บทย่อ
มีสามีสติไม่ดี ดีกว่าได้สามีที่ท่านพ่อบงการให้แต่งงานแทนน้องสาวต่างมารดา และชายผู้นั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและดุร้าย สู้คว้าเอาบุรุษรูปงามมาเป็นสามีจะดีกว่า ไม่ต้องกลัวไปข้าจะเลี้ยงดูท่านเองสามี บทนำ มุกดาสาวไทยใจแกร่ง เป็นลูกสาวชาวนา ทำไร่ทำสวนทุกอย่าง เรียนจบมาไม่ต้องออกไปหางานทำมีงานที่บ้านคอยรองรับ และเธอเองก็ชอบงานนี้เหมือนกัน จึงเรียนหลักสูตรเกษตรมาเพื่อต่อยอดอาชีพที่บ้าน ตอนกลางวันทำงานตอนกลางคืนเธอคือติ่งซีรี่ย์จีน เกาหลี ฝันหวานอยากมีแฟนเป็นพระเอกซีรี่ย์ ในห้องนอนของเธอเต็มไปด้วยรูปภาพของนักแสดงหล่อ ๆ มากมาย นับว่าเป็นแดนสวรรค์ของเธอ แต่ใครจะคิดจู่ ๆ วันหนึ่งดันทะลุมิติเข้าไปอยู่ในร่างของบุตรสาวคนโตของท่านใต้เท้าเซี่ย ชีวิตน่ารันทดไม่เป็นที่รักและมักจะถูกเปรียบเทียบกับน้องสาวเสมอเพราะเธอคือลูกสาวของอนุ มิใช่ฮูหยินใหญ่ของตระกูลเซี่ย แรก ๆ ท่านพ่อรักนางปานดวงใจทว่าเมื่อน้องสาวเกิดขึ้นมาเธอกลายเป็นหมาหัวเน่า จากที่ ท่านพ่อเคยมาหาทุกวัน นานวันเข้าไม่เคยมาเยือน ยิ่งน้องสาวเติบโตท่านพ่อยิ่งเหินห่าง ไม่ว่าน้องสาวจะทำอะไรมักได้ดีเสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งมีราชโองการให้ส่งตัวบุตรสาวของใต้เท้าเซี่ยเข้าร่วมพิธีแต่งงานกับเฉินห่าวเทียว บุตรชายของประมุขแคว้นเฟิงหยุน ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม และดุร้ายใบหน้าของเขาถูกดาบฟันเข้าที่ใบหน้าจนหน้าเหวอะวะไม่น่ามอง เซี่ยเสวี่ยหลานที่เป็นบุตรสาวคนเล็กแต่เป็นบุตรสาวสายตรงของตระกูลต้องแต่งกับเฉินห่าวเทียน นางหวาดกลัวไม่อยากแต่งอ้อนวอนขอร้องท่านพ่อ หากให้นางไปแต่งให้นางตายเสียดีกว่า ฮูหยินเซี่ยจึงคิดแผนการไม่ใช่บุตรสาวของตนเองต้องแต่งกับบุรุษเช่นนั้น จึงให้ใต้เท้าเซี่ยส่งเซี่ยเจินเหยียนไปแทน นางไม่สามารถขัดขืนต่อคำสั่งของบิดา ออกเดินทางไปที่แคว้นเฟิงหยุน ทว่าระหว่างนั้นห้วงความทรงจำเกี่ยวกับตระกูลเซี่ยและการกระทำที่นางถูกกระทำมาโดยตลอดทำให้นางรู้สึกชีวิตนี้ไม่น่าอยู่อีกต่อไป บิดาไม่รักตระกูลเซี่ยไม่ต้องการนาง นางจะอยู่ไปเพื่อการใดกัน จึงตัดสินใจปลิดชีพตนเองระหว่างที่รถม้ายังเคลื่อนขบวน ครานั้นเองจู่ ๆ วิญญาณของมุกดาเข้ามาอยู่ในร่างของเซี่ยเจินเหยียนก่อนวันแต่งงานหนึ่งวัน ความทรงจำทั้งหมดไปผ่านเธอจึงไม่ยอมให้ทุกอย่างเป็นเช่นเดิม วันนั้นเธอออกไปนอกเรือนกับสาวใช้เหลียวไปเห็นบุรุษรูปงามเดินผ่านมาพอดี ฉุดคิดอะไรดี ๆ ออกใบหน้าเผยรอยยิ้มขึ้นมา นั่นก็คือขืนใจชายสติไม่ดีผู้นี้ แม้จะสติไม่ดีแต่ก็หล่อเหลา เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องแต่งกับเฉินห่าวเทียนผู้นั้นแล้ว แม้จะถูกตัดขาดและขับไล่ออกจากเรือนตระกูลเซี่ยก็ตาม
ตอนที่ 1 คุณหนูเซี่ยเจินเหยียน
ตอนที่ 1 คุณหนูเซี่ยเจินเหยียน
เปี้ยะ เปรี้ยง !!
แสงสว่างวาบมาพร้อมกับเสียงฟ้าผ่าสะท้อนก้องกังวานสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน สายลมโชยแรงคละคลุ้งฝุ่นตลบท้องฟ้าอึกครึมก้อนเมฆเริ่มจับตัวกันเป็นก้อน คล้ายกับว่าอีกไม่นานพายุฝนกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
“มุกดารีบเก็บของกลับบ้านได้แล้ว ห่าฝนกำลังจะมาดูท่าอาจจะตกแรงจนมืดค่ำพอดี วันนี้งานที่ทำอยู่คงทำได้แค่นี้เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาจัดการใหม่” ชายอายุประมาณ 50 กว่า ๆ ตะโกนบอกลูกสาวให้เก็บของกลับบ้าน ระหว่างกำลังช่วยกันดำนา
“พ่อเดี๋ยวหนูไปเอาตะกร้าข้าวก่อน พ่อกลับก่อนเลยนะแล้วหนูจะรีบตามไป” มุกดาสาวน้อยเรียนจบใหม่ ๆ หลังเรียนจบปริญญาได้กลับมาที่บ้านเพราะงานที่บ้านมีรองรับให้เธอสืบสานต่อ
“อย่างนั้นรีบตามมานะพ่อจะขับรถไถ่กลับไปบ้านก่อน” ผู้เป็นพ่อตอบกลับสองเท้าเดินตรงขึ้นรถไถติดเครื่องเดินทางกลับบ้าน ส่วนมุกดาเธอเอารถมอเตอร์ไซค์มาจึงรีบก้าวเท้าไปที่กระท่อมกลางนา เสียงลมหายใจหอบแฮ่ก ๆ เมื่อวิ่งสู้กับสายฝน ทว่าตอนนั้นเองที่เธอกำลังวิ่งมาถึงกระท่อม
สายฟ้าได้ฟาดลงมาใส่ร่างกายของมุกดา ไม่มีเวลาให้เธอได้รู้สึกด้วยซ้ำว่าความรู้สึกตอนที่โดนสายฟาดผ่าเข้าร่างเป็นอย่างไร ร่างเล็กล้มลงกับพื้นทันที
เปรี้ยง!!
เฮือก! ร่างเล็กสะดุ้งลืมตาขึ้นมาเบิกตาโพลงโตด้วยความตกใจ แสงฟ้ากลิ่นไหม้เกรี้ยมที่จำได้ครั้งสุดท้ายเป็นเช่นไร
“พ่อ แม่ อย่าบอกนะว่าฉันตายแล้ว อึก ๆ ยังไม่ทันได้ผัวกับเขาเลย ชีวิตพึ่งจะเรียนจบแท้ ๆ ทำไมถึงเกิดเรื่องร้าย ๆ แบบนี้กับฉันได้ อึก ๆ ” มุกดาชูมือขึ้นมองทั้งสองข้าง ดวงตาพร่ามัวเพราะหยาดน้ำตา ก่อนที่เธอจะแปลกใจเพราะมือที่เล็กเรียวแถมผิวขาวเนียนละเอียดนี่ไม่ใช่สีผิวของเธอนี่น่า
“โธ่ ๆ ฉันถูกฟ้าผ่าจนผิวดำกลายเป็นสีขาวเผือกเลยเหรอ เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ คนที่ไหนจะถูกฟ้าผ่าแล้วผิวขาวกัน” มุกดารีบดีตัวลุกขึ้นปาดน้ำตา กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ต้องตกใจมากกว่าเดิม นี่ไม่ใช่กระท่อมที่ตัวเองกำลังจะไปและไม่ใช่บ้านที่เธออยู่ ทุกอย่างแปลกตาไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน หรือแม้แต่การตกแต่ง เตียงไม้โบราณแกะสลักลวดลายโบราณตัวอักษรจีนแต่ทว่ามุกดากลับอ่านออกและเข้าใจ เธอยกมือทาบอกสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กำลังลุกขึ้นเพื่อสำรวจเสียงประตูห้องถูกเปิดเข้ามา
“คุณหนูท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ ข้าเป็นห่วงท่าน เกรงว่าท่านจะล้มป่วยเพราะตรอมใจในเรื่องที่ท่านใต้เท้าส่งท่านไปแต่งงานแทนคุณหนูเสวี่ยหลาน” หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเข้ามาหาสีหน้าบ่งบอกความเป็นห่วงที่มีต่อเธอมากเพียงใด ยิ่งทำให้มุกดาสงสัย ทั้งมึนงงเรื่องราวตรงหน้านี่คืออะไรกันเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้านไม่มีพี่ไม่มีน้อง อีกอย่างเรื่องแต่งงานจะเกิดขึ้นได้ยังไง ในเมื่อแฟนเธอยังหาไม่ได้ด้วยซ้ำ
"เดี๋ยวนะ ๆ พี่สาวคนสวยพูดถึงเรื่องอะไรฉันไม่รู้เรื่องสักนิด ตอนนี้ข้างนอกฝนหยุดตกหรือยัง ป่านนี้พ่อกับแม่คงเป็นห่วงมากแล้ว ฉันขอกลับบ้านก่อนนะ สงสัยถูกผ่าฟ้าแค่สลบไม่ได้ตาย แฮะ ๆ ขอบคุณพี่สาวนะที่ช่วยเหลือ" มุกดาลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกเปิดประตูกว้าง หญิงสาวที่เข้ามาเมื่อครู่ก็แปลกใจในคำพูดของมุกดา รีบเดินไปประคองแต่เมื่อสองมือของมุกดาเปิดประตูออกไปมองข้างนอก เธอตกตะลึงมากกว่าเดิม ที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทย สถานที่ไม่คุ้นเคยสักนิด แต่ก็พอผ่านตามาบ้างเพราะมุกดาเป็นติ่งซีรี่ย์จีนย้อนยุค และซีรี่ย์เกาหลี สายตาจ้องมองไปรอบ ๆ ก็เริ่มเข้าใจในบ้างอย่าง ทว่าตอนนั้นเองจู่ ๆ อาการปวดหัวก็แทรกเข้ามาเธอกุมขมับแน่นความเจ็บปวดนี้ไม่อาจจะทนรับไหวทำให้ร่างบางล้มลงกับพื้นสลบไสล
“อึก ..ปวดหัวทำไมถึงปวดหัวรุนแรงแบบนี้”
พรึบ!
“คุณหนู คุณหนูท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ผู้ใดก็ได้ช่วยข้าด้วย” ชิงชิงรีบเข้ามาประคองร่างของคุณหนูเจินเหยียน ตะโกนเรียกสาวใช้ที่อยู่แถว ๆ นั้นช่วยกันพาตัวของคุณหนูไปนอนที่เตียง
ในห้องเสียงเงียบสงัดหญิงสาวใบหน้างดงามราวจิตรกรปั้นแต่ง จ้องมองตนเองอยู่หน้าคันฉ่องดวงตาเศร้าหมองบวมแดงจากการผ่านการร่ำไห้มาอย่างหนักหน่วง
“คุณหนูตอนนี้รถม้ามารอที่หน้าเรือนแล้วเจ้าค่ะ ใต้เท้าให้ข้ามาตามคุณหนูเพื่อเดินทาง”
“ชิงชิง ข้าไม่อยู่เจ้าดูแลตนเองให้ดีอย่าไปขัดใจเสวี่ยหลานกับสาวใช้ของนางเข้าใจหรือไม่ และข้ามีเรื่องจะไหว้วานให้เจ้าทำให้ข้าเรื่องหนึ่ง เจ้าช่วยนำของไปไหว้ป้ายชื่อท่านแม่ของข้าทุกปีได้หรือไม่”
“คุณหนูท่านเพียงแต่งงานกับคุณชายเฉินห่าวเทียน อีกอย่างอยู่ไม่ไกลกันมากนักเดินทางครึ่งวันก็ถึงแล้ว คุณหนูมาไหว้เองเถอะเจ้าค่ะ เมื่อใกล้จะถึงวันข้าจะเตรียมของไว้รอท่านนะเจ้าคะ” สาวใช้ไม่ได้สังเกตสีหน้าแววตาหรือแม้แต่จะรู้สึกถึงคำพูดของคุณหนูที่เอ่ยออก นางยิ้มเบา ๆ ก่อนจะดึงผ้าสีแดงมงคลปกคลุมใบหน้าค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินไปออกข้างนอกโดยมีสาวใช้คอยประคองออกไป
“ชิงชิงเจ้ารับปากข้าสิว่าเจ้าจะทำตามที่ข้าบอก”
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ ไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ อย่างไรข้าไม่มีทางลืมเป็นแน่ คุณหนูวางใจได้” สาวใช้รับปากคิดว่าคุณหนูของนางเป็นกังวลอีกทั้งยังประหม่า ตั้งแต่ที่ได้ยินว่าต้องแต่งงานกับเฉินห่าวเทียนแทนเสวี่ยหลานผู้เป็นน้อง นางเงียบขรึมไม่พูดไม่จาจนชิงชิงเป็นห่วง และสงสารคุณหนูของนางจริง ๆ แต่ก็มิอาจจะต้านคำสั่งของท่านใต้เท้าได้ ทั้งสองพากันเดินออกมามีรถม้าของตระกูลเฉิน มารอรับอยู่หน้าเรือนพร้อมทั้งสินเดิมที่นางต้องเอาติดตัวไปด้วย นางหันไปมองใบหน้าบิดา ฮูหยินเซี่ย กับเซี่ยเสวี่ยหลานอีกคราก่อนจะเดินทาง ทั้งสามมิได้มีใบหน้าเศร้าโศกและใจหายแม้แต่น้อย มีเพียงใบหน้าปริติยินดี
“เซี่ยเจินเหยียนต่อจากนี้เจ้าจะไม่ใช่คนของตระกูลเซี่ยอีกต่อไป จงทำหน้าที่ของเจ้าให้ดี นี่คือการตอบแทนบุญคุณที่ตระกูลเซี่ยเฝ้าเลี้ยงเจ้ามาเป็นอย่างดี ตบแต่งกับเฉินห่าวเทียนนับว่าเป็นโชคชะตาวาสนาของเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฐานะเงินทอง เจ้าแต่งเข้าไปมีแต่ความสุขสบาย” ใต้เท้าเซี่ยย่างกรายเข้ามายื่นมือมาตบบ่าเจินเหยียนเบา ๆ
“นั่นสิ เจ้าจงจำเอาไว้ว่าพวกเรามีบุญคุณกับเจ้ามาเพียงใด เสวี่ยหลานยอมให้เจ้าเพราะนางเห็นว่าเจ้าเป็นพี่สาว หากไม่รักเจ้าจริง ๆ คงไม่มีทางยอมให้เจ้าไปแต่งงานกับเฉินห่าวเทียนแทนหรอกนะ” ฮูหยินเซี่ยเอ่ยแทรกเข้ามาทำราวกับว่าการแต่งงานครั้งนี้เสวี่ยหลานเป็นคนยอมเดินออกมาเพื่อให้เจินเหยียนได้ดี ทว่าเรื่องนี้เจินเหยียนรู้ดีเต็มอก หัวใจหนักอึ้งราวกับมีหินพันชั่งทับถม เพราะอะไรนั่นนางเองก็รู้ดี เฉินห่าวเทียนชื่อเสียงฉาวโฉ่วไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโหดร้าย ศัตรูเป็นสิบเขาจัดการได้เพียงกระพริบตาเดียวเท่านั้น อีกทั้งการกล่าวขานเรื่องใบหน้าของเขา ที่อัปลักษณ์ไม่น่าดู คงเป็นเรื่องที่เสวี่ยหลานมิอาจยอมทำใจแต่งงานกับเขาได้ ทว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นการแต่งงานเชื่อมไมตรีหากไม่ยอมแต่งคงเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นแน่ ๆ เสวี่ยหลานร่ำไห้ไม่กินอาหารหลายวันจนร่างกายซูบโทรมจับไข้ ฮูหยินเซี่ยร้อนอกร้อนใจมิอาจจะปล่อยให้บุตรสาวของนางตกแต่งเข้าไปเป็นภรรยาของเฉินห่าวเทียนเป็นอันขาด ใช้อำนาจของนางจัดการพูดคุยกับใต้เท้าเซี่ยให้เจินเหยียนไปแต่งงานแทน ใต้เท้าเซี่ยเองก็ยังต้องพึ่งอำนาจของครอบครัวฮูหยินเซี่ยจึงต้องยอมให้เจินเหยียนไป อีกทั้งเมื่อรู้ว่าบุตรสาวที่เขารักจับไข้เรื่องการแต่งงานครั้งนี้จึงไปสั่งให้เจินเหยียนแต่งงานเพื่อทดแทนบุญคุณที่เขาเลี้ยงดูนางมา
“ข้าจะระลึกสลักไว้ในใจเจ้าค่ะ ขอให้ท่านพ่อ ท่านแม่มีสุขภาพแข็งแรงนะเจ้าคะ ข้าทูลลา” น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากเรือนครานั้นเองเสวี่ยหลานเดินไปจับมือของพี่สาวเอาไว้แน่น
“พี่หญิงข้าขอบใจท่านนะเจ้าคะ ที่ยอมทำเพื่อข้าขนาดนี้บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมเลือน”
“ข้าเองก็ไม่ลืมเช่นเดียวกัน จงใช้ชีวิตตนเองให้ดี” เจินเหยียนปัดมือของเสวี่ยหลานออก พลางเดินไปด้านหน้าขึ้นรถม้าพร้อมออกเดินทาง นางไม่ได้หันมามองที่เรือนตระกูลเซี่ยอีกเลย สถานที่นี่มีทั้งความสุข ความทรงจำและความเจ็บปวด ความเหงาและโดดเดี่ยวที่นางต้องเจอตั้งแต่เสวี่ยหลานเกิด นางคิดว่าการมีน้องสาวจะทำให้นางกับน้องรักใคร่กลมเกลียว แต่เติบใหญ่ขึ้นมิได้เป็นอย่างที่คิด นางถูกเปรียบเทียบทุกครั้งยามที่เสวี่ยหลานทำเรื่องดี ๆ ส่วนตัวนางต่อให้ทำดีเพียงใดก็ไม่มีผู้ใดร่วมยินดี ต่อจากนี้ทุกอย่างจะจบลงเมื่อรถม้าเคลื่อนตัวออกมา
“ข้าทำเพื่อทุกคนแล้วข้าจะได้สิ่งใด ทุกวันนี้ข้าได้รับแต่ความเจ็บปวดกล้ำกลืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าจะไม่แต่งกับเฉินห่าวเทียนให้ต้องทนทุกข์ทรมาน ความทรมานของข้ากำลังจะจบในอีกไม่ช้า” น้ำตาไหลรินอาบแก้ม มือเรียวดึงปิ่นออกมาปักเข้าที่ต้นคอของตนเอง ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาในร่างกาย โลหิตสีแดงฉานกระฉูดเต็มรถม้า ร่างบางค่อย ๆ นอนลงกับพื้นหายใจโรยรินด้วยความเจ็บปวดทรมาน ทว่านางไม่แม้แต่จะเสียใจที่ทำเช่นนี้ ใบหน้าแม้จะมีหยาดน้ำตาทว่ามุมปากกลับยิ้มกว้างคล้ายกับว่าสิ่งที่นางปรารถนาที่สุดได้ทำสำเร็จ สติค่อย ๆ เลือนรางลงอย่างช้า ๆ จนในที่สุดร่างเล็กก็แน่นิ่งอยู่ในรถม้า

