บท
ตั้งค่า

5 ลูกสาวของเถ้าแก่เฉิน

“ทำไมข้าถึงจำอะไรไม่ได้เลย มู่เฉิน”

“นายท่าน”

เฉินเฟยหยางที่ปลีกตัวมาอยู่ในห้องหนังสือกำลังนั่งทบทวนเรื่องทุกอย่าง และถามซ้ำๆ ในเรื่องที่ได้ยินไปแล้วว่าตนนั้นทำตัวเช่นไรเมื่อก่อนหน้านี้ เพราะแม้แต่ตัวของเฉินเฟยหยางในยามนี้ ก็ไม่มั่นใจว่ารู้จักตัวเองดีนัก

“ข้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแม่นางเกาที่นายหญิงของเจ้าว่านั่นคือใคร นางสำคัญกับข้าถึงขั้นยอมแตกหักกับภรรยาที่แต่งเข้าเรือนเชียวหรือ”

“ที่นายหญิงเล่าให้นายท่านได้รู้ไปเมื่อครู่นี้คือความจริงทุกอย่างขอรับ อีกอย่าง…แม่นางเกาคือคนรักของนายท่านจริงๆ”

“รักหรือ รักแล้วไยบัดนี้ข้าจำไม่ได้สักอย่างเล่า รักมากปานใดตัวข้าถึงได้โยนความทรงจำนั้นทิ้งไป แล้วเหลือแค่ความทรงจำกับนายหญิงของเจ้า”

เฉินเฟยหยางรีบแย้ง คำบอกเล่าจากหมอที่เข้ามาทำการรักษา แจ้งให้ตนได้รู้ว่าความทรงจำที่หายไปบ้าง ยังคงอยู่ในหัวบ้างนั้น เกิดจากตัวของเขาเองว่าเลือกที่จะจำหรือไม่จำสิ่งใด ก่อนจะโดนทำร้ายพะว้าพะวังถึงสิ่งใดก็อาจจะจำสิ่งนั้นเอาไว้แม่น เมื่อโดนกระทบกระเทือนจึงเลือกที่จะลืมเลือนบางสิ่งไป และหลงเหลือเอาไว้แค่ในสิ่งที่โหยหาในยามนั้น

ซึ่งเฉินเฟยหยางจำได้ว่าในวันนั้นคือวันที่ฟ่านลี่เจ็บท้องจะคลอด สิ่งแรกที่ฟื้นขึ้นมาก็การถามหาภรรยาและลูกเสียด้วยซ้ำไป ซึ่งนั่นมิเท่ากับว่า สิ่งที่เฉินเฟยหยางห่วงมากที่สุดมิใช่ภรรยาและลูกที่คอยอยู่ที่เรือนหรอกหรือ

แต่การเลือกออกจากเรือนในวันที่ภรรยาคลอด จนตัวเองเจ็บตัวกลับมาก็เหมือนเครื่องยืนยันในการทำตัวอันเหลวแหลกของตนเช่นกัน

ต่อให้เฉินเฟยหยางจะเห็นแย้งอย่างไรในยามนี้ ต่อให้จะทัดทานกับทุกคนที่พูดว่าตัวเองนั้นทำสิ่งใดลงไปบ้างก็ไม่อาจพูดได้เต็มปาก ปฏิเสธไม่ได้เต็มส่วน เพราะตนนั้นคือผู้ที่จำอะไรไม่ได้เลย ส่วนคนที่จำได้ทุกอย่างคือภรรยาของเขาที่ตื่นมารับรู้เรื่องพวกนี้จนเป็นลมล้มพับไปอีกหนต่างหาก

สุดท้ายเฉินเฟยหยางก็ได้แต่ถอนหายใจ นั่งกุมขมับตัวเองที่ปวดตุบ

“พักก่อนเถิดขอรับ นายท่านเองก็เพิ่งจะเจ็บตัวมา อย่าเพิ่งคิดอะไรให้มากเลยขอรับ”

“อือ…ข้าจะไปพักแล้วเหมือนกัน เจ้าเองก็ไปเถอะ”

“ขอรับ”

“เอ้อ ประเดี๋ยวก่อน” แต่เมื่อคนสนิทหันหลัง เฉินเฟยหยางกลับเรียกรั้งตัวเอาไว้ก่อน เพราะเพิ่งจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เช่นกัน

“ขอรับ”

“พรุ่งนี้แจกข้าวสารให้ชาวบ้าน ข้าวของต่างๆ เครื่องใช้ที่ร้านเรามี”

“…ทำไมหรือขอรับ"

“ฉลองวันที่คุณหนูเกิด”

“อ๋อ ขอรับ ได้ขอรับ”

“ไปเถอะ”

เฉินเฟยหยางตั้งใจจะทำทานให้กับบุตรสาวที่คลอดออกมา เป็นการฉลองที่คุณหนูของตระกูลเฉินเกิดมาอย่างสมบูรณ์พร้อม อีกอย่างเพื่อเป็นการประกาศว่าเรือนตระกูลเฉินนั้นได้คุณหนูมาวิ่งเล่นในเรือนแล้ว…

เฉินเฟยหยางยินดีกับการได้มีบุตรคนนี้เหลือหลาย ต่อให้ความทรงจำของเขาจะขาดหาย แต่ความยินดีในจิตใจนั้นมิได้หล่นหายไปไหนเลย ต่อให้ลูกคนแรกจะมิใช่ชายเช่นตระกูลอื่น แต่แล้วอย่างไร ตระกูลเฉินมีหลายสายจะตายไป ต่อให้บ้านนี้ไม่มีบุตรชายไว้สืบสกุลเลยก็ไม่ได้เดือดร้อน

ต่อให้บุตรสาวจะแต่งออกจนไม่เหลือคนรับช่วงต่อกิจการก็ช่างปะไร ตายเมื่อใดก็หยุดขายเมื่อนั้น ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าทุกข์ใจสักนิดเดียว เงินทองก็มีเหลือจะใช้ไม่ได้เดือดร้อน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฟ่านลี่ถึงทำเหมือนว่าเขาจะเสียใจที่ได้ลูกคนแรกเป็นลูกสาว

เฉินเฟยหยางยินดีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว ยิ่งลูกสาวที่แทบจะถอดมารดามาเสียทุกกระเบียดนิ้วไยจะไม่ยินดี

ลูกสาวของเถ้าแก่เฉินน่ะ เหมือนมารดาอยู่หลายส่วน และนั่นก็ยิ่งทำให้เขาเอ็นดูเหลือคณา แม้แต่ตอนที่กำลังดื่มนมจากเต้า ปากน้อยๆ ที่ขยับจุ๊บเต้าอยู่นั้นก็น่าชัง...

เฉินเฟยหยางกำลังยืนมองฟ่านลี่ที่พอฟื้นได้สติมาก็ถึงเวลาให้เจ้าลูกตัวน้อยได้ดื่มนมจากถัน ด้วยว่าล่วงเลยมาจนถึงเวลาแล้ว ซ้ำร้ายคือแม้แต่แม่นม เถ้าแก่เฉินที่มีสติครบถ้วนก็ไม่คิดขวนขวายหาให้ภรรยาด้วยซ้ำ นางเป็นคนเมืองอื่นมิได้รู้จักใครมากนัก แทนที่ตนผู้เป็นบิดาจะจัดการหาผู้มาอภิบาลบุตรของตนกลับไม่ทำ ในยามที่ฟ่านลี่อ่อนแอเหลือประมาณก็ต้องลุกขึ้นมาป้อนนมลูก

นึกแล้วก็อยากจะเอาศีรษะโขกพื้นต่อหน้านางเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป ทำตัวเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน

ส่วนเฉินเฟยหยางที่มายืนมองอยู่ตรงนี้นั้นก็ค่อยๆ สืบเท้าเข้าไปใกล้ภรรยาที่รู้ถึงการมาของเขาอยู่แล้วตั้งแต่แรก นางขยับอาภรณ์ให้ดูไม่อุจาดตา แต่ด้วยลูกยังอยู่คาอกก็ไม่อาจทำอะไรได้มาก ทว่าเรื่องของเขากับนางมีสิ่งใดที่ต้องระวังกันอีกเล่า

มีลูกด้วยกันมาตั้งหนึ่งคนแล้วนี่นา...

“เหนื่อยน้องหญิงแล้ว”

“หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”

เฉินเฟยหยางเข้าไปนั่งอยู่ที่ปลายเตียง นั่งมองฟ่านลี่ที่นั่งพิงพนักอุ้มลูกกล่อมอยู่ในอกด้วยรอยยิ้ม ต่อให้เรื่องราวต่างๆ ยังยุ่งเหยิง แต่อย่างน้อยเรื่องตรงหน้าในยามนี้ก็เป็นความสุขเดียวที่เฉินเฟยหยางมี ก่อนที่เขาจะหน้าตาตื่นเมื่ออยู่ๆ ฟ่านลี่ก็พูดบางอย่างออกมา

“ลูกยังไม่มีชื่อเลย”

“...”

“ท่านตั้งชื่อให้ลูกหรือยัง”

“ข้าหรือ...ให้ข้าตั้งรึ”

“ท่านไม่ตั้งแล้วใครจะตั้ง ก็ลูกท่าน”

“อ้อ จริงด้วย” เฉินเฟยหยางลนลานเพราะคิดว่าฟ่านลี่จะมีชื่อให้ลูกอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญอะไร หากฟ่านลี่จะตั้งชื่อลูกด้วยตัวเอง แต่เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เฉินเฟยหยางกลับคิดว่าต่อให้เจอเรื่องมามากมายขนาดไหน ฟ่านลี่ก็ยังให้เกียรติตนอยู่เสมอ ผิดจากตนเมื่อก่อนหน้านี้เสียลิบลับ

แต่ตอนนี้นอกจากความรู้สึกผิดแล้ว เฉินเฟยหยางยังเพ่งพินิจไปที่บุตรสาวที่เขาต้องตั้งชื่อแก่นาง...

“รุ่ยฟาง...เฉินรุ่ยฟางเป็นอย่างไร”

“...ดี ท่านตั้งให้ก็เป็นพอ”

เหตุผลของฟ่านลี่นั้นช่างแสนง่าย ส่วนคนฟังก็ได้แต่ยิ้ม นั่งมองลูกและภรรยาอยู่ห่างๆ แบบนี้ เรื่องวันนี้ช่างวุ่นวาย แต่วันต่อๆ ไปก็ใช่ว่าจะดีขึ้น...

ในเมื่อมีเรื่องมากมายในอดีตที่เฉินเฟยหยางต้องจัดการ

โดยเฉพาะเรื่องของแม่นางเกาเซียงอวี๋...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel