ตอนที่ 5 เจ้าต้องช่วยข้า
ตอนที่ 5 เจ้าต้องช่วยข้า
ปึง!
เสียงฝ่ามือตบลงบนโต๊ะเสียงดังเมื่อตัดสินใจได้ เรื่องนี้คงต้องให้ชิงชิงเป็นคนช่วยเหลือ ถึงจะสำเร็จเมื่อคิดอย่างถี่ถ้วนเจินเหยียนจึงส่งสายตาเว้าวอนให้ชิงชิงเห็นใจ
"คุณหนูข้าตกใจหมดเลย จู่ ๆ คุณหนูทับโต๊ะเช่นนี้มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ หรือว่าเพราะข้าที่กินอาหารช้าไป ทำให้คุณหนูหงุดหงิดใจ ข้าอิ่มแล้วเจ้าค่ะ เราจะไปทางใดกันต่อหรือ"
"มิใช่ ๆ ข้าไม่ได้โมโหหรือหงุดหงิดแต่ว่าข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย "
"คุณหนูท่านส่งสายตามาเช่นนี้ทำให้ใจของข้าหวิว ๆ รู้สึกเสียวสันหลัง"
“เจ้าสัมผัสได้ดีจริง ๆ ในเมื่อเจ้าอิ่มแล้ว ข้าเองก็จะพูดเรื่องสำคัญเลยแล้วกัน ชิงชิง เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าต้องทุกข์ทรมานใจมามากเพียงใด ท่านพ่อไม่รักฮูหยินเซี่ยรังเกียจ น้องเสวี่ยหลานถึงแม้จะดูเหมือนว่าดีกับข้ามากกว่าใคร ๆ แต่นางก็คงชอบเปรียบเทียบตัวนางกับข้าเสมอ การแต่งงานครั้งนี้ข้าไม่ได้อยากแต่ง ให้ข้าแต่งสู้ให้ข้าตายดีกว่า ได้โปรดช่วยข้าสักครั้งข้าจะไม่ลืมบุญคุณ” ชิงชิงนิ่งเงียบอ้าปากค้าง สมองคิดตามดวงตาเบิกโพลง
“อย่าบอกนะเจ้าคะว่าที่ออกมาวันนี้คุณหนูจะหนีออกจากเรือน จึงเลี้ยงอาหารข้าเป็นครั้งสุดท้าย มิได้มิได้เจ้าค่ะทำเช่นนั้นมีหวังท่านใต้เท้าตามตัวท่านพบได้โบยทั้งท่านทั้งข้า”
“ใครบอกว่าข้าจะหนีกันเล่า หนีไปก็ไร้ประโยชน์ อย่างไรท่านพ่อก็ตามตัวพบอยู่ดี ข้าจะเอาบุรุษรูปงามผู้นั้นมาเป็นสามี เมื่อนั้นงานแต่งก็จะไม่เกิดขึ้น”
“เฮือก!!! ไม่ได้นะเจ้าคะ นั่นยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่ ชายสติไม่ดีแม้ว่าหน้าตาจะหล่อเหลาแต่ความปลอดภัยของคุณหนูเล่าเจ้าคะ”
“ชิงชิงเจ้าวางใจได้ ข้ามั่นใจว่าชายผู้นั้นไม่ทำอันใดข้าแน่ ๆ ได้โปรดช่วยข้าสักครั้ง”
“ข้ามิได้เป็นห่วงชายผู้นั้นเสียหน่อยแต่เป็นห่วงคุณหนูต่างหากเจ้าคะ เรื่องนี้อาจจะทำให้ทั้งใต้เท้าทั้งฮูหยินเกรี้ยวโกรธ คุณหนูอาจจะโดนลงโทษแถมชายคนนั้นอาจจะโดนไปด้วยก็ได้”
“ไม่ต้องกลัวไปข้าคิดหนทางไว้ล่วงหน้าแล้ว ข้าไม่ให้เขาเดือดร้อนหรอกนะ” แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่นใจก็ยังมีความกังวลนางหันไปสบตาชายผู้นั้นอีกครั้งเขาก็ยังส่งยิ้มหวานให้แก่นางโดยไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้เขาจะถูกนางหลอกใช้
เจินเหยียนลุกขึ้นไปหาเขาอีกครั้ง นั่งช้า ๆ จ้องมองเขาอย่างละเอียด
"คุณชายข้าถามท่านอีกครั้ง ท่านมีฮูหยินหรือไม่ เอ่อ..แล้วตระกูลของท่านนะชื่อแซ่อันใด"
"ข้าแซ่ถู นามถูซานหลงไม่มีฮูหยิน ฮูหยินไม่มีขอรับ แฮ่ๆ " เขาตอบคำถามนางด้วยรอยยิ้ม
"แล้วท่านอยากมีฮูหยินหรือไม่?"
"ฮูหยิน ฮูหยินคืออะไรใช่สหายข้าหรือไม่ เอาสิข้าอยากมีฮูหยิน ท่านจะเล่นเป็นเพื่อนข้าสินะ" เขาลุกขึ้นลากแขนของเจินเหยียนออกจากโรงเตี๊ยม ชิงชิงรีบวางเงินค่าอาหารไว้ที่โต๊ะ พร้อมวิ่งตามออกไป
"นี่เจ้าปล่อยคุณหนูของข้านะ เจ้าจะพาคุณหนูข้าไปที่ใด"
เจินเหยียนเองก็ตกใจไม่น้อย เขามีแรงมหาศาลจับเพียงมือของนางแต่กลับลากตัวของนางออกมาอย่างง่ายดาย
"นี่ท่านจะพาข้าไปที่ใดกัน ข้าเหนื่อยวิ่งไม่ทันเจ้าแล้ว"
"ข้าจะพาท่านไปเล่นไง ท่านเป็นฮูหยินของข้า"
เจินเหยียนอยากจะกรี๊ดร้องออกมานี่นางคิดดีแล้วใช่มั้ยที่จะทำตามแผนเดิม จนกระทั่งเขาพานางมาหยุดอยู่ข้างทาง ก่อนจะปล่อยมือของนางไปเด็ดดอกไม้มาปักที่ผม
"งดงาม ช่างงดงามเหลือเกิน คิดไว้ไม่มีผิดสตรีงดงามเช่นท่านต้องเหมาะกับของสวย ๆ เช่นนี้"
เจินเหยียนตกตะลึงไม่คิดว่าเขาจะอ่อนโยนและอบอุ่นเช่นนี้
"เอ่อ.. นี่หรือสิ่งที่เจ้าจะพาข้ามาเล่น"
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว ท่านไม่ชอบหรือ" เขาก้มหน้าลงสลดเล็กน้อยอย่างเสียใจที่เจินเหยียนไม่ชอบ
"ข้าชอบสิ ไปกันเถอะข้าสัญญานะข้าจะดูแลเจ้าไม่ให้ได้รับอันตราย ชิง ชิง เย็นนี้ข้าจะไม่กลับเข้าเรือน นี่เจ้านามว่าถูซานหลงใช่มั้ย ข้าขอเรียกเจ้าว่าซานหลงได้หรือไม่พาข้าไปเรือนของเจ้าหน่อยสิ"
"ได้เลย ๆ ฮูหยินของข้าจะไปบ้านของข้า" เขาคลี่ยิ้มเต็มดวงหน้าจับมือของเจินเหยียนมุ่งตรงไปที่เรือนของเขา
"คุณหนูท่านคิดดีแล้วหรือเจ้าคะ"
"ข้าไตร่ตรองดีแล้ว เจ้ามิต้องเป็นห่วง ชิงชิงเจ้าตามหามาก่อนเมื่อท้องฟ้ามืดสลัวเจ้าค่อยกลับเรือน ตอนนี้ทุกสายตาจ้องมองมาที่ข้า นี่จะเป็นเบาะแสให้ท่านพ่อตามหาเมื่อหาข้าไม่พบ หากท่านพ่อถามบอกว่าข้าไล่เจ้ากลับไม่รู้เรื่องอันใด"
"เจ้าค่ะ"
ทั้งสามเดินทางไปที่เรือนของถูซานหลง เรือนของเขาหลังเล็กมากกว่าเรือใต้เท้าเซี่ยเป็นอย่างมาก อีกทั้งสภาพเก่าทรุดโทรมยิ่งย่างกรายเข้ามาด้านในต้องทำให้นางตกใจ ที่นี่ไม่มีแม้แต่คนใช้ และเหมือนไม่ใช่ที่อยู่ที่มีคนอยู่ด้วยซ้ำ
ความกังวลของเจินเหยียนเริ่มก่อตัวในใจ
'เฮอะ ๆ ขนาดกระท่อมกลางนายังดูดีกว่านี้ เฮ้อแล้วอย่างนี้ฉันจะอยู่รอดมั้ยนะ' นางคิดในใจใบหน้าแสดงความกังวลไม่ปกปิด
"เรือนของข้าไม่น่าอยู่สินะ ท่านถึงมีสีหน้าแบบนั้น เดี๋ยวข้าจัดการปักให้ท่านนั่งเอง" ซานหลงเดินมุ่งหน้าจับไม้ปัดกวาดอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ชิงชิงเห็นท่าไม่ดีจับที่แขนของคุณหนูก่อนจะกระซิบถามเบาๆ
“คุณหนูท่านมั่นใจหรือเจ้าคะว่าจะทำอย่างที่ท่านคิดเอาไว้”
“ข้าเลือกแล้วคงไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าการแต่งงานกับเฉินห่าวเทียนหรอก ตอนนี้ข้าจะสำรวจเรือนหลังนี้ ข้าคิดว่าเขาคงอยู่ที่นี่ตามลำพัง หากินไปวัน ๆ หากการแต่งงานยุติได้ และเรื่องของข้าเงียบลงไปบ้าง ข้าจะให้เงินกับเขาสักหน่อยและหาที่อยู่ใหม่ “
“ท่านต้องระวังตัวนะเจ้าคะ”
“อื้ม ..เจ้ากลับไปเถอะ อย่าลืมทำตามที่ข้าบอกเอาไว้”
ชิงชิงไม่อยากจะจากคุณหนูไปทางใดเลย กลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีกับคุณหนูแต่มองดูซานหลงอีกครั้งเห็นสภาพเงอะงะ ซื่อบื้อ นางจึงยอมกลับเรือน
ซานหลงกวาดปัดเรือนสายตาเหลือบมองสตรีงดงามครั้งแล้วครั้งเล่ากลัวว่านางจะหายไป แต่หันไปมองเมื่อไหร่นางก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม
“ซานหลงเจ้ามาตรงนี้เถอะ ส่วนการทำความสะอาดค่อยช่วยกันทำ ข้ามีเรื่องที่จะต้องบอกเจ้าและเขียนข้อตกลงกันไว้ ที่นี่พอมีกระดาษพู่กันหรือไม่”
“พู่กัน อื้ม มีสิ ๆ สักครู่นะ” ซานหลงเดินเข้าไปในห้องสักครู่ก็ออกมาพร้อมพูกันกับหมึกที่แห้งและกระดาษหนึ่งแผ่น
