5
“ว้าย! พี่อิน”
สาวใช้ส่งเสียงกรีดร้องออกมา อินทิยาหลับตาปี๋เตรียมตัวพร้อมรับแรงกระแทก ทันทีที่ร่างกายหล่นลงพื้นเธอสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่รองรับร่างกายของเธอไว้ หญิงสาวยังคงหลับตาแน่น กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นกายของใครบางคนโชยเข้ามาที่จมูกเล็ก เจ้าของเรือนกายเล็กผงกศีรษะเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าคมอยู่ห่างหน้าของเธอไม่ถึงคืบ เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดบริเวณผิวหน้านวล ภาคินัยจดจ้องไปที่ดวงหน้าหวาน หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามกรอบหน้าสวย ผิวแก้มนวลเปลี่ยนเป็นสีแดง ระเรื่อเพราะความเขินอาย ปอยผมหลุดล่วงปกคลุมลำคอขาว อินทิยาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรง รู้สึกวูบวาบบริเวณผิวแก้มทั้งสอง สองมือเล็กสั่นวางทับอยู่บนหน้าอกแกร่ง
“ตาภาม!...” เสียงภาวินีดังแทรกขึ้นมา อินทิยาผงะทรงตัวลุกขึ้นยืนปัดป่ายมือเล็กไปตามเนื้อตัวพลางหลุบตาลงไม่กล้าสบตาเขา สาวใช้รีบเดินจ้ำอ้าวมาหยุดอยู่ข้างๆเจ้านายสาว มือสองข้างจับไปที่แขนของเจ้านายแน่น ร่างบอบบางลูบไปที่มือเด็กสาวส่งสายตาปลอบโยน ร่างสูงใหญ่ขยับกายลุกขึ้นยืน ใบหน้าคมราบเรียบปลายตามองที่เธอเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปทางที่ภาวินียืนอยู่
“ใครอนุญาตให้เธอปีนขึ้นไปเก็บมะม่วง? เป็นผู้หญิงอะไรทำตัวเป็นลูกลิงลูกค่าง”
“...”
“ส่วนแก นังไหม ไม่มีอะไรทำหรือไง ถึงมีเวลาว่างมาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ ฉันจ้างแกมาทำงานไม่ได้จ้างให้แกมาเดินต้อย ๆตามตูดใคร คอยดูเถอะเดือนนี้ฉันจะหักเงินเดือนแก” ภาวินีชี้นิ้วไปที่สาวใช้
“คุณหญิงขา…น่ะ หนูขอโทษค่ะ หนูจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ คุณหญิงอย่าตัดเงินเดือนหนูเลยนะคะ” เด็กสาวยกมือไหว้ ยืนตัวสั่น น้ำตาคลอเบ้า
“คุณป้าคะ อย่าลงโทษไหมเลยนะคะ ทุกอย่างมันเป็นความผิดของอินคนเดียวค่ะ อินขอโทษค่ะ”
ร่างบางเดินไปหยุดตรงหน้าหญิงกลางคนพลางยกมือขึ้นไหว้ เธอเห็นสายตาเกรี้ยวกราดที่มองกลับมาที่เธอ ภาวินีหันหน้าไปมองลูกชายพลางถอนหายใจแรงออกมาก่อนจะเดินออกไปด้วยท่าทางที่หงุดหงิด อินทิยาหมุนตัวเดินมาหาสาวรับใช้ มือเล็กวางไปที่ไหล่เด็กสาว
“เป็นเพราะพี่ ไหมถึงโดนคุณป้าด่า พี่ขอโทษนะ”
เด็กสาวส่ายหน้าไปมา น้ำตาไหลอาบแก้ม ส่งเสียงสะอื้นออกมา มือสากเล็กจับมือเจ้านายแน่น หญิงสาวหันหน้ากลับมามองชายหนุ่ม กล่าวขอบคุณเขาผ่านสายตา ภาคินัยมองสบตาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าและแววตาเรียบเฉยก่อนจะเดินกลับไป
“ภาม นอนหรือยังลูก”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมด้วยเสียงเรียก มือหนาวางหนังสือลงที่โต๊ะหัวเตียงก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตู
“ยังครับ”
“ขอแม่เข้าไปหน่อยนะ แม่มีเรื่องจะคุยด้วย”
น้ำเสียงและสีหน้าจริงจังของภาวินีเอ่ยกับลูกชาย ภาคินัยพยักหน้าเบี่ยงตัวหลบให้ท่านเดินเข้ามา บานประตูกถูกปิดลง เขาเดินมาทรุดกายนั่งข้างๆแม่ สีหน้าแววตาของท่านเต็มไปด้วยคำถาม คงไม่พ้นเรื่องของอินทิยา
“ภาม ลูกไม่ได้คิดอะไรกับเด็กนั่นใช่ไหม วันนี้ที่แม่เห็น...”
“มันเป็นอุบัติเหตุครับ” เสียงเข้มแทรกขึ้นมาก่อนที่ภาวินีจะพูดจบ
“ถ้าลูกยืนยันแบบนี้ แม่ก็สบายใจ ภามอย่าลืมนะลูกว่าภามมีหนูอรอยู่แล้ว แม่ไม่อยากให้ภามกลายมาเป็นคนผิดสัญญาเสียเอง”
“ครับแม่”
“แม่อยากชวนหนูอรมาทานข้าวที่บ้าน ภามชวนน้องมานะลูก”
ภาวินีส่งยิ้มให้ลูกชาย ใบหน้าเปี่ยมด้วยความสุข อรดีเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับลูกชายของเธอที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือการศึกษาเธอเพียบพร้อมทุกอย่าง เธอยังจำครั้งแรกที่ได้พบกับคนรักของลูกชาย มันเป็นวันที่ที่เธอสูญเสียลูกชายคนโต ในวันที่ภาคินัยเจ็บปวดที่สุดก็มีอรดีที่คอยอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจพลอยให้ท่านคลายกังวลที่อย่างน้อยลูกชายก็ยังมีผู้หญิงดีๆอยู่เคียงข้าง
นับตั้งแต่วันที่อินทิยาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ เธอก็เริ่มกังวล เธอกลัว กลัวว่าเขาจะพลาดพลั้งไปมีใจให้เจ้าหล่อน ใช่ว่าภาวินีจะดูไม่ออกว่า เด็กคนนี้หน้าตาสะสวย น้ำตาลใกล้มดอาจจะมีสักวันที่มดหันไปกินน้ำตาล เธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น อินทิยาไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับภาคินัย ลูกหลานชาวไร่ชาวสวนไม่เหมาะที่จะให้ลูกชายของเธอเอาขึ้นมาเชิดหน้าชูตาได้ แม้ว่าหญิงสาวเองก็ไม่ได้มีท่าทีชอบพอในตัวภาคินัยก็ตาม แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ วันนี้เธอมองเห็นสายตาของลูกชายที่มองหญิงสาวมันทำให้เธอนึกกลัว กลัวว่าหัวใจของเขาจะแปรเปลี่ยนจากอรดีมาเป็นเด็กผู้หญิงคนนั้น ถ้าไม่เป็นเพราะแม่สามียัดเยียดให้หลานแต่งงานกับเด็กสาวคนนั้น ป่านนี้ภาคินัยก็คงลงเอยกับอรดีไปแล้ว
“ครับแม่ ผมจะบอกน้องให้ครับ”
“แม่ไม่กวนภามละ พักผ่อนเถอะ”
ภาวินีลุกขึ้นยืนพลางก้มลงไปหอมที่ผมของลูกชายก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ร่างสูงใหญ่ล้มตัวนอนบนที่นอนนุ่ม มือข้างหนึ่งยกก่ายหน้าผากอย่างคนที่ใช้ความคิด มือหนาควานหาโทรศัพท์ นิ้วยาวบรรจงพิมพ์ข้อความส่งหาแฟนสาว ข้อความที่ส่งไปถูกเปิดอ่านจากผู้รับแล้วแต่ยังไร้การตอบกลับ อรดีคงยังโกรธเขาอยู่ ภาคินัยถอนใจยาวก่อนจะหลับตาลง พลันเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น เขารีบเปิดอ่าน ริมฝีปากหนายิ้มกว้างกับหน้าจอโทรศัพท์
