บท
ตั้งค่า

4

ดอกไม้ช่องามวางเรียงรายอยู่ภายในห้องนอนกว้าง ร่างระหงทรุดนั่งบนเตียงนอนทอดสายตาเชยชมดอกกุหลาบสีขาวพร้อมการ์ดใบเล็กที่ถูกเขียนข้อความด้วยลายมือที่คุ้นตาเป็นสิบๆใบ อรดีก้าวขาลงจากเตียงพลางเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อล่าสุดที่เพิ่งได้รับ มือสวยหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่เสียบอยู่ในช่อดอกไม้งามคลี่ออกอ่าน ‘พี่ขอโทษ พี่รักน้องอรนะครับ พี่ภาม’

ล่วงเลยมากว่าสองสัปดาห์ที่ดอกไม้ถูกส่งมาให้หญิงสาวในทุกๆวัน ตั้งแต่วันที่ภาคินัยเอ่ยปากบอกเธอถึงเรื่องราวระหว่างเขากับผู้หญิงคนนั้น อรดีไม่คิดเลยว่าเรื่องเลวร้ายแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ เขาเป็นผู้ชายรูปหล่อ ชายหนุ่มสะดุดตาเธอตั้งแต่แรกเห็น เมื่อสองปีก่อนอรดีเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ภาคินัยคือหนึ่งในรุ่นพี่ที่อยู่ในกลุ่มคนไทยที่ไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอ อรดีรู้จักเขาผ่านการแนะนำจากรุ่นพี่ในคณะ นอกเหนือจากหน้าตาที่หล่อเหลา สถานะทางสังคมของเขาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจหญิงสาว อรดีพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชายหนุ่มมาสนใจ ท้ายที่สุดเธอก็สมหวัง ภาคินัยกับเธอตกลงคบหาเป็นแฟนภายหลังจากที่รู้จักกันได้สองถึงสามเดือน เขาต่างจากผู้ชายคนอื่นๆที่เธอเคยผ่านมา ชายหนุ่มเป็นสุภาพบุรุษเสมอ เวลาที่อยู่กับเธอเพียงลำพังทั้งๆที่เธอพยายามเปิดโอกาสหรือแสดงออกให้เขารู้ เขาก็ไม่เคยล่วงเกินเธอ อย่างมากก็แค่กอดหอมเหมือนทั่วๆไป เธอรักเขา รักอย่างที่ไม่เคยรักใครมาก่อน เธอรัก...รักจนกลัวว่าสักวันหนึ่งถ้าเขารู้ในสิ่งที่เธอเคยทำผิดพลาดมา ชายหนุ่มอาจจะไม่ให้อภัยเธอ

ภาคินัยทอดสายตามองออกไปนอกกระจกหน้าต่างห้องทำงาน คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ร่างสมส่วนเอนหลังพิงกับเก้าอี้ทำงานพลางคิดไปถึงแฟนสาว ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ไร้การตอบรับจากหญิงสาว อรดีเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ เธอเป็นคนช่างพูดช่างฉอเลาะซึ่งตรงกันข้ามกับเขาที่ออกแนวเงียบขรึม ระยะเวลาปีกว่าที่คบกันมาความน่ารักของเธอค่อยๆซึมซับลงในหัวใจเขา ภาคินัยตั้งใจไว้ว่าถ้าธุรกิจของครอบครัวที่เขาต้องรับหน้าที่สานต่อคงที่แล้วเขาจะขออรดีแต่งงาน แต่ก็มาเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นเสียก่อน สามเดือนที่แล้วเขาสูญเสียพี่ชายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ภายหลังจากที่เขากลับมาจากอังกฤษได้เพียงสามวัน ทุกคนในครอบครัวรวมถึงตัวเขาอยู่ในอาการโศกเศร้า มันเป็นการสูญเสียที่เกินรับไหว แพลนที่วางไว้ทุกอย่างจึงถูกพับเก็บไว้ก่อน ถ้าสถานการณ์ในครอบครัวดีขึ้น เขาจะขอเธอแต่งงานอีกครั้ง

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว สีหน้าบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า หัวสมองเฝ้าวนเวียนคิดถึงแต่ใบหน้างามตลอดจนสายตาตัดพ้อที่มองมาที่เขา น้ำเสียงเล็กที่เปล่งออกมาด้วยความปวดร้าวและผิดหวังยังคงก้องอยู่ในหู

‘พี่ภาม ทำไม...ทำไมพี่ทำแบบนี้กับอรคะ รู้ไหมว่าอรรู้สึกยังไง เสียใจแค่ไหน ฮึก...ฮือ...พี่ไม่รักอรแล้วหรือค่ะ ทำไมพี่ถึงยอมจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนนั้น’ น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มสวย สองกำปั้นเล็กทุบเร็วรัวที่อกชายหนุ่ม เสียงสะอื้นดังก้องทั่วทั้งห้อง ภาคินัยกอดรัดแฟนสาวแน่นยอมให้เธอระบายอารมณ์เกรี้ยวกราดใส่เขา อรดีไม่ผิดที่จะโกรธเคืองเขา เป็นที่ตัวเขาเองที่ทำร้ายจิตใจของเธอ

‘อร..พี่ขอโทษ อรฟังพี่อธิบายก่อนได้ไหม’ เสียงทุ้มอ่อนร้องขอ

‘อร ไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ปล่อย! พี่ภาม อรบอกให้ปล่อย!’ อรดีตวาดเสียงดังพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนของแฟนหนุ่ม

‘พี่รู้ว่าตอนนี้อรรู้สึกยังไง ทุกอย่าง...มันเป็นความผิดของพี่เอง พี่ขอเวลาแค่ปีเดียว...แค่ปีเดียวจริงๆ’ เสียงเข้มสั่นพูดชิดใบหูขาว ร่างเล็กสั่นระรัว เธอร้องไห้จนตัวโยนพลางเงยหน้าสบตากับแฟนหนุ่ม ดวงตาเอ่อล้นไปด้วยหยดน้ำตา

‘ทำไมคุณย่าถึงใจร้ายแบบนี้ค่ะ ท่านก็รู้ว่าเราสองคนรักกัน ทำไมถึงยัดเยียดให้พี่ภามแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่อร’ เสียงเล็กปนสะอื้นเอ่ยออกมาด้วยความขึงโกรธ

ภาคินัยเบือนหน้าหนีมองตรงออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ใช่เขาไม่ลำบากใจ คนหนึ่งก็ผู้มีพระคุณอีกคนหนึ่งก็หญิงที่รัก ไม่ว่าเลือกเดินทางไหนก็มีแต่เจ็บกันทั้งสองฝ่าย....

รถยุโรปหรูแล่นเข้ามาจอดยังโรงรถ ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงผ้าสีดำเนื้อดีก้าวออกมาจากตัวรถ ร่างสมส่วนเดินทอดน่องไปตามทางเดิน พลันได้ยินเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวมาจากสวนหลังบ้าน ชายหนุ่มก้าวไปยังที่มาของเสียง เขาเดินมาหยุดยืนใกล้กับต้นมะม่วง ในขณะที่สาวใช้กำลังง่วนอยู่กับการเก็บผลมะม่วงที่หล่นเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นดิน ทันใดนั้นผลมะม่วงลูกใหญ่ก็หล่นลงมาข้างๆเขา ชายหนุ่มก้มหน้ามองพื้นที่มะม่วงหล่นอยู่ ก่อนที่จะแหงนหน้ามองขึ้นไปบนต้นมะม่วง พลันสายตาก็ปะทะกับร่างสาวบอบบางที่กำลังปีนป่ายไปตามกิ่งไม้ใหญ่ เรียวขาเล็กเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว

“คุ... คุณภาม”

ภาคินัยหันหน้ามามองยกมือขึ้นห้ามไม่ให้สาวใช้ส่งเสียง สาวน้อยหน้าตาอ่อนวัยพยักหน้าตอบสื่อถึงการเข้าใจในคำสั่งของเขา สีหน้าเด็กสาวเต็มไปด้วยความเกรงกลัวพลางแหงนหน้ามองคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเก็บมะม่วงสลับก้มมองสีหน้าของเจ้านายหนุ่ม

“ไหม...พี่จะโยนมะม่วงลงไปแล้วนะ”

สีหน้าของสาวใช้เข้มขึ้นกว่าเดิมละล้าละลังอยากตะโกนบอกเจ้านายสาวแต่ก็กลัวถูกเขาตำหนิ ทำได้แต่ก้มหน้าลงไม่กล้าขยับเขยื้อนตัวส่วนคนที่อยู่ข้างบนต้นมะม่วงยังคงไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน เหมือนสาวเจ้าจะเริ่มรับรู้ถึงความผิดปรกติของคนที่อยู่ข้างล่าง อินทิยาก้มหน้าลงมองมาที่สาวใช้ เห็นสีหน้าซีดเผือดของเด็กสาวประกอบกับท่าทีลุกลี้ลุกลนของเจ้าหล่อนยิ่งทำให้นึกสงสัย ไม่ทันได้อ้าปากถามก็สังเกตเห็นว่าเด็กสาวกำลังขยิบตาทำปากขมุบขมิบเป็นสัญญาณให้เธอรู้ ดวงตาคู่สวยสอดส่ายสายตาไปมา กระทั่งสายตาปะทะเข้ากับสายตาคม ใบหน้าสวยตกใจจนอ้าปากหวอ เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกเอ็นดูในท่าทีของเธอ

อินทิยารีบปรับสีหน้าให้เป็นปรกติ เชิดหน้าน้อยๆตวัดสายตาค้อนให้เขา ขยับตัวเพื่อที่จะปีนลง เท้าเล็กเหยียบไปที่กิ่งไม้ที่อยู่ตรงหน้าพลันก็มีเสียงดัง ‘เปรี๊ยะ’ เสียงหวีดร้องดังออกมาจากริมฝีปากหวาน ร่างบอบบางร่วงลงไปพร้อมกับกิ่งไม้ที่ขึ้นเหยียบ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel