บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70

บทที่ 4 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70

‘ไหน ๆ ก็ทะลุมิติมาแล้ว คงไม่มีตัวเลือกอะไรให้อีกสินะ และต่อให้อยากจะกลับไปก็คงกลับไปไม่ได้แล้ว การที่ฉันทะลุมิติมาที่นี่ได้ นั่นก็คงหมายความว่า... ฉันได้ตายไปแล้ว’ จี้อู๋เจินคิดอย่างคนปลงตก

เธอพยายามนึกย้อนกลับไปตอนที่เธออยู่ที่โรงแรมหว่านซีอีกครั้ง แล้วก็จำได้ว่าก่อนหน้าจะตาย เธอรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของคนร้ายคนหนึ่ง จากนั้นเธอก็พุ่งตัวเข้ามาเอาร่างบังตัวของเซิงเหยาฉวนเอาไว้ จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

“ฉันคงจะโดนยิงตายแล้วละมั้ง ช่างเถอะ ตายไปแล้วก็ไม่เป็นไร มาสนใจชีวิตใหม่ที่นี่ดีกว่า” หญิงสาวพูดคล้ายกับคนปลงตก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เฮือกหนึ่ง เพื่อเป็นการบอกกับตัวเองว่า ให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับชีวิตใหม่ที่นี่ให้ดีที่สุด

เมื่อจัดการกับความคิดและความรู้สึกของตัวเองเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงก้าวออกมาจากห้องนอน เธอเดินไปตามเสียงกุกกักที่ได้ยินมาจากทางห้องครัว และพอไปถึงก็พบกับชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่ง ทำให้รู้ได้ในทันทีว่า คนที่อยู่ตรงหน้าคือพ่อแม่ของเธอ

ภาพตรงหน้าที่จี้อู๋เจินเห็น คือผู้เป็นพ่อกำลังก้ม ๆ เงย ๆ ก่อไฟเพื่อต้มน้ำ ส่วนผู้เป็นแม่กำลังจัดการสมุนไพรต่าง ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะ เพื่อเอามาต้มเป็นยาบำรุงให้กับลูกสาว

แต่สิ่งที่ทำให้จี้อู๋เจินต้องตกใจเป็นครั้งที่สองของวัน นั่นคือพ่อกับแม่ของร่างนี้ มีหน้าตาที่เหมือนพ่อกับแม่ของเธอในชาติที่แล้ว โดยไม่มีผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย

อย่าว่าแต่หน้าเลย แม้กระทั่งรูปร่างและท่าทางก็ยังเหมือนกัน ทว่าพ่อกับแม่ในชาตินี้ ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายของความอบอุ่นมากกว่าพ่อกับแม่ในชาติที่แล้ว แต่จะให้เหมือนกันได้อย่างไร พ่อแม่ในชาติที่แล้วมีแต่ความเหี้ยมโหด เพราะพวกท่านเป็นนักฆ่าทั้งสองคน ความอบอุ่นหรือความใกล้ชิดกับลูกเลยไม่ค่อยมี

เมื่อเห็นแบบนั้น จี้อู๋เจินก็น้ำตาริ้นขึ้นมาทันที เนื่องจากเธอไม่ได้พบกับพ่อแม่มานานแล้ว ท่านทั้งสองได้จากไปตั้งแต่ตอนที่เธอยังอยู่ชั้นมัธยมต้น เลยทำให้เธอต้องรับช่วงต่อ โดยขึ้นมาเป็นเจ้าขององค์กรบุปผาสีชาดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อีกอย่าง สาเหตุที่พ่อแม่ในชาติที่แล้วไม่ค่อยได้ให้ความอบอุ่น หรือว่าทำตัวใกล้ชิดกับเธอมากนัก ก็เพราะว่าท่านต้องการเลี้ยงดูเธอให้เติบโตมาเป็นคนที่เข้มแข็ง และนั่นก็ทำให้เธอไม่ได้ผูกพันกับพวกท่านมากเท่าที่ควร

จากภาพตรงหน้า ดูเหมือนพ่อกับแม่ในชาตินี้จะแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน รอยยิ้มของท่านทั้งสองส่งมาให้เธอ ตอนที่เธอกำลังเดินเข้าไปหานั้น ทำให้จี้อู๋เจินรู้สึกดีอย่างน่าประหลาดใจ เนื่องจากรอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความยินดีและความห่วงใย จนเธอเองก็อดที่จะยิ้มตอบกลับไปไม่ได้เหมือนกัน

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอลูก ทำไมรีบลุกขึ้นมาเดินล่ะ ร่างกายยังไม่หายดีเลยนะ” เฉิงลู่แม่ของร่างนี้เอ่ยทักอย่างเป็นห่วง ก่อนจะวางสมุนไพรในมือลง แล้วรีบเดินมาประคองลูกสาวให้ไปนั่งที่เก้าอี้

“ฉันดีขึ้นเยอะแล้วค่ะแม่ นี่พ่อกับแม่กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ” หญิงสาวตอบกลับพร้อมกับมองแม่อย่างอ่อนโยน ก่อนจะละสายตาจากแม่แล้วมองไปที่กองสมุนไพร แล้วพูดอีกครั้ง “จะต้มยาอะไรเหรอคะ ถึงต้องใช้สมุนไพรมากมายขนาดนี้”

“ก็ต้มยาบำรุงน่ะสิ พ่อจะต้มยาบำรุงให้ลูกและพ่อหนุ่มคนนั้นด้วย”

จี้กวงผู้เป็นพ่อตอบกลับมา โดยไม่ละสายตาไปจากเตาเลย มือข้างหนึ่งของเขากำลังใช้ไม้กระดานแผ่นเล็กพัดเตา เพื่อเร่งไฟให้แรงขึ้น

เมื่อได้ฟังคำตอบของพ่อ ก็ทำให้จี้อู๋เจินฉุกคิดเล็กน้อย และนั่นก็ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้ว่า เขาคนนั้นคือคนที่เจ้าของร่างเดิมช่วยขึ้นมาจากการจมน้ำนั่นเอง

เฉิงลู่หันกลับมาให้ความสนใจกับสมุนไพรต่อ นางวางสมุนไพรหกเจ็ดอย่างลงในผ้าขาวบาง จากนั้นก็มัดเป็นห่อเอาไว้

“ตอนนี้ลูกรู้สึกยังไงบ้าง รู้สึกสบายดีขึ้นหรือยัง” นางถามโดยไม่ได้หันไปมองลูกสาว จากนั้นก็ยื่นห่อยาสมุนไพรให้กับสามี

“ดีขึ้นมากแล้วค่ะแม่ ตอนนี้ไม่มีอาการอะไรแล้ว แม่กับพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ดูสิว่าฉันหายดีแล้วจริง ๆ ” หญิงสาวตอบกลับยิ้ม ๆ เธอยืนขึ้นพร้อมกับหมุนตัวให้แม่ดูว่าตอนนี้ร่างกายของเธอแข็งแรงดีแล้ว

คนเป็นพ่ออย่างจี้กวง เมื่อเห็นท่าทางของลูกสาว ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนจะพูดกับเธออย่างอ่อนโยน “อย่าทำเป็นอวดเก่งไปหน่อยเลย ต่อให้ตอนนี้จะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็จริง แต่ก็ต้องระวังเอาไว้ เพราะคนจมน้ำส่วนใหญ่พอเวลาผ่านไป จะมีอาการไม่ค่อยดีตามมาภายหลัง ยิ่งพอแก่ตัวไป จะยิ่งลำบากเอานะลูก”

“อาการอะไรเหรอคะพ่อ” จี้อู๋เจินถามอย่างสนใจ เรื่องนี้เธอไม่ค่อยรู้สักเท่าไร

“อืม...ก็อย่างเช่นกลายเป็นคนเลือดลมไม่ดี ขี้หนาวเพราะมีไอความเย็นอยู่ในร่างกาย ประมาณนี้แหละ” จี้กวงตอบกลับมา

“แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นขึ้นมาจริง ๆ จะต้องทำยังไงคะพ่อ” เธอยังคงถามอย่างสงสัย

“ถ้ารีบรักษากันตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็คงจะไม่เป็นอะไรมาก แต่ถ้าปล่อยให้สายเกินไปแล้วละก็ ลูกจะต้องทรมานกับโรคนี้ไปตลอดชีวิตเลยนะ ตาเฟิ่งพุงโตก็เป็นแบบนี้เพราะเขาเคยจมน้ำมาก่อน ตอนฤดูหนาวเขาทรมานมากเลยนะลูก ได้ยินเขาพูดว่าหนาวไปถึงกระดูกแน่ะ” จี้กวงเองก็ตอบกลับมาอย่างใจเย็น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel