3 เถ้าแก่เฉินที่สูญสิ้นความทรงจำ
เถ้าแก่เฉินโดนทำร้ายตอนจะกลับมาที่เรือน...นั่นคือคำบอกเล่าของบ่าวในเรือน และฟ่านลี่ก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกไปดูสภาพของสามีในยามนี้ นางดื่มยา ดื่มน้ำแกง แล้วตั้งใจจะพัก ส่วนเรื่องของสามีนั้นมีบ่าวมากมายในเรือนก็ให้คนพวกนั้นดูแลไปก็แล้วกัน...
ก่อนหน้านี้นางก็เผชิญความยากลำบากมาพร้อมกับสาวใช้ หากเถ้าแก่เฉินจะผ่านเรื่องพวกนี้ไปพร้อมกับบ่าวในเรือนของตัวเองบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร...
ถึงคราวที่นางต้องเมินเฉยใส่ผู้เป็นสามีเสียบ้างกระมัง
อย่างน้อยจากที่ได้ฟังบ่าวในเรือนคอยรายงาน เถ้าแก่เฉินต่อให้จะเจ็บตัวแต่ก็ยังอยู่ดี ก็รอให้หมอมารักษา เพราะอย่างไรเสียนางก็มิใช่หมอ ไหนจะอ่อนล้าจากการคลอดบุตร ไหนจะต้องดูแลบุตรที่เพิ่งคลอดอีกสำทับ
แค่คิดฟ่านลี่ก็เหนื่อยล้าเสียจนผล็อยหลับ ปล่อยให้เรื่องวุ่นวายต่างๆ เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นก็แล้วกัน นางหาใช่ว่าจะเก่งกาจมาจากไหน
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด...
.
แต่ฟ่านลี่ก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดอย่างแปลกพิกลเช่นที่นางกำลังเผชิญอยู่...
“น้องหญิง”
เถ้าแก่เฉินมิเคยเรียกนางเช่นนี้ คำเรียกที่สนิทสนมกันถึงเพียงนี้มิเคยหลุดออกมาจากปากของเฉินเฟยหยางสักนิดเดียว แปลกทำไมถึงได้แปลกถึงเพียงนี้
ไม่ใช่สิ…
การตื่นมาจากความอ่อนเพลีย แล้วเห็นว่ามีคนนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงต่างหากที่แปลกกว่าคำพูดสนิทชิดเชื้อเมื่อครู่ ไหนว่าเถ้าแก่เฉินโดนทำร้ายจนไม่ได้สติอย่างไรเล่า เหตุใดนางที่หลับใหลไปเพียงหนึ่งตื่นจึงได้มาเห็นหน้าเฉินเฟยหยางแบบนี้เสียแล้ว
“เถ้าแก่”
“ไม่ต้องๆ ไม่ต้องลุก”
“ทำไม…ไหนบ่าวว่าท่านโดนทำร้าย”
“เล็กน้อย ไกลหัวใจ ยังไม่ตายก่อนได้เห็นหน้าลูกแน่ น้องหญิงโปรดวางใจ”
ฟ่านลี่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ไม่เข้าใจเสียจนต้องมองไปยังด้านหลังของเถ้าแก่เฉินที่มีทั้งคนสนิทของนาง และคนสนิทของเถ้าแก่ ยืนมองมาทางนี้พร้อมด้วยสีหน้าที่ทุกข์เหลือประมาณ
“ท่านหมอว่านายท่านเป็นอะไร” แต่ฟ่านลี่ไม่ปล่อยให้ความสงสัยค้างคาใจได้นาน นางเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมาเมื่อพบเจอกับเรื่องประหลาด แม้ว่าคนตรงหน้าของนางจะตีหน้าฉงนขึ้นมาแทนก็ตาม
แต่แล้วอย่างไร ในเมื่อตั้งแต่นางได้มาอยู่ที่นี่ นางมิเคยพบเจอกับท่าทีของเฉินเฟยหยางเช่นนี้มาก่อนเลย
“ท่านหมอว่านายท่าน…สูญเสียความทรงจำไปบางช่วงเจ้าค่ะ”
“สูญเสียความทรงจำ” ฟ่านลี่ทวนในสิ่งที่สาวใช้พูด ก่อนจะได้รับการยืนยันอีกครั้งจากคนสนิทของเฉินเฟยหยางว่าสิ่งที่ซูมี่พูดมานั้นไม่ผิด
“ความทรงจำของนายท่านหายไปบางช่วง แล้วก็กับบางคนด้วยขอรับ พอหมอรักษา ฟื้นขึ้นมาก็รีบมาหานายหญิง ถามเสียยกใหญ่ว่านายหญิงเป็นอย่างไรบ้างเพราะจำได้ว่านายหญิงกำลังจะคลอด…นายท่านจำได้เท่านี้ขอรับ”
“เท่านี้? เท่านี้ของเจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ฟ่านลี่ย้อนถามด้วยว่าอยากรู้ให้กระจ่างว่าเท่านี้ที่มู่เฉินคนสนิทของสามีนางนั้นพูดหมายความว่าอย่างไร แต่มู่เฉินก็ไม่ตอบ ยืนอ้ำอึ้งอยู่นาน จนนางต้องหันกลับมามองหน้าสามีที่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดอีกเช่นกันที่มาฉวยเอามือของนางไปจับเอาไว้
“ท่านจำอะไรได้บ้าง”
“จำได้ว่าน้องหญิงจะคลอด”
“แล้วจำได้ไหมว่าท่านออกไปไหนมายามที่ข้าเจ็บท้องจวนเจียนจะขาดใจน่ะ”
ฟ่านลี่ถามด้วยอยากให้แน่ใจว่าเฉินเฟยหยางนั้นสูญสิ้นความทรงจำไปปานใด เขาจำได้ว่านางกำลังจะคลอด แต่จำไม่ได้ว่าตัวเองเดินออกจากเรือนไปทำไมน่ะหรือ ทั้งๆ ที่สองเรื่องนี้เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันเสียด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้จะไม่ให้นางแปลกใจได้อย่างไรไหว
แต่เถ้าแก่เฉินกลับตีหน้าฉงนแล้วย้อนถามนางกลับเสียอย่างนั้น
“ทำไมข้าถึงออกไปข้างนอกตอนที่น้องหญิงคลอดเล่า”
“…”
“ข้าเลวปานใดกันเล่าถึงปล่อยให้น้องหญิงเจ็บเพียงลำพัง”
“หมายความว่ายังไง” สตรีที่ผ่านเรื่องราวมานักต่อนักกำลังนิ่วหน้าในคำพูดของผู้เป็นสามี ด้วยว่าไม่เคยพบเจอสามีทำตัวเช่นนี้มาก่อน ไหนจะคำพูดคำจาที่เหมือนจะเป็นห่วงนางเหลือคณานั้นอีก
“หือ น้องหญิงหมายถึงสิ่งใด”
เถ้าแก่เฉินตรงหน้าฟ่านลี่นั้นกำลังแสดงเล่ห์เหลี่ยมใดออกมาหรือไม่กัน…
“ท่านจำไม่ได้หรือว่าท่านออกไปหาใคร”
“…ไม่ ข้าจำไม่ได้”
แต่เมื่อเถ้าแก่เฉินยืนยันว่าตัวเองนั้นจำสิ่งใดไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่นางจะไม่ตอบในสิ่งที่แม้แต่เจ้าตัวยังสงสัย ว่าในขณะที่ภรรยาคลอดลูกอยู่ที่เรือนตนเองนั้นออกไปไหน
“ท่านออกไปหาคนรักของท่าน…ท่านออกไปหาแม่นางเกา”
ฟ่านลี่ตอบอย่างไม่อ้อมค้อม มองหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นสามีด้วยว่าอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะแสดงอะไรออกมาอีก
“ท่านจำได้หรือยัง”
“ไม่…ข้าจำอะไรไม่ได้เลย แม่นางเกาคือใครหรือ”
“…”
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมายังเป็นคำตอบเดิม พร้อมกับความว่างเปล่าในดวงตาของเฉินเฟยหยางอย่างเช่นที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เฉินเฟยหยางจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนาง…
นี่มันเรื่องอะไรกันเล่า หรือนี่คือมารยาของเฉินเฟยหยาง แล้วเช่นนี้หนทางการขอหย่าของนางจะเป็นเช่นไรกันต่อเล่า…
