สามีเมื่อไรท่านจะหย่ากับข้า

51.0K · จบแล้ว
กัวซืออวี่ 郭思予
32
บท
2.0K
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

‘ฟ่านลี่’ ถูกบิดา มารดา จับแต่งกับคุณชายตระกูลเฉิน ‘เฉินเฟยหยาง’ เศรษฐีผู้มั่งคั่งของเมือง เรื่องราวไม่ได้ต่างจากครอบครัวอื่นๆ ที่มักจับลูกแต่งงานกับคนที่ฐานะใกล้เคียงกัน การแต่งงานโดยที่คนทั้งสองคนไม่ได้เสน่หาต่อกันนั้นเป็นเรื่องปกติของคนในสังคม และแน่นอนอีกว่าฟ่านลี่ไม่ได้ต่อต้านในเรื่องพวกนี้ การแต่งงานของนางกับเฉินเฟยหยางนั้นราบเรียบเช่นคู่แต่งงานอื่น ต่างคนมีท่าทีห่างเหินประดักประเดิด เพราะเพิ่งเคยจะเห็นหน้ากันครั้งแรกก็เมื่อวันคำนับฟ้าดิน แต่พออยู่กินกันมาได้ หนึ่งปี ฟ่านลี่ก็ตั้งครรภ์ เรื่องราวควรจะดำเนินต่อไปอย่างราบเรียบ ฟ่านลี่คอยอุ้มชูเลี้ยงดูบุตรของเฉินเฟยหยางที่กำลังจะเกิดออกมา หากไม่ติดที่ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น เฉินเฟยหยางลอบไปหาอดีตคนรักของตนทุกครั้งเมื่อมีโอกาส… ฟ่านลี่นั้นพยายามทำตัวเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ในเมื่อเฉินเฟยหยางผู้เป็นสามีไม่ได้แม้แต่จะเปิดปากบอกเรื่องนี้กับนาง หรือมีความคิดพิเรนท์เช่นว่าจะเอานางมาเป็นอนุ นางเองก็ปล่อยผ่านไป ด้วยว่ารู้แจ้งว่าความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเฟยหยางและสามีของนางนั้นมีมาก่อนที่นางจะแต่งเข้าเรือนตระกูลเฉิน… เว้นเสียแต่ก็มีเรื่องที่ทำให้นางเจ็บช้ำน้ำใจ ในวันที่นางเจ็บท้องเหลือประมาณ ด้วยว่าจะให้กำเนิดบุตรในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า แทนที่เฉินเฟยหยางจะอยู่เคียงข้างนาง และรอเชยชมบุตรที่จะเกิดในวันนี้ แต่สามีตัวดีกลับออกจากเรือนไปหาแม่นางผู้นั้น… ความคับแค้นใจที่มีมานานก็สุดที่จะทานทนต่อไปได้ ฟ่านลี่ที่ผ่านพ้นความเจ็บปวดทรมานจากการคลอดบุตรก็มาดมั่นว่าจะขอหย่ากับผู้เป็นสามี ตัดขาดกันเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้ตนช้ำใจไปมากกว่านี้ แต่ในขณะที่นางเอ่ยปากขอหย่า กลับพบกับเรื่องที่ไม่คาดคิดเสียยิ่งกว่าเก่า… เพราะในวันเดียวกันนั้นที่เฉินเฟยหยางออกไปหาคนรักเก่า ก็ดันเจอโจรดักปล้นแล้วทำร้ายเสียจนนอนหมดสติอยู่ข้างทาง ใจของฟ่านลี่ล่วงไปยันตาตุ่ม แต่เรื่องที่ได้ยินก็ยังไม่เท่ากับเรื่องที่นางได้เห็น และได้ยินจากปากของคนเป็นสามีที่ฟื้นขึ้นมา “ท่านจำอะไรได้บ้าง” “จำได้ว่าน้องหญิงจะคลอด” “แล้วจำได้ไหมว่าท่านออกไปไหนมายามที่ข้าเจ็บท้องจวนเจียนจะขาดใจน่ะ” “ทำไมข้าถึงออกไปข้างนอกตอนที่น้องหญิงคลอดหรือ” “…” “ข้าเลวปานใดกันเล่าถึงปล่อยให้น้องหญิงเจ็บเพียงลำพัง” “หมายความว่ายังไง” “หือ น้องหญิงหมายถึงสิ่งใด” “ท่านจำไม่ได้หรือว่าท่านออกไปหาใคร” “…ไม่ ข้าจำไม่ได้” แต่เมื่อเถ้าแก่เฉินยืนยันว่าตัวเองนั้นจำสิ่งใดไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่นางจะไม่ตอบในสิ่งที่แม้แต่เจ้าตัวยังสงสัย ว่าในขณะที่ภรรยาคลอดลูกอยู่ที่เรือนตนเองนั้นออกไปไหน “ท่านออกไปหาคนรักของท่าน…ท่านออกไปหาแม่นางเกา” ฟ่านลี่ตอบอย่างไม่อ้อมค้อม มองหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นสามีด้วยว่าอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะแสดงอะไรออกมาอีก “ท่านจำได้หรือยัง” “ไม่…ข้าจำอะไรไม่ได้เลย แม่นางเกาคือใครหรือ” “…” แต่สิ่งที่ได้รับกลับมายังเป็นคำตอบเดิน พร้อมกับความว่างเปล่าในดวงตาของเฉินเฟยหยางอย่างเช่นที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เฉินเฟยหยางจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนาง… นี่มันเรื่องอะไรกันเล่า หรือนี่คือมารยาของเฉินเฟยหยาง แล้วเช่นนี้หนทางการขอหย่าของนางจะเป็นเช่นไรกันต่อเล่า…

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณนิยายรักแม่เลี้ยงเดี่ยวเศรษฐีพลิกชีวิตจีบเมียเก่าเกิดใหม่มีลูกจีนโบราณ

1 ความคับแค้นใจของฟ่านลี่

“อึ่ก…ฟู่วว” ฟ่านลี่ตัวงอ มือข้างหนึ่งประคองท้องอันใหญ่โตของตัวเองเอาไว้ อีกข้างก็กำผ้าปูเตียงจนมันยับย่นเพื่อระบายความเจ็บปวดที่ตนกำลังเผชิญ

ฟ่านลี่กำลังจะคลอด และบัดนี้ก็พยายามข่มความเจ็บปวดที่ตัวเองกำลังเผชิญอย่างสุดกลั้น

“นายหญิงอดทนหน่อยเถิด ข้าน้อยให้คนไปตามหมอแล้ว”

“...แล้ว แล้วนายท่านเล่า นายท่านอยู่ไหน”

‘ฟ่านลี่’ ถามกับสาวใช้คนสนิทที่คอยเข้ามาประคองเอาไว้ไม่ห่าง ด้วยว่าอาการเจ็บท้องที่ฟ่านลี่เผชิญมาหลายชั่วยามนั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย

ฟ่านลี่กำลังจะคลอด หลังจากอุ้มครรภ์นี้มาเกือบสิบเดือน แต่ความทรมานที่ได้เจอนั้นก็ทำให้จิตใจของนางไม่มั่นคง สตรีที่กำลังจะให้กำเนิดบุตรจึงถามถึงผู้เป็นสามีที่ไม่แม้แต่จะเข้ามาถามไถ่ ทั้งๆ ที่ทั้งเรือนวุ่นวายเมื่อนางเริ่มเจ็บครรภ์ตั้งแต่รุ่งสาง จนบัดนี้ตะวันแทบจะตรงหัวแล้ว ‘เฉินเฟยหยาง’ ก็ไม่แม้แต่จะเข้ามาให้นางได้เห็นหน้า จนถึงตอนนี้จึงได้เอ่ยปากถามกับ ‘ซูมี่’ คนสนิทที่หน้าม้านเมื่อได้ยินคำถามของนาง

“เอ่อ คือ…”

“อีก…อีกแล้วหรือ…ออกไปหา แม่นางเกาอีกแล้วหรือ”

ฟ่านลี่พูดในขณะที่พยายามข่มความเจ็บปวดของตัวเอง จนตอนนี้นางชักจะแยกไม่ออกว่าความเจ็บปวดที่จวนเจียนจะคลอดบุตร กับความเจ็บแปลบในใจที่สามีสร้างเอาไว้นั้น สิ่งใดเจ็บปวดยิ่งกว่ากัน

ทั้งๆ ที่ในตอนนี้เฉินเฟยหยางควรเข้ามาถามไถ่นางสักครึ่งคำว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่กลับหายไปจากเรือนทั้งๆ ที่ก็รู้ว่านางกำลังจะคลอด

บุตรที่นางอุ้มท้อง และกำลังจะให้กำเนิดมิใช่บุตรของเขาด้วยหรอกหรือ เหตุใดจึงไม่มาดูดำดูดีกันถึงเพียงนี้เล่า…

หากเมื่อย้อนไปในวันนั้น ฟ่านลี่ที่ถึงวัยออกเรือน ครอบครัวก็จัดแจงบอกกล่าวกับบุตรสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว ว่าจะให้ตบแต่งกับคุณชายตระกูลเฉิน ตระกูลพ่อค้าคหบดี เจ้าของร้านค้าน้อยใหญ่มากกว่าครึ่งในเมืองฉางหยาง ผู้เป็นดั่งเศรษฐีใหญ่ประจำเมือง นั่นมิใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร

นางตบแต่งเป็นภรรยาเอก เข้ามาในเรือนตระกูลเฉิน ดูแลบ้านให้ดีแทนสามีที่คร่ำเคร่งหาเงิน ทุกอย่างก็เรียบร้อยไม่ได้มีอะไรเป็นปัญหา จนกระทั่ง อยู่กินกันมาได้ครึ่งปี ฟ่านลี่ถึงได้รู้ว่าก่อนที่เฉินเฟยหยางจะมาคำนับฟ้าดินกับนางนั้น อีกฝ่ายมีสตรีที่ต้องใจอยู่ก่อนแล้ว

สตรีนางนั้นคือแม่นางเกา 'เกาเซียงอวี๋' แม่นางผู้นี้เป็นเพียงเสมียนในร้านขายผ้าร้านหนึ่งของตระกูลเฉิน แต่ว่าด้วยผิวพรรณเกลี้ยงเกลา หน้าสละสลวย เป็นหญิงงามคนหนึ่ง ไม่แปลกหาเฉินเฟยหยางที่มีฐานะเป็นเถ้าแก่ร้านจะหลงใหลชอบพอในตัวนาง

แต่ด้วยฐานะที่ต่างกัน ด้วยความไม่ชอบใจของครอบครัวทำให้ความรักของคนทั้งคู่เป็นดั่งความรักต้องห้าม แม้จะแต่งเป็นอนุภรรยาให้เข้ามาอยู่ร่วมชายคายังทำมิได้ ด้วยว่าบิดา มารดาของเถ้าแก่เฉินนั้นไม่เห็นสม…

ลูกชายแต่งอนุภรรยาที่เป็นเพียงเสมียนในร้านน่ะหรือ หากใครเขารู้เข้าคงเอาไปพูดกันสนุกปากเสียกระมัง เพราะคิดแบบนี้เถ้าแก่เฉินจึงจำต้องหลบๆ ซ่อนๆ อยู่แบบนั้น

ฟ่านลี่รู้ดี แต่รู้แล้วนางจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อนางเองก็ถูกครอบครัวส่งมาให้ตบแต่งกับเถ้าแก่เฉินเช่นกัน นางมิใช่พระโพธิสัตว์ที่จะยอมผิดใจกับครอบครัวเพื่อให้ความรักของเถ้าแก่เฉินสมหวัง สิ่งที่นางทำมาโดยตลอดคือปิดตาข้างหนึ่งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ตราบใดที่เถ้าแก่เฉินไม่พาแม่นางผู้นั้นมาเหยียบในเรือนชาน นางเองก็จะไม่พูดสิ่งใดออกมา

ตราบใดที่เงินทองในบ้านไม่กระเด็นออกไปข้างนอก ตราบใดที่เถ้าแก่เฉินไม่ได้ปล่อยปละละเลยเรื่องในบ้าน หรือพานางผู้นั้นออกหน้าให้ใครต่อใครนำไปพูดกันสนุกปาก ฟ่านลี่ก็จะไม่พูดอะไร…

จนกระทั่ง เมื่อบิดามารดาของเถ้าแก่เฉินสิ้นชีพไปแล้ว จากที่เคยหลบๆ ซ่อนๆ เถ้าแก่เฉินก็เริ่มจะทำอะไรโผงผางออกมา เช่นว่าออกไปหาโดยไม่ต้องลอบกระทำ ไหนจะเริ่มมีคนเอาเรื่องของทั้งคู่มาโพนทะนา กระทบถึงนางว่าเป็นเพียงนายหญิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวหมุดอยู่แต่เรือนหลังของสามี…

ฟ่านลี่พยายามอดทนมาตลอด อดทนต่อคำนินทาว่าร้าย เช่นว่านางร้ายกาจถึงขั้นยื่นคำขาดว่าจะไม่ยอมรับแม่นางเกาเป็นอนุภรรยา ร้ายกาจถึงขั้นไม่ให้สามีมีอนุภรรยาไร้หัวนอนปลายเท้าจนเถ้าแก่เฉินต้องออกไปลอบเจอกับแม่นางเกาถึงท้ายตลาด

ฟ่านลี่ทนมาโดยตลอด จนตอนนี้ก็คล้ายว่าฟางเส้นสุดท้ายของฟ่านลี่ได้ขาดสะบั้นลงแล้ว...

นางที่ไม่เคยแม้แต่จะร้องขออะไรเถ้าแก่เฉินเลยสักครั้ง กำลังเจ็บปวดเหลือคณากับสิ่งที่เถ้าแก่เฉินทำกับนางในยามนี้...

“ตายแล้ว ใกล้จะคลอดแล้ว เร็วเข้า เร็ว”