บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 7 จะปล้นข้าหรือ

เฉินซีพยักหน้าช้า ๆ “เช่นนั้นหรือ…” จากนั้นนางก็ยื่นมือเข้าไปในตะกร้า หมอฮั่วกำลังจะก้มหน้าจัดยาแต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นว่าบนโต๊ะตรงหน้าเขา มีโสมป่าต้นหนึ่งวางอยู่

มือของหมอฮั่วหยุดนิ่งทันทีเขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง

“นี่มัน…”

“โสมป่าที่ข้าเก็บมาได้เจ้าค่ะ”

หมอฮั่วมองนางอีกครั้งคราวนี้สายตาของเขาเริ่มจริงจังขึ้นเล็กน้อย “แม่นาง…ต้องการขายหรือ”

เฉินซีพยักหน้า “ถ้าร้านท่านรับซื้อ”

หมอฮั่ววางโสมทั้งต้นลงบนโต๊ะช้า ๆจากนั้นก็พูดออกมา “ถ้าเป็นของแท้…ต้นนี้ข้ารับซื้อแปดสิบตำลึง”

บรรยากาศในร้านเงียบลงเล็กน้อย เด็กหนุ่มที่กำลังบดสมุนไพรอยู่ด้านข้างถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองทันที

เฉินซีเองก็ชะงักไปครู่หนึ่งแม้ในใจของนางจะตกใจอยู่ไม่น้อย แต่สีหน้ากลับยังคงสงบนิ่ง นางมองโสมป่าที่อยู่ในมือของหมอฮั่วอย่างพิจารณา

“แปดสิบตำลึงหรือเจ้าคะ…”

หมอฮั่วพยักหน้า “โสมต้นนี้รากสมบูรณ์ดีและอายุอย่างน้อยก็หลายสิบปี” เขาวางโสมลงบนผ้าสีขาวที่โต๊ะอย่างระมัดระวัง “ราคานี้ถือว่ายุติธรรมแล้ว”

เฉินซีเงยหน้ามองหมอฮั่ว “ท่านหมอฮั่วข้าไม่ค่อยรู้เรื่องสมุนไพรนักแต่เมื่อครู่ท่านบอกว่าโสมหลายสิบปี บางครั้งอาจถึงร้อยตำลึง…”

หมอฮั่วหัวเราะเบา ๆ “ก็จริงแต่การขายของก็ต้องดูหลายอย่าง ทั้งรูปร่าง ราก และสภาพของโสม อีกอย่างข้าก็ต้องทำกำไรด้วย”

เขาชี้ไปที่รากของโสม “ต้นนี้แม้จะดีแต่ยังไม่ถึงขั้นหายากที่สุด” จากนั้นเขาก็มองเฉินซีอย่างตรงไปตรงมา “แต่ถ้าแม่นางคิดว่าราคานี้ไม่เหมาะสม แม่นางก็สามารถไปถามร้านอื่นได้”

คำพูดนั้นทำให้เฉินซีเลิกคิ้วเล็กน้อยนางมองหมอฮั่วอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนชายคนนี้จะไม่ได้พยายามกดราคาอย่างที่นางคิด เฉินซีจึงยิ้มบาง ๆ “ท่านหมอตรงไปตรงมาดี เช่นนั้น ข้าขายให้ร้านท่านก็แล้วกัน”

หมอฮั่วพยักหน้าก่อนจะหันไปหยิบกล่องไม้ยาวออกมาจากลิ้นชัก เขาบรรจุโสมป่าไว้ข้างในอย่างระมัดระวัง

จากนั้นก็เปิดลิ้นชักเงินแล้วนับเงินออกมา เงินก้อนเล็กใหญ่วางเรียงบนโต๊ะจนกระทั่งครบแปดสิบตำลึง

เฉินซีมองเงินกองนั้นแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง นี่คือเงินมากที่สุดที่นางเคยเห็นตั้งแต่มาโลกนี้

หมอฮั่วดันเงินไปตรงหน้า “แม่นางตรวจดูได้”

หลังจากหมอฮั่วพูดจบเฉินซีกลับยังไม่รีบนับเงิน นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ท่านหมอ…ข้ามีเรื่องอยากรบกวนอีกเล็กน้อย”

หมอฮั่วเงยหน้ามอง “แม่นางเชิญกล่าว”

เฉินซีชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนคอเสื้อออกเผยให้เห็นแผลที่ลำคอ แม้จะเริ่มตกสะเก็ดแล้ว แต่ยังเห็นรอยชัดเจน

“แผลนี้…มีโอกาสทิ้งรอยแผลเป็นหรือไม่เจ้าคะ”

หมอฮั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นเข้ามาดูใกล้ ๆ

“แผลลึกพอสมควร แต่ถือว่าโชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ” เขาพิจารณาอย่างละเอียด “ถ้าดูแลดี รอยจะจางลงได้”

เฉินซีพยักหน้า “ข้าต้องการยาที่ช่วยให้แผลหายเร็ว และลดรอยแผลเป็น”

หมอฮั่วพยักหน้าอย่างเข้าใจ “มี ข้าจะจัดยาให้ เป็นขี้ผึ้งทาแผลและยาต้มสำหรับฟื้นฟูร่างกาย”

จากนั้นเขาก็หันไปสั่งศิษย์ให้จัดยา

เฉินซีพูดต่อ “อีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ”

หมอฮั่วหันกลับมา

“ที่บ้านข้ามีเด็กสองคน ร่างกายผอมอ่อนแรงมานาน เหมือนขาดสารอาหาร ท่านพอจะมีสมุนไพรที่ช่วยบำรุงร่างกายสำหรับเด็กหกปีและสี่ปีหรือไม่”

หมอฮั่วมองนางนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“มี…แต่ต้องใช้ต่อเนื่อง” เขาพยักหน้า “ข้าจะจัดยาบำรุงเลือดและเสริมกำลังให้ เหมาะกับเด็ก”

“เอาด้วยเจ้าค่ะ”

ไม่นานนักยาหลายห่อก็ถูกวางลงบนโต๊ะ ทั้งยาทาแผล ยาต้ม และสมุนไพรบำรุง

หมอฮั่วเอ่ย “รวมทั้งหมดสามตำลึง”

เฉินซีไม่ต่อราคานางหยิบเงินจ่ายทันที แล้วเก็บเงินที่เหลือใส่ถุงผ้าอย่างใจเย็นก่อนจะลุกขึ้นยืน

หมอฮั่วมองนางแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง “ถ้าแม่นางยังมีของป่าดี ๆ แบบนี้อีกสามารถนำมาที่ร้านข้าได้”

“ถ้าข้าเก็บได้อีกข้าจะมาหาท่านหมอเป็นคนแรกแน่นอนเจ้าค่ะ” เฉินซีหันกลับมายิ้มเล็กน้อย

เฉินซีเดินออกจากร้านโอสถอย่างสงบ นางไม่ได้รีบร้อนเดินออกจากตลาดทันที แต่กลับเดินไปตามแผงร้านค้าทีละร้านอย่างใจเย็น ในถุงผ้าที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของนาง ตอนนี้มีเงินอยู่เจ็ดสิบเจ็ดตำลึง

เงินจำนวนนี้สำหรับครอบครัวชาวบ้านถือว่ามากพอจะใช้ชีวิตได้หลายปี แต่เฉินซีกลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากขนาดนั้น นางรู้สึกว่าตนเองยังสามารถหาเงินได้มากกว่านี้

ร้านแรกที่นางหยุดคือร้านขายข้าวสาร

“เถ้าแก่ ข้าวสารขาวดี ๆ หนึ่งกระสอบราคาเท่าไร”

ชายขายข้าวเงยหน้าขึ้นมอง “ข้าวใหม่หรือข้าวเก่า”

“ข้าวใหม่”

“กระสอบละหนึ่งตำลึงครึ่ง”

เฉินซีพยักหน้า “เอาหนึ่งกระสอบ”

จากนั้นนางก็ไปซื้อของอีกหลายอย่าง เกลือหนึ่งถุง น้ำมันหนึ่งไหเล็ก เชือกกับตะกร้าใหม่อีกหนึ่งใบ

ตอนที่จ่ายเงิน นางจงใจหยิบเงินออกมาเพียงเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้น สายตาหลายคู่ในตลาดก็ยังสังเกตเห็น

ไม่ไกลจากแผงขายของชายสามคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่มองเฉินซีตั้งแต่แรกแล้ว

“เฮ้ ๆ เห็นไหม” ชายร่างผอมพูดเบา ๆ “ผู้หญิงคนนั้นเพิ่งออกมาจากร้านโอสถ”

อีกคนหัวเราะหึ “เสื้อผ้าก็ธรรมดาแต่ดันมีเงินซื้อของตั้งเยอะ”

ชายร่างใหญ่ถ่มน้ำลายลงพื้น “ดูแล้วน่าจะเป็นชาวบ้านจากหมู่บ้านบนเขา” สายตาของเขาหรี่ลง “ลองตามไปดูหน่อยไหม”

ทั้งสามคนมองหน้ากันแล้วหัวเราะเบา ๆ

ภายในร้านโอสถ

หมอฮั่วยังยืนมองกล่องไม้ที่บรรจุโสมอยู่ เขาเปิดกล่องขึ้นอีกครั้งโสมป่าต้นนั้นวางอยู่เงียบ ๆ รากยาว สมบูรณ์ และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ หมอฮั่วลูบเคราช้า ๆ

“แปลก…”

เด็กหนุ่มที่เป็นศิษย์เดินเข้ามาใกล้ “อาจารย์มีอะไรหรือขอรับ”

หมอฮั่วพูดช้า ๆ “โสมป่าต้นนี้อายุอย่างน้อยสี่สิบปี แต่ภูเขาแถวนี้หลายสิบปีแล้วไม่เคยมีใครเก็บโสมแบบนี้มาได้”

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว “หรือว่านางจะมาจากที่อื่น”

หมอฮั่วส่ายหน้า“การแต่งกายของนางดูเหมือนชาวบ้านแถวนี้” เขาปิดกล่องช้า ๆ “หญิงสาวคนนั้นดูไม่ธรรมดา นางจับเงินมือไม่สั่นสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด”

จากนั้นเขาก็พูดเบา ๆ “ถ้านางมีโสมอีกข้าต้องรู้ให้ได้ว่านางไปเก็บมันมาจากที่ไหน”

ขณะเดียวกันเฉินซีที่ซื้อของเสร็จแล้วกำลังเดินออกจากตลาด ตะกร้าในมือของนางเต็มไปด้วยของใช้

แต่ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นด้านหลัง

“แม่นาง”

เฉินซีหยุดเดินเมื่อหันกลับไป ก็เห็นชายสามคนยืนขวางทางอยู่

ชายร่างใหญ่ยิ้มอย่างไม่เป็นมิตร “ดูเหมือนเจ้าจะซื้อของมาเยอะทีเดียว” สายตาของเขาเลื่อนลงไปที่ตะกร้า “เดินคนเดียวแบบนี้…ไม่กลัวถูกปล้นหรือ”

เฉินซีมองพวกเขานิ่ง ๆ ในใจกลับถอนหายใจเดาไว้แล้วว่าจะต้องมีเรื่องแบบนี้ นางยกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

“พวกเจ้าจะปล้นข้าหรือ”

“ฮ่า ๆ ๆ” ชายทั้งสามหัวเราะพร้อมกัน

แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าหญิงสาวตรงหน้าพวกเขา สามารถวิ่งจากภูเขามาถึงตำบลได้ในเวลาเพียงครึ่งชั่วยาม

เฉินซีฉีกยิ้มช้า ๆ “ถ้าอยากลองก็เข้ามา”

นางเบี่ยงตัวถอยเข้าไปในตรอกแคบ ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นว่ารอบตัวไม่มีคนอื่นแล้ว เฉินซีก็เป็นฝ่ายเปิดฉากรุกก่อนทันที

หมัดแรกพุ่งเข้าที่ท้องของชายร่างใหญ่จนอีกฝ่ายงอตัวลงทันที

“อั่ก!”

ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว เฉินซีก็หมุนตัวเตะเข้าที่ขาของชายอีกคน ชายคนนั้นล้มกลิ้งลงกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า

คนสุดท้ายพยายามจะพุ่งเข้ามาคว้าตะกร้าในมือของนาง แต่เฉินซีเพียงเบี่ยงตัวเล็กน้อย แล้วใช้ศอกกระแทกเข้าที่ไหล่ของเขา

“โอ๊ย!”

ไม่กี่กระบวนท่าชายทั้งสามก็ลงไปนอนกองอยู่กับพื้น ส่งเสียงโอดโอยกันระงม เฉินซีมองพวกเขาอย่างเย้ยหยัน ในความไม่เจียมตัวของพวกมัน

นางเองยังทึ่งกับฝีมือตัวเอง เฉินซีถอนหายใจปัดมือตัวเองเบา ๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ชายร่างใหญ่ที่นอนกุมท้องอยู่ นางย่อตัวลงเล็กน้อย

“ครั้งหน้าถ้าจะปล้นใครเลือกคนให้ดีกว่านี้”

ชายทั้งสามรีบพยักหน้าหงึก ๆ สีหน้าของพวกเขาซีดเผือด ตอนนี้พวกเขาไม่กล้ามองเฉินซีตรง ๆ ด้วยซ้ำ

เฉินซีลุกขึ้น จากนั้นก็หยิบตะกร้าขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะเดินออกจากตรอกไปอย่างสบาย ๆ ราวกับเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามถนนชายหนุ่มในชุดสีดำกำลังยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบ ๆ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย “น่าสนใจ…”

องครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเอ่ยถาม “นายท่านจะให้ข้าลงไปจัดการพวกอันธพาลพวกนั้นหรือไม่”

“ไม่จำเป็น”

สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ร่างของเฉินซีที่กำลังเดินออกจากตลาด

“เด็กสาวคนนั้นฝีมือไม่เลวเลย”

มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย “ดูท่าการออกมาตรวจกิจการครั้งนี้จะสนุกกว่าที่คิด”

เฉินซีเดินออกจากตลาดมาได้พักใหญ่ ถนนเริ่มเงียบลงเรื่อย ๆ บ้านเรือนของตำบลค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงทางดินที่มุ่งกลับไปยังหมู่บ้านซานเหอ

นางสะพายตะกร้าไว้ที่ไหล่ ในตะกร้ามีเพียงผ้าสำเร็จรูปให้เด็กสองคนรวมถึงตัวนางเองด้วย ส่วนของหนักที่เหลือนางเก็บในมิติเพื่อลดภาระ มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อยเดินกลับอย่างอารมณ์ดี

แต่ทันใดนั้นสายตาของนางก็เหลือบเห็นบางอย่างบนพื้นดินข้างทางมี แสงจาง ๆ เรืองออกมา เฉินซีหยุดเดินทันทีหัวใจของนางเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย นางก้มลงแหวกหญ้าดู ใต้กอหญ้ามีก้อนหินสีเทาธรรมดาวางอยู่ก้อนหนึ่ง

แต่แสงที่นางเห็นก็เรืองออกมาจากมันจริง ๆ เฉินซีหยิบมันขึ้นมาพิจารณา

“แปลก…เหมือนหินที่เจอบนภูเขาเลย”

ไม่ว่ามองอย่างไรก็เหมือนหินธรรมดา แต่นางรู้ดีว่าแสงแบบนี้จะปรากฏเฉพาะของที่มีค่า เฉินซีชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่เบา ๆ “เอาไปก่อนก็แล้วกัน”

พริบตาเดียวก้อนหินก้อนนั้นก็หายเข้าไปในมิติที่ต้นแขนของนาง เฉินซีปัดมือเบา ๆก่อนจะเดินต่อไปตามทางกลับหมู่บ้าน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel