหนังสือไม่เป็น ฮูหยินก็ป่วยไม่ได้สติ ฉะนั้นบ่าวรับใช้เช่นนางย่อมทำได้เพียงรอให้เจ้านายฟื้นเท่านั้น

“ความสัมพันธ์ของข้ากับท่านแม่ทัพเป็นอย่างไร” ถามไปอย่างนั้นแม้จะพอรู้คำตอบอยู่แล้ว เป็นสามีภรรยาสองปียังไม่มีทายาท สาเหตุก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง

“ไม่ค่อยดีเจ้าค่ะ” ตลอดสองปีที่ผ่านมาแม้เจ้านายสาวจะพยายามเข้าหาท่านแม่ทัพมากเพียงใด ทว่าความพยายามเหล่านั้นกลับสูญเปล่า ตั้งแต่แต่งงานกันมาฮูหยินไม่เคยได้ปรนนิบัติผู้เป็นสามี แม้กระทั่งคืนเข้าหอท่านแม่ทัพก็เลือกไปค้างที่เรือนใหญ่

ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีเข้มเพิ่งกลับมาถึงกระโจม เขาเดินมุ่งหน้าไปยังเตียงนอนกว้างทรุดกายลงนั่งอย่างเหนื่อยล้า ทันทีที่ทราบข่าวว่าสตรีที่ตนเคยให้ความช่วยเหลือกระโดดลงแม่น้ำหลังอุทยานหลวง หยางเทียนก็แอบภาวนาขอให้นางปลอดภัย แต่แล้วคำขอเหล่านั้นกลับไม่เป็นผล

องค์หญิงจ้าวจื่อรั่วเป็นสตรีที่งดงามอ่อนหวานเฉกเช่นสตรีในห้องหอทั่วไป แต่สำหรับแม่ทัพหนุ่มแล้วยังนับว่าธรรมดาสามัญ มิได้ฉูดฉาดเด่นสะดุดตา อาจเพราะว่าข้างกายมีโฉมสะคราญงามล่มเมืองอยู่แล้ว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับเปลือกนอกเหล่านั้นเท่าใดนัก ที่เขาต้องการคือใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจมากกว่า

เพราะสมรสพระราชทานนั่นทำให้ชีวิตที่เคยเงียบสงบยุ่งเหยิงไปหมด ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่นั้นหนักหนาไม่น้อย ต้องรับศึกนอกศึกในมีกำลังพลเรือนแสนอยู่ในมือ แต่กลับไม่เคยได้รับความไว้วางใจจากองค์เหนือหัว หยางเทียนแค่อยากได้ภรรยาสักคนที่พร้อมเข้าใจ ทำตัวเหมือนสายฝนอันชุ่มเย็น ช่วยปลอบประโลมในวันที่เหนื่อยล้า ไม่ว่าจะหันกลับไปเมื่อไรก็เจอ สตรีที่ฝ่าบาทจงใจมอบให้ช่างสวนทางกับภรรยาในอุดมคติยิ่งนัก

เดิมทีหยางเทียนคิดว่าองค์หญิงคงทำใจได้แล้วจึงยอมตอบตกลงถวายตัว แต่คาดไม่ถึงว่านางแค่แสร้งทำตัวเข้มแข็ง เขาเองก็จนปัญญา ปลอบใจสตรีไม่เก่ง ไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไรให้นางหายเศร้า การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ราชวงศ์ล่มสลาย อีกทั้งยังต้องกลายเป็นเชลยจากบ้านมาไกล หากเป็นชายหนุ่มจิตใจคงแตกสลายเป็นเถ้าธุลีไม่ต่างกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel