สามี ท่านชิงชังข้ามิใช่หรือ

60.0K · จบแล้ว
ไคซิน开心
34
บท
37.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

นางลืมตาตื่นขึ้นในร่างฮูหยินแม่ทัพที่สามีชิงชังนักหนา  นางมุ่งหวังเพียงตอบแทนบุญคุณเขาในภพชาติก่อนและใช้ชีวิตต่อไปอย่างราบเรียบ แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ******** ภายในค่ำคืนอันมืดมิดไร้แสงดาว มีสตรีนางหนึ่งกำลังพยายามดิ้นรนไขว่คว้าลมหายใจอย่างสุดชีวิต สำนึกสุดท้ายของจ้าวจื่อรั่วจำได้ว่าตนเองจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำและขาดอากาศหายใจในที่สุด แต่เหตุไฉนยามนี้จึงรู้สึกทรมานเช่นนี้เล่า ทั่วทั้งร่างของนางเจ็บปวดรวดร้าว ทรมานไปทั่วสรรพางค์กาย ลมหายใจขาดห้วง สัญชาตญาณสั่งร่างกายให้รีบไขว่คว้าอากาศเข้าปอดให้เร็วที่สุด ทว่าการกระทำทั้งหมดนั้นกลับไร้ประโยชน์ ******** “ไม่จริง” สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือโฉมสะคราญงามล่มเมืองนางหนึ่ง นางมีผิวพรรณละเอียดลออราวไข่มุก ทว่ากลับมีใบหน้าซีดเซียว ดวงตาหงส์ฉายแววดื้อรั้น มือเรียวสวยค่อยๆ ยื่นขึ้นไปแตะใบหน้าอย่างแผ่วเบา นางกับเจ้าของร่างเดิมมีดวงตาที่เหมือนกันมากอย่างไม่น่าเชื่อ เอี้ยนหรูอี้ตายแล้ว และวิญญาณของจ้าวจื่อรั่วก็เข้ามาอาศัยร่างนี้แทน นางมองภาพสะท้อนตนเองในกระจก นอกจากใบหน้าหยาดเยิ้มแล้ว ไฝเม็ดเล็กบริเวณลำคอระหงก็เด่นไม่แพ้กัน

นิยายย้อนยุคนิยายจีนโบราณ

ตอนที่ 1 องค์หญิงผู้น่าสงสาร

หยางเทียนและกองทัพของเขาออกเดินทางมุ่งหน้าสู่แคว้นจ้าวทันทีที่ได้รับคำสั่ง ทว่าด้วยระยะเวลาหลายร้อยลี้จึงทำให้มาถึงช้าไป ไม่อาจช่วยเหลือจ้าวจินเฟิงฮ่องเต้และฮองเฮาคู่พระทัยไว้ได้ ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพปีศาจสังหารพวกลิ่วล้อของชินอ๋องจนสิ้น จากนั้นจึงก้าวเข้าไปในท้องพระโรงซึ่งมีทรราชชั่วช้ายืนอยู่

“ฉินอ๋องช่างวิปริตสมคำร่ำลือจริงๆ แม้กระทั่งหลานสาวในไส้ยังไม่เว้น” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยทักทายเสียงเย็น เดินเข้าไปหาร่างท้วมของบุรุษวัยสี่สิบที่กำลังสาละวนกับการดึงสายรัดเอวของดรุณีน้อย สตรีนางนั้นร่างกายไร้เรี่ยวแรง ดวงตากลมโตเบิกโพลงมองมาด้วยความหวัง พยายามไขว่คว้าเสื้อตัวนอกของตัวเองที่ถูกฉีกกระชาก

ท้องพระโรงกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยศพของทหารองครักษ์ที่ฉินอ๋องเพิ่งทำการก่อกบฏไปก่อนหน้านี้ ทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาต่างสิ้นใจในห้องบรรทม เหลือเพียงองค์หญิงจ้าวจื่อรั่วเชื้อพระวงศ์คนเดียวที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ความจริงเป็นเพราะฉินอ๋องไว้ชีวิตนางต่างหาก เขาชื่นชอบความบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคี ยิ่งเป็นหลานสาวสุดสวาทยิ่งถูกใจ

“หึ นึกไม่ถึงว่าพี่ชายข้าถึงกับยอมลดศักดิ์ศรีขอความช่วยเหลือจากศัตรู เจ้าคงเป็นสุนัขรับใช้หยางเทียนสินะ บังอาจบุกเข้ามาถึงถิ่นของข้า วันนี้ได้ตายศพไม่สวยแน่ ทหารเข้ามาจับตัวมันไว้ ทหาร! ไปไหนกันหมด ไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรือไง” อ๋องโฉดตวาดเสียงดังลั่น ทว่ากลับไร้เงาของทหารรับใช้ เขาเริ่มหน้าเสีย สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล

“ตอนนี้เหลือเพียงเราสองคนเท่านั้น มาจบเรื่องนี้กันเถอะ” สายตาคมเหลือบมองร่างแน่งน้อยที่หายใจรวยริน เสื้อผ้าของนางขาดรุ่งริ่งเปิดเปลือยผิวเนื้อบางส่วน ถ้าให้เดาอ๋องโฉดต้องต่อยท้องน้อยของนางจนเต็มแรง หญิงสาวจึงมิอาจช่วยเหลือตนเองได้ เดรัจฉานผู้นี้ไม่สมควรเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ด้วยซ้ำ เลวทรามต่ำช้าผิดมนุษย์มนา สังหารพี่ชายกับพี่สะใภ้ แล้วเอาหลานมาเป็นนางบำเรอ เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น

“หมายความว่าอย่างไร เจ้าสังหารคนของข้าอย่างนั้นหรือ ไอ้สุนัขรับใช้” ฉินอ๋องตวาดเสียงกร้าว บันดาลโทสะจนถึงขีดสุด เจ้าหนุ่มคนนี้สามหาวเกินไปแล้ว มือหนาคว้าดาบบนพื้นขึ้นมาถือไว้มั่น จากนั้นจึงกระโจนเข้าไปหาอีกฝ่าย ตายเสียเถอะ

เคล้ง! ดาบของชินอ๋องถูกหยางเทียนปัดตกพื้นอย่างง่ายดาย ฉินอ๋องที่เลวทรามโดยกำเนิด วันๆเอาแต่ดื่มสุราเคล้านารี รูปร่างอ้วนฉุจะเอาอะไรมาสู้กับอดีตนักรบเดนตายอย่างเขา หากไม่ใช่เพราะแรงสนับสนุนจากฮ่องเต้แคว้นไต้ มีหรือจะก่อกบฏสำเร็จ

“ท่านแม่ทัพ ข้าว่าพวกเราค่อยๆคุยกันดีหรือไม่ ดาบมันไม่มีตา เจ้าเอาออกไปห่างๆข้าหน่อย” ฉินอ๋องลอบกลืนน้ำ มองปลายดาบของอีกฝ่ายแล้วหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเห็นว่าตนเองกำลังจนมุมจึงพยายามหว่านล้อมอย่างใจเย็น สายตากลิ้งกลอกหลุกหลิกไปมา พลันความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัว

“เอาอย่างนี้เจ้าชอบสาวงามหรือไม่ หลานสาวคนนี้ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ข้ามอบนางให้เจ้า”

วาจาน่ารังเกียจนั่นทำให้ร่างบอบบางที่อาภรณ์หลุดลุ่ยรีบกระถดตัวถอยหนี ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือส่ายไปมาจนเส้นผมกระจาย แววตาที่มองบุรุษผู้มาใหม่อย่างคาดหวังเปลี่ยนเป็นหวาดกลัว หากเขายอมรับข้อเสนอของเสด็จอา นางขอยอมตายดีกว่าทนรับความอัปยศนั่นครั้งแล้วครั้งเล่า

ปฏิกิริยาทุกอย่างของจ้าวจื่อรั่วล้วนอยู่ในสายตาหยางเทียน องค์หญิงผู้น่าสงสารที่ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในเวลาอันรวดเร็ว หากเขามาช้ากว่านี้อีกนิด เกรงว่าแม้แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นสตรีนางคงไม่เหลือให้ภาคภูมิใจ ทันใดนั้นสายตาแห่งความเวทนาก็ถูกแทนที่ด้วยความดำมืด

“ข้าไม่เจรจากับคนตาย”

ฉับ! สิ้นเสียงเอ่ย ร่างองอาจตวัดดาบเพียงคราเดียวก็สามารถบั่นคออ๋องโฉดได้ในพริบตา โลหิตแดงฉานสาดกระเซ็นเป็นบริเวณกว้าง แปดเปื้อนไปทั่วท้องพระโรงและเจ้าของร่างเล็กที่นั่งสั่นระริกอยู่ไม่ไกล หยางเทียนรีบปลดผ้าคลุมไหล่ห่อหุ้มเรือนกายเกือบเปลือย องค์หญิงผู้เคราะห์ร้ายมองมาที่เขาพร้อมกับหยาดน้ำตานองหน้าทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงสะอื้น ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกนั่นช่างคุ้นเคยเหลือเกิน ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

แม่ทัพหนุ่มช้อนร่างบอบช้ำขึ้นแนบอก เดินออกมาจากราชวังร้างไร้ผู้คน ก้าวขาผ่านซากศพของกบฏชั่วและพวกพ้อง แคว้นจ้าวล่มสลายแล้ว จากนี้ไปดินแดนแห่งนี้ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของต้าเอี้ยนอย่างสมบูรณ์

ใบหน้าเกลี้ยงเกลาซบลงบนอกแกร่งไม่อยากรับรู้สิ่งใดอีก ฝ่ามือเล็กๆที่โผล่พ้นผ้าคลุมผืนใหญ่กำเสื้อเกราะจนแน่น ความแข็งแกร่งนี้ทำให้นางรู้สึกปลอดภัย แม้จะเพิ่งพบเจอเพียงครั้งแรก ทว่าหญิงสาวกลับไม่รังเกียจสัมผัสของบุรุษผู้นี้ ไม่เหมือนฉินอ๋องที่ทำให้นางรู้สึกรังเกียจและสะอิดสะเอียน

จ้าวจื่อรั่วเห็นสันกรามได้รูปขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขากำลังไม่พอใจนาง แม่ทัพหนุ่มคงคิดว่าหญิงสาวเป็นภาระ ดวงตากลมโตแดงก่ำ หยาดน้ำตาไหลรินอีกครั้ง เพราะอับจนหนทางไม่อยากให้คนชั่วช้าอย่างเสด็จอาขึ้นครองราชย์ เสด็จพ่อจึงเลือกขอความช่วยเหลือจากแคว้นใหญ่อย่างต้าเอี้ยน

“อย่ากลัว ข้าจะปกป้องท่านเอง” หยางเทียนสัมผัสได้ว่าร่างในอ้อมแขนสั่นเทาด้วยความกลัว จึงได้เอ่ยออกไปให้นางคลายกังวล แม้จะรู้ว่าน้ำเสียงนั้นช่างหยาบกระด้างห่างไกลจากเจตนาอันบริสุทธิ์หลายพันลี้ เขารู้แล้วว่าดวงตาขององค์หญิงเหมือนใคร ที่แท้นางมีดวงตาที่คล้ายคลึงกับเอี้ยนหรูอี้ ภรรยาแสนชังของเขานั่นเอง

จ้าวจื่อรั่วได้ยินดังนั้นก็บังเกิดความอบอุ่นที่กลางอก นางเพิ่งเจอเหตุการณ์น่าอัปยศมา ต้องการการปกป้องจากใครสักคนมากที่สุด ยามที่หนทางทุกอย่างมืดมน บุรุษผู้นี้เปรียบดั่งคือแสงสว่างปลายอุโมงค์ หญิงสาวเชื่อเขาจนหมดหัวใจ ขอเพียงไม่ทอดทิ้งกัน ต่อให้บุกน้ำลุยไฟข้าก็พร้อมไปกับท่าน