3
ร่างระหงเดินนำหน้าชายหนุ่ม ใบหน้าสวยหงิกงอไม่สบอารมณ์ ชายหญิงหยุดอยู่หน้ารถยุโรปคันหรู อินทิยาหมุนตัวหันหน้ามาปะจันหน้ากับเขา
“คุณคิดจะทำอะไร?” น้ำเสียงแข็งกระด้างปนหงุดหงิดเปล่งออกมา ดวงตาสวยจ้องเขม็งไปที่เขาแววตาสื่อออกมาชัดเจนว่าไม่พอใจ เธอยกแขนสองข้างกอดที่อก เชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทาย ภาคินัยเมินเฉยไม่ตอบรับ เขาเบี่ยงตัวเดินไปฝั่งคนขับเปิดประตูก้าวขึ้นนั่งบนรถ ร่างบอบบางยังคงยืนนิ่งไม่ขยับตัวพลางมองเขาผ่านกระจกรถหรู พลันกระจกบานประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับก็เลื่อนลงมา
“ขึ้นรถ”
เขาสั่งโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามองเธอ หญิงสาวถอนหายใจแรง เบ้ปากใส่ชายหนุ่ม มือเรียวเอื้อมเปิดประตู ทรุดกายลงนั่งที่เบาะข้างคนขับ มือเล็กดึงสายเข็มขัดนิรภัยใส่ในตัวล็อคสายเข็มขัดนิรภัย รถหรูเคลื่อนตัวออกจากโรงรถจนพ้นรั้วบ้านออกมาตามถนน
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉัน" เธอท้วง
ภาคินัยปลายตามองดวงหน้าหวานที่บัดนี้บึ้งตึงแต่ก็ยังฉายแววความสวย อินทิยาเป็นผู้หญิงที่สวยใบหน้ารูปไข่ ดวงตาเล็ก จมูกโด่ง ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้ม ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด รูปร่างบางเล็กสมส่วน
“คุณมองอะไรไม่ทราบ” เสียงเล็กแหวขึ้นด้วยความขุ่นใจ
“ผมแค่ต้องการตกลงกับคุณ” สายตาคมจ้องตาเธอไม่กระพริบ
“คุณมีอะไรก็ว่ามา ออ...ถ้าจะพูดถึงข้อตกลงระหว่างคุณกับคุณย่าแล้วละก็ ไม่ต้องเสียเวลาพูด ฉันจำได้ทุกข้อ” เสียงหวานพูดแกมประชด
“คุณรู้ใช่ไหม ว่าผมมีคนรักอยู่แล้ว”
เธอพยักหน้า “ที่ฉันยอมจดทะเบียนสมรสกับคุณเพราะมันคือความต้องการของคุณย่า ฉันไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวคุณหรอก คุณวางใจได้เลย และฉันยังยืนยันคำเดิมว่าฉันเป็นคนรักษาสัญญา” เธอพูดด้วยเสียงหนักแน่น
“แค่นี้ใช่ไหมที่คุณจะคุยกับฉัน?”
ภาคินัยถอนหายใจยาวพลางหันมามองหน้าเธอ เขาจ้องลึกไปที่ดวงตาเล็กสัมผัสได้ถึงความหนักแน่นที่แฝงอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น
“ขอโทษแทนคุณแม่ของผมด้วยที่ท่านแสดงกิริยาแบบนั้นใส่คุณ”
เขาพูดด้วยเสียงราบเรียบ
“ฉันไม่โกรธท่านหรอกค่ะ ที่ท่านทำไปก็เพราะท่านรักคุณ” เธอหันมามองหน้าเขาสื่อแววตาว่าเธอรู้สึกแบบที่พูดจริงๆ
เสียงโทรศัพท์ของเขาดังแทรกขึ้นมาพลางยุติบทสนทนาระหว่างเขากับเธอ มือหนาล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงพลางกดรับสาย
“มีอะไร ดนย์”
อินทิยาหันหน้ามองออกนอกกระจกรถ ดวงตาสวยมองดูบรรยากาศนอกตัวรถ ขณะที่รถแล่นออกไปตามถนนเธอทอดสายตาไปตามริมฝั่งถนนมองดูผู้คนที่เดินไปมา ดูพลุกพล่านวุ่นวายพลอยให้คิดถึงความสงบที่ไร่ของคุณยาย ‘ยายจ๋า อินคิดถึงยายจังเลยค่ะ’ หญิงสาวคิดในใจ ดวงตาสวยหลับตาลงพักสายตาพิงศีรษะกับเบาะนั่งปลดปล่อยความคิดที่วุ่นวายออกไป บทสนทนาของเขายังดำเนินต่อไป จนกระทั่งรถยุโรปหรูเคลื่อนมาถึงจุดหมายปลายทางตามที่เธอบอก การสนทนาของเขาจึงหยุดลง อินทิยาปลดล็อคสายเข็มขัดนิรภัยพลางหันหน้ามาพูดกับเขา
“ขอบคุณนะคะ ที่มาส่ง” เธอกล่าวขอบคุณ มือเล็กเปิดประตูก้าวลงจากรถทันทีโดยไม่รอให้เขาตอบรับ ภาคินัยหันมองตามแผ่นหลังบอบบางจนเธอเดินหายปะปนไปกับฝูงชน
“เป็นยังไงบ้างวะ...ไอ้ภาม” เสียงของธีรดนย์ทักทายเพื่อนหนุ่ม
“กูได้ข่าวว่า เมียตีทะเบียนของมึงสวยใช้ได้เลยนี่หว่า” เมฆาพูดเย้าแหย่
สองหนุ่มหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ชวินทร์ปรามเพื่อนทั้งสองด้วยสายตา เขารู้ว่าภาคินัยกลุ้มใจมากแค่ไหนกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญในตอนนี้ พวกเขาทั้งสี่คนคบกันมาตั้งแต่มัธยม ในบรรดาชายหนุ่มทั้งสี่ ชวินทร์กับภาคินัยค่อนข้างสนิทกันมากกว่าธีรดนย์กับเมฆาอาจด้วยเพราะนิสัยที่คล้ายคลึงกัน แต่ทั้งสี่หนุ่มก็รักและห่วงใยกัน แม้จะไม่ค่อยแสดงออกให้รู้ แต่เมื่อคนใดคนหนึ่งมีเรื่องเดือดร้อน อีกสามคนที่เหลือก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ
“ไอ้ภาม แล้วนี่มึงบอกน้องอรแล้วใช่ไหม” เมฆาถาม
ภาคินัยพยักหน้าตอบรับ เอนตัวพิงพนักโซฟาดวงตาคมหลับตาลงรู้สึกสะท้านใจเมื่อพูดถึงแฟนสาว ตั้งแต่วันที่บอกเธอเรื่องของเขากับอินทิยา อรดีก็ร้องไห้ฟูมฟาย พูดกับเขาด้วยถ้อยคำตัดพ้อ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เสียใจ คนหนึ่งคือย่าที่เคารพรัก ส่วนอีกคนคือหญิงผู้เป็นที่รัก ทางออกที่เขาเลือกไว้น่าจะดีที่สุดแล้วสำหรับคุณย่าและอรดี
“ให้เวลาน้องสักพัก ถ้าน้องอรรักมึง น้องก็ต้องเข้าใจในสิ่งที่มึงทำ” ชวินทร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“มึงคิดว่าในโลกนี้จะมีผู้หญิงที่ไหนที่จะยอมรับได้ที่แฟนตัวเองไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นหรือวะ ไอ้วิน” เมฆาพูดแทรกขึ้นมา
“ถ้ามึงไม่พูด ไม่มีใครว่ามึงเป็นใบ้หรอกนะ ไอ้เมฆ” ธีรดนย์พูดพร้อมฟาดมือไปที่ศีรษะเพื่อน
“โอ๊ย! ไอ้เชี่ยดนย์ ตีกูทำไมวะ” เมฆาสบถมือหนาลูบที่ท้ายทอย ธีรดนย์ยิ้มน้อยๆอย่างผู้ชนะ
“อย่าให้ถึงทีมึงนะไอ้ดนย์ ระวังไว้เถอะน้องข้าวยิ่งสวยๆอยู่ ระวังจะโดนน้องข้าวเขี่ยทิ้ง อย่าเสือกมาร้องห่มร้องไห้ให้กูเห็นนะ กูจะซ้ำมึงคนแรกเลย” เมฆาพูดด้วยน้ำเสียงยียวน ธีรดนย์ทำทีจะยกเท้าขึ้นมา ภาคินัยและชวินทร์หัวเราะน้อยๆกับความทะเล้นของสองหนุ่ม ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนไอ้สองคนนี้มักจะเป็นตัวชูโรงให้เพื่อนอยู่เสมอ
“เอ่อ... พวกมึง กูมีเรื่องจะบอก กูขอน้องข้าวแต่งงานแล้วนะ” ธีรดนย์พูดด้วยน้ำเสียงดีใจแววตาเต็มไปด้วยความสุข หันหน้าไปยักคิ้วใส่เมฆา ภาคินัยส่ายหน้าให้กับความทะเล้นของเพื่อน
“กูดีใจด้วยนะ ไอ้ดนย์” ชวินทร์เอื้อมมือไปตบที่บ่าเพื่อน
“ไปทำอีท่าไหนวะ น้องข้าวถึงได้ยอมแต่งงานกับมึง” เมฆาถามพร้อมหลิ่วตาใส่เพื่อน
“ท่าไหนก็เรื่องของกู ไม่เกี่ยวกับมึง” ธีรดนย์ตอบอย่างยียวน
“กูดีใจกับมึงด้วยนะ ยินดีที่มึงได้สร้างครอบครัวกับคนที่มึงรักสักที”ภาคินัยพูดพร้อมส่งยิ้มให้เพื่อน ชายหนุ่มทั้งสามหันมามองหน้าเขาส่งกำลังใจให้เพื่อนทางสายตา
“เฮ้อ! มีเมียไปแล้วหนึ่ง กำลังจะมีอีกหนึ่ง สงสัยมึงกับกูต้องรีบหาสาวๆกันแล้ววะไอ้วิน”
เมฆาพูดพลางหันหน้ามองชวินทร์ด้วยสายตาจริงจัง เสียงหัวเราะร่วนดังขึ้นพร้อมกันทั้งสี่หนุ่ม
