บทที่ 5 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70
บทที่ 5 สามีที่ฉันเก็บได้ในยุค 70
“จริงเหรอคะพ่อ งั้นฉันจะรักษาตัวดี ๆ จะทำตามที่พ่อบอกทุกอย่างเลยค่ะ” จี้อู๋เจินตอบพร้อมกับยิ้มให้พ่อแม่
“ดีมากลูกพ่อ ช่างเป็นลูกที่ว่านอนสอนง่ายเสียจริง ฮ่า ๆ ๆ” จี้กวงพูดพลางหัวเราะอย่างพอใจ เฉิงลู่เองก็หัวเราะออกมาเหมือนกัน
ซึ่งเพียงคำพูดไม่กี่คำ ก็ทำให้จี้อู๋เจินรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรับมาก่อน
เธอรู้สึกว่าชอบพ่อกับแม่ในชาตินี้มาก พวกท่านทั้งน่ารัก อ่อนโยนและใจดี ทำให้บ้านที่เก่าและทรุดโทรมหลังนี้ ดูน่าอยู่ขึ้นมาทันตา ต่อให้ครอบครัวนี้จะยากจน หญิงสาวก็พร้อมที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป
จี้อู๋เจินไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าของร่างนี้ ถึงเป็นคนที่มีจิตใจดีมากขนาดนั้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเธอได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี จากพ่อกับแม่ทั้งสองนั่นเอง
เห็นอย่างนี้แล้วจี้อู๋เจินก็มีความตั้งใจขึ้นมาว่า จากนี้ไปเธอจะเป็นลูกที่ดี เธอจะกตัญญูกับพ่อแม่ให้มาก ๆ และจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองต้องผิดหวังในตัวลูกสาวคนนี้
จี้อู๋เจินนั่งดูพ่อกับแม่ที่กำลังต้มยาสมุนไพรอย่างเพลิดเพลิน ระหว่างนั้นพวกเขาก็ยังคงพูดคุยกันไปด้วย ยาสมุนไพรบำรุงร่างกายนี้ต้องใช้เวลาต้มพักใหญ่ถึงจะเอามาดื่มได้ ทว่าเพียงแค่ได้กลิ่นยา หญิงสาวก็รู้สึกฉุนจนสามารถเดาได้ว่าหากต้องกินลงไปยานี่ ยาคงจะต้องขมมากเลยล่ะ
“นี่อู๋เจิน...ลูกอย่าทำหน้ารังเกียจแบบนั้นสิ พ่อจะบอกให้นะ ต่อให้ลูกกลัวว่ายานี่จะขมมากขนาดไหน แต่ลูกก็ต้องกิน ปฏิเสธไม่ได้นะรู้ไหม” จี้กวงหันไปพูดกับลูกสาวที่ทำหน้าเหยเก มือข้างหนึ่งพัดไฟในเตาให้โหมกระพือขึ้นไม่หยุด สายตาของเขาอบอุ่นมาก และรู้สึกขำเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ
“พ่อก็ช่วยต้มให้มันขมน้อยลงหน่อยได้ไหมล่ะคะ ฉันยังต้องกินยาพวกนี้ไปอีกตั้งหลายวันแหนะ” จี้อู๋เจินพูดพลางกลั้วหัวเราะ เธอหันไปสบตาแม่ของตัวเอง อย่างกับว่าจะให้แม่ช่วยพูดกับพ่ออีกแรง
“ได้ยังไงกัน ยายิ่งขมสิยิ่งดี ยิ่งขมยิ่งเข้มข้น ยาอะไรที่มันจืด ๆ นั่นมันใช้ไม่ได้ผลหรอกนะลูก แต่จะว่าไปแล้ว หากว่าพวกเรามีเงินซื้อยาฝรั่งมาให้ลูกกินก็น่าจะดี เห็นเขาว่ายาฝรั่งที่โรงพยาบาล มีสรรพคุณดีกว่ายาหม้ออย่างที่เรา ๆ ต้มกินกันเยอะมาก แต่ราคาก็แพงหูฉี่เลยล่ะ” คนเป็นพ่อพูดไป ตาก็ชะโงกดูยาในหม้อไปด้วย เพื่อดูว่าได้ที่หรือยัง
“จริงด้วย ถ้าพวกเรามีเงิน แม่ก็จะไปซื้อยาฝรั่งมาให้ลูกกิน ลูกจะได้ไม่ต้องทนดื่มยาหม้อขม ๆ นี่” เฉิงลู่พูดเสริมสามี “แม่เองก็ได้ยินคนพูดกันว่ายาฝรั่งพวกนั้นสรรพคุณดีมาก กินแล้วหายป่วยเร็ว แต่ชาวบ้านฐานะยากจนอย่าได้หวัง เพราะราคายาพวกนั้นมันแพงมากเลยล่ะ” น้ำเสียงของนางนั้นดูเศร้าเล็กน้อย
ได้ยินอย่างนั้น จี้อู๋เจินจึงหันไปยิ้มให้พ่อ แล้วหันกลับมาสบตากับแม่ ก่อนจะพูดกับพวกท่านด้วยน้ำเสียงเป็นเชิงปลอบโยน
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันกินยาต้มนี่ได้โดยไม่มีปัญหาเลย พ่อกับแม่ไม่ต้องเปลืองเงินไปซื้อยาฝรั่งพวกนั้นหรอกนะ อีกอย่างฉันก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก พ่อแม่เก็บเงินไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นดีกว่าค่ะ บ้านพวกเราก็ไม่ได้ร่ำรวย ถึงขนาดจะสิ้นเปลืองด้วยการซื้อยาพวกนั้น”
“ลูกสาวของแม่นี่รู้ความจริง ๆ” เฉิงลู่ยิ้มอย่างพอใจ นางพูดชื่นชม พร้อมกับยกมือสองข้างมาประคองแก้มของลูกสาวไว้อย่างเอ็นดู
ส่วนจี้อู๋เจินเองก็ยิ้มตอบกลับให้แม่เหมือนกัน เธอเองก็รู้สึกมีความสุขที่ได้อยู่บ้านหลังนี้ ความอบอุ่นที่เพิ่งได้รับ ทำให้เธออยากทำให้ครอบครัวนี้มีกินมีใช้ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากกว่านี้
เมื่อไฟในเตาได้ที่แล้ว จี้กวงก็ลุกจากหน้าเตาเดินมาหาลูกกับภรรยาที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก คราวนี้เขามีท่าทีที่จริงจังมาก ทำให้รอยยิ้มที่กำลังสดใสเมื่อครู่ของภรรยาและลูกสาวนั้นหายไป
จี้กวงนั่งลงตรงข้ามกับจี้อู๋เจินแล้วมองหน้าเธอ ก่อนพูดด้วยเสียงจริงจัง
“อู๋เจิน พ่อมีเรื่องที่จะขอร้องลูกสักเรื่องหนึ่งจะได้ไหม ถือเสียว่าชาตินี้ทำเพื่อพ่อสักครั้งเถอะนะ”
“เรื่องอะไรเหรอคะพ่อ” จี้อู๋เจินถามกลับอย่างไม่เข้าใจ เธอฟังน้ำเสียงและเห็นท่าทางของพ่อแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องสำคัญมาก
“ลูกรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนหลอกลูกไปที่แม่น้ำ แล้ววางแผนที่จะฆ่าลูก” ผู้เป็นพ่อถามขึ้นมา น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทีไร จี้กวงก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาทุกครั้ง ที่ปวดใจไม่ใช่เพียงแค่ลูกสาวถูกทำร้ายเกือบตาย แต่ปวดใจเพราะคนทำร้ายลูกสาวคือหลานสาวของตัวเอง
จี้อู๋เจินฟังที่พ่อพูดแล้วก็ฉุกคิดขึ้นมา ก่อนหน้านี้ในความทรงจำได้บอกกับเธอว่า คนที่ทำให้ร่างนี้ตายคือญาติผู้พี่ที่ชื่อจี้หนิงหนิง โดยมีสาเหตุมาจากความหึงหวง จึงทำให้เธอรู้สึกเจ็บแค้นแทนเจ้าของร่างนี้ไม่น้อยเหมือนกัน
“เป็นหนิงหนิงที่พาฉันไปที่แม่น้ำนั่นค่ะพ่อ” จี้อู๋เจินตอบเสียงเบา ๆ
“แล้วลูกรู้ใช่ไหมว่าเพราะอะไรหนิงหนิงถึงได้ทำแบบนั้น” ใบหน้าของจี้กวงจริงจังมากในตอนที่ถาม ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วแต่เขาก็ถามเพื่อตอกย้ำ
