ตอนที่ 4 พบแล้ว
ตอนที่ 4 พบแล้ว
เจินเหยียนย่างเท้าออกมานอกเรือน ผู้คนเดินตามถนนหนทางมากมาย ตลาดข้างหน้าครึกครื้นอีกทั้งของกินกลิ่นหอมโชยมา ร่างบางตื่นเต้นไม่น้อยเสมือนเด็กน้อยที่ได้ออกมาเผชิญโลกกว้าง
" ชิงชิง ดูด้านหน้านั่นสิของกินน่ากินทั้งนั้นเลย รีบตามมาเร็วเข้า" เจินเหยียนเดินกึ่งวิ่งไปที่ร้านขายขนมหวาน ถังหูลู่ขนมที่อยู่ในยุคจีนโบราณจริง ๆ จะอร่อยเหมือนตอนที่นางได้กินในงานวัดหรือไม่ รีบวิ่งไปสั่งด้วยความอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้น
"พี่ชายข้าเอาถังหูลู่ 2 ไม้"
"ได้เลย ๆ นี่ถังหูลู่ 2 ไม้ 2 อีแปะ" ชิงชิงรีบจ่ายให้คุณหนูเพราะว่าคุณหนูของตนพึ่งจะออกมาครั้งแรก คงไม่ได้พกถุงเงินโชคดีที่ก่อนจะออกมานางได้หยิบเอาถุงเงินในหีบของคุณหนูออกมาด้วย
"นี่เจ้าค่ะ 2 อีแปะ"
"2 อีแปะหรือ ราคาถูกดีนี่ เอานี่ข้าให้เจ้า"
"คุณหนูท่านกล่าวว่านี่ราคาถูกหรือเจ้าคะ รู้หรือไม่ว่าขนมหวานเป็นของที่ไม่ได้มีราคาถูก 2 อีแปะที่ซื้อนี่สามารถซื้อผักไปทำอาหารได้ 2-3อย่างเลยนะเจ้าคะ"นางเก็บถุงเงินยื่นมือรับถังหูลู่พร้อมกล่าวบอกคุณหนู
"ก็ข้าอยากกินถังหูลู่นี่น่าไม่ได้อยากกินผัดผักเสียหน่อย โอ๊ะ! ดูด้านนู้นสิ" ปากเล็กกัดถังหูลู่คำโตเคี้ยวเต็มปากอย่างเอร็ดอร่อย สายตาพลันไปเห็นการแสดงหน้าโรงเตี๊ยม ดวงตาเป็นประกายแววตาร่างกายเร็วกว่าความคิดนางวิ่งตรงไปด้านหน้าอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดสักนิด ชิงชิงตกใจไม่น้อยตะโกนเรียกคุณหนูไล่หลังทว่านางไม่มีท่าทีจะหยุดวิ่งแม้แต่น้อย
"คุณหนูอย่าวิ่งเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะได้รับบาดเจ็บนะเจ้าคะ"
"ข้าไม่เจ็บหรอกนะ พื้นนาขรุขระยิ่งกว่านี้ข้าก็วิ่งมาแล้ว รีบมาเร็วเข้า" ชิงชิงคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยคำพูดของคุณหนูอีกทั้งกิริยามารยาทไม่เหมือนคนเดิมสักนิดหรือว่าคุณหนูจะดีที่ได้ออกมาเปิดหูเปิดตา ชิงชิงจึงไม่ได้สงสัยอะไรต่อแต่สงสารคุณหนูแทน
เจินเหยียนเดินเล่นอย่างสนุกสนานแต่ไม่ลืมที่จะทำตามแผนการที่วางเอาไว้ สายตาของนางเหลือบมองบุรุษที่หน้าตาดี บุรุษที่ยังไม่แต่งงานออกเรือนช่างดูยาก มองหาเท่าไหร่ก็ยังไม่มีคนที่ถูกชะตา ยามนี้แสงแดดเริ่มส่องสว่างเจิดจ้า อากาศเริ่มร้อนเมื่อแสงแดดส่องกลางศีรษะ
“ชิงชิงด้านหน้าข้าเห็นว่ามีโรงเตี๊ยมเราไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ เจ้าอยากกินอะไรก็สั่งมาได้เลย”
“ได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะสั่งของอร่อย ๆ ให้คุณหนูได้ลิ้มรส” ทั้งสองพากันเดินเข้าโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ เจินเหยียนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ สักพักก็มีลูกน้องของโรงเตี๊ยมออกมาต้อนรับ
“คุณหนูเชิญด้านในขอรับ ท่านมาสองคนตรงนั้นมีที่ว่างพอดี”
“คุณหนูรีบตามเข้าไปเจ้าค่ะ หากชักช้าเดี๋ยวจะไม่มีโต๊ะให้นั่งนะเจ้าคะ ที่นี่โด่งดังเรื่องความอร่อย”
“อืม” เจินเหยียนตอบรับสั้น ๆ พลางย่างเท้าตามเข้าไปไม่แปกลที่ชิงชิงจะเอ่ยออกมาเช่นนั้น ขนาดเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมแทบไม่มีที่ว่างเลย ที่นี่อาหารคงน่าจะอร่อยจริง ๆ นางตื่นเต้นที่จะได้ชิมอาหารของคนจีนยุคโบราณ ไม่รู้จะถูกปากมั้ยแต่ดูทุกคนที่กินก็ดูเหมือนจะเอร็ดอร่อยกันมา
ชิงชิงทำการสั่งอาหารไม่นานอาหารละลานสายตามาตั้งอยู่ต่อหน้านาง ดวงตาเป็นประกายแวววาวน้ำลายส่อเมื่อกลิ่นอาหารโชยแตะจมูก ร่างบางไม่รอช้าจับตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปาก สิ่งที่นางเลือกกินเป็นสิ่งแรกคือเป็ดตุ๋น เนื้อนุ่มละลายในปากแสงออกตาในคราเดียวกัน ชิงชิงจ้องมองอย่างใจจดใจจ่ออยากรู้ความรู้สึกของคุณหนูว่าอร่อยอย่างที่นางบอกกล่าวหรือไม่
“เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ”
“ว้าว ๆ รสชาติอร่อยอย่างที่เจ้ากล่าวจริง ๆ เจ้าเองก็รีบกินด้วยกันสิ ของอร่อย ๆ เช่นนี้จะกินคนเดียวได้อย่างไรกัน” ชิงชิงยิ้มกว้างหยิบตะเกียบขึ้นมาพากันนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย ๆ เมื่อกินอิ่มสายตาของเจินเหยียนก็เหลือบไปเห็นบุรุษรูปงามหัวใจของนางเต้นแรงตึกตัก ถูกชะตาของจริง ๆ
‘เจอแล้ว คนนี้แหละที่จะมาเป็นสามีจำเป็นในการหนีจากการแต่งงานครั้งนี้’ เจินเหยียนเช็ดปากลุกขึ้นเดินไปหาชายผู้นั้นทันที ก่อนจะเดินไปได้บอกกับชิงชิงให้นั่งกินอาหารรอที่นี่สักครู่
“ชิงชิงข้ามีเรื่องต้องไปจัดการ เจ้ากินอยู่ตรงนี้รอข้าสักครู่”
“เจ้าค่ะ” ชิงชิงกำลังกินอร่อย ๆ จึงไม่ได้สงสัยว่าคุณหนูกำลังเดินไปทำอะไร
เจินเหยียนสำรวจร่างกายของชายที่นางต้องชะตา ร่างกายกำยำใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มนั่งกินข้าวอยู่โต๊ะข้าง ๆ นางรีบเข้าไปนั่งข้าง ๆ รอยกว้างให้แก่เขา
“คุณชายข้าขอนั่งด้วยนะเจ้าคะ ท่านมาที่นี่เพียงลำพังหรือ? ข้าขอถามสิ่งหนึ่งได้หรือไม่เจ้าคะ ท่านแต่งงานมีฮูหยินเป็นของตนเองหรือยังเจ้าคะ” เจินเหยียนเอียงคอถามแต่เมื่อชายคนนั้นยิ้มกว้างให้แก่นาง นางต้องตกใจไม่น้อย ท่าทางของเขาหากอยู่นิ่ง ๆ ก็ดูดีไม่มีที่ติ ทว่ายามเมื่อเขายิ้มกว้างราวกับเด็ก 5 ขวบ
“ฮูหยินหรือ ? ฮูหยินคืออะไรกัน ขะ..ข้าไม่มี ข้าไม่มีฮูหยิน ท่านจะเป็นฮูหยินข้าหรือ ดี ดีเลย เย้ ๆ ข้าจะมีฮูหยินแล้ว” เจินเหยียนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเซียวขึ้นมาทันที
'อะไรกันละเนี้ยะ! หน้าตาออกจะหล่อเหลาทำไมถึงสติไม่ดีแบบนี้’
“แฮะ ๆ ข้าไม่รบกวนท่านจะดีกว่า เชิญท่านกินอาหารให้อร่อย ๆ นะเจ้าคะ” เจินเหยียนรีบปลีกตัวหนีออกมา นางนั่งเก้าอี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่จนชิงชิงแปลกใจ
“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเจ้าคะ”
“เฮ้อ…ข้าจะบอกเจ้าดีมั้ยนะชิงชิง เจ้าว่าชายที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังเราหน้าตาเป็นเช่นไร” ชิงชิงรีบหันไปมองตามที่เจินเหยียนบอก
“นับว่ารูปงานมากเลยเจ้าค่ะ หรือว่าคุณหนูถูกชะตาคุณชายผู้นั้น แม้จะถูกชะตาแต่ว่ายามนี้คุณหนูต้องแต่งงานกับคุณชายเฉินห่าวเทียนนะเจ้าคะ”
“ข้ารู้ ข้ารู้ เหตุใดทุกคนต้องคอยตอกย้ำข้าด้วยเล่า ที่ข้าให้เจ้าดูเพราะว่าข้าเสียดายความหล่อเหลาของเขา เขานะเป็นบุรุษที่สติไม่ดีนะสิ น่าเสียดายจริง ๆ”
“นั่นนะหรือเจ้าคะ ชายสติไม่ดี น่าสงสารแย่เลยนะเจ้าคะ”
“นั่นสิ เฮ้อ!!” เจินเหยียนถอนหายใจออกมาอีกครั้ง จ้องมองไปยังชายหนุ่ม เขาสบตากับนางก่อนจะยิ้มกว้างให้นางอย่างเป็นมิตร ยามนั้นเองเจินเหยียนก็คิดอะไรดี ๆ ออก
‘แม้ว่าจะสติไม่ดี แต่ก็หล่อเหลา ตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้วด้วย จะเอายังไงดีนะจะมีสามีเป็นคนสติไม่ดี หรือสามีที่โหดเหี้ยม หากแต่งงานตามเดิมไม่ต้องฆ่าตัวตาย ชีวิตจะสุขสบายไม่นะ หรือว่าจะตายในน้ำมือของเฉินห่าวเทียนตั้งแต่วันแรก หากไม่ตายก็คงเจอเขาทรมานแน่ ๆ ยิ่งรู้ว่าคนที่แต่งไม่ใช่บุตรสาวสายตรงของใต้เท้าเซี่ยแต่เป็นบุตรของลูกอนุ ไม่ว่าจะคิดไปทางไหนก็ยากที่จะรอด เอาว่ะเป็นไงเป็นกันมีสามีรูปหล่อดีกว่าขี้เหล่และยังใจร้าย ตกแต่งเอาชายคนนี้บังหน้าให้รอดพ้น เมื่อนั้นค่อยจัดการให้เงินเขานิดหน่อยแล้วค่อยแยกย้ายก็ไม่เสียหาย สติไม่ดีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฮูหยินคืออะไร อย่างนี้คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะชักจูงและหลอกล้อ ฮึ ฮึ’
