ตอนที่ 5 สมบัติจ๋าพี่สาวมาแล้ว
หลังจากกินข้าวเสร็จและเก็บล้างชามเรียบร้อยแล้ว เฉินซีก็เดินออกมายืนมองภูเขาหลังบ้านอีกครั้ง ภูเขาลูกนั้นอยู่ไม่ไกลนักป่าดูหนาทึบแต่ก็ไม่ใช่ป่าลึก ชาวบ้านในหมู่บ้านซานเหอมักขึ้นไปเก็บฟืนและหาของป่ากันอยู่บ่อย ๆ
เฉินซีหันไปมองเด็กสองคนที่กำลังเล่นเชือกดักสัตว์อยู่หน้าบ้าน แล้วตะโกนเรียก
“ผิงจาง ผิงอัน”
เด็กทั้งสองเงยหน้าขึ้นทันที
เฉินซียิ้มบาง ๆ “พวกเจ้าจะขึ้นเขากับพี่ไหม”
ดวงตาของเซี่ยผิงอันเป็นประกายทันที “ขึ้นเขา! ไปขอรับ”
เซี่ยผิงจางกลับขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่พี่สะใภ้ เพิ่งหายไข้นะขอรับ…”
“ไม่ต้องไปไกลแค่หลังบ้านเท่านั้น พี่อยากไปดูว่ามีเห็ดหรือผักป่าบ้างหรือไม่”
เด็กทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าพร้อมกัน
ไม่นานทั้งสามก็เดินขึ้นทางเล็ก ๆ ที่มุ่งเข้าสู่ป่าหลังบ้าน พื้นดินยังชื้นจากฝนเมื่อคืนทำให้กลิ่นดินและกลิ่นใบไม้ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เฉินซีเดินไปพลางกวาดสายตามองพื้นดินไปพลาง ไม่นานนางก็หยุดลง
“ดูนี่”
เด็กทั้งสองรีบวิ่งเข้ามาใกล้ เฉินซีชี้ให้ดูตรงโคนต้นไม้มีเห็ดดอกเล็ก ๆ ขึ้นอยู่หลายดอก
“เห็ดแบบนี้กินได้” นางค่อย ๆ ถอนมันขึ้นมาให้เด็ก ๆ ดู “จำไว้ให้ดีเห็ดที่กินได้ส่วนใหญ่กลิ่นจะหอมและเนื้อแน่น แต่ถ้าเห็ดสีสดเกินไปหรือมีกลิ่นฉุนแปลก ๆ อย่าไปแตะต้อง เอาเป็นว่า ... ตอนนี้ต้องให้ข้าดูก่อนเพื่อความมั่นใจ”
เซี่ยผิงจางพยักหน้าอย่างตั้งใจ
เซี่ยผิงอันเองก็พยายามมองตามอย่างจริงจัง
เฉินซีเก็บเห็ดใส่ตะกร้าเล็ก ๆ ที่นำมาด้วย ก่อนจะเดินต่อระหว่างทางนางหยุดเป็นระยะ บางครั้งก็เก็บเห็ด บางครั้งก็เก็บผักป่า นางคอยสอนเด็กทั้งสองไปด้วย
“เห็ดสีขาวแบบนี้กินได้”
“อันนี้อย่าแตะมีพิษ”
“ต้นนี้คือผักป่าขมนิดหน่อยแต่เอาไปผัดได้”
เซี่ยผิงจางฟังอย่างตั้งใจ ส่วนเซี่ยผิงอันก็พยักหน้าตามแม้จะจำได้ไม่หมดก็ตาม เดินมาได้สักพักเฉินซีก็หยุดอีกครั้ง คราวนี้นางหยิบเชือกดักสัตว์ที่เซี่ยผิงจางถืออยู่ขึ้นมา
“มานี่ พี่จะสอนวางกับดัก”
เด็กทั้งสองรีบเข้ามาดูใกล้ ๆ เฉินซีเลือกทางเดินเล็ก ๆ ที่มีรอยสัตว์ผ่าน
“กระต่ายกับไก่ป่าชอบเดินตามทางแบบนี้”
นางผูกเชือกเข้ากับกิ่งไม้ แล้วทำบ่วงอย่างคล่องแคล่ว
เซี่ยผิงจางมองอย่างตื่นตา
“พี่สะใภ้เก่งจัง ท่านเหมือนพี่ชายเลย”
เฉินซีเองก็แปลกใจเหมือนกัน มือของนางเคลื่อนไหวไปเองใช้เวลาไม่นานกับดักก็เสร็จ นางลุกขึ้นแล้วปัดมือเอาฝุ่นออก
“พรุ่งนี้ค่อยมาดูอีกที” จากนั้นนางก็หันไปยิ้มให้เด็กทั้งสอง “วันนี้เราแค่เก็บเห็ดก็พอ”
ตะกร้าในมือเริ่มมีเห็ดและผักป่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สายตาของนางค่อย ๆ มองลึกเข้าไปในป่าด้านหน้า ท่ามกลางพุ่มหญ้าสีเขียวเข้มมีแสงจาง ๆ ส่องออกมา แสงนั้นไม่ได้สว่างมากนักคล้ายหมอกบาง ๆ สีขาวนวล ลอยอยู่เหนือพื้นดิน
เฉินซีชะงักนางกะพริบตาหนึ่งครั้งแต่แสงนั้นยังคงอยู่ “แปลก…” เฉินซีค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้
“พี่สะใภ้ มีอะไรหรือขอรับ” เซี่ยผิงจางรีบถาม
นางก้มลงแหวกพุ่มหญ้าออกทันใดนั้นดวงตาของนางก็เป็นประกาย ใต้พุ่มหญ้านั้นมีเห็ดดอกอ้วนสีออกน้ำตาลแดงขึ้นอยู่หลายดอก และแสงจาง ๆ ที่นางเห็นเมื่อครู่ กำลังเรืองแสงออกมาจากเห็ดเหล่านั้น
เฉินซีหรี่ตาลงเล็กน้อยพอหันไปมองรอบ ๆ อีกครั้ง นางกลับไม่เห็นแสงนั้นจากที่อื่นเลย และเมื่อสังเกตดูน้อง ๆ ที่ตามมา พวกเขาก็เหมือนจะไม่เห็นแสงนี้
ดูเหมือนว่า…มีแค่นางเท่านั้นที่มองเห็นมัน
เฉินซีดึงเห็ดขึ้นมาดูอย่างระมัดระวังในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เห็ดชนิดนี้ชาวบ้านเรียกว่าเห็ดหอมป่า บางครั้งพ่อค้าจากเมืองก็รับซื้อในราคาดี นางเม้มริมฝีปากเล็กน้อย
“ดูเหมือนข้าจะมีตาวิเศษเห็นของดีได้…”
นางเก็บเห็ดเหล่านั้นใส่ตะกร้า ทันทีที่เห็ดถูกเก็บแสงจาง ๆ ก็หายไป เฉินซีเริ่มเข้าใจบางอย่าง ของที่มีค่า…จะมีแสงเรืองออกมา แม้จะจางมากแต่ถ้าสังเกตดี ๆ ก็สามารถเห็นได้
ขณะที่กำลังคิดอยู่ จู่ ๆ ต้นแขนซ้ายของนางก็อุ่นขึ้นเล็กน้อย เฉินซีเหลือบมองแขนตัวเองใต้แขนเสื้อคือปานแดงรูปปลานางลองแตะมันเบา ๆ
ทันใดนั้นความรู้สึกแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น เหมือนมีพื้นที่ว่างขนาดเล็กอยู่ภายในปานนั้น
เฉินซีตกใจเล็กน้อย “หรือว่านี่จะเป็น…”
นางลองหยิบเห็ดหนึ่งดอกในมือแล้วตั้งใจคิดว่าเก็บมันเข้าไป พริบตาเดียวเห็ดในมือของนางก็หายไป เฉินซีเบิกตากว้างจากนั้นนางรีบหลับตาแล้วรับรู้สิ่งที่อยู่ในปานอีกครั้ง
ในนั้นมีพื้นที่เล็ก ๆ คล้ายห้องเก็บของและเห็ดดอกนั้นกำลังวางอยู่ข้างใน
เฉินซีหัวเราะเบา ๆ “มิติเก็บของ… Yes ! เยี่ยม !”
ถ้าเป็นแบบนี้การขึ้นเขาของนางในอนาคตคงสะดวกขึ้นมาก เฉินซีลืมตาขึ้นอีกครั้งแล้วมองลึกเข้าไปในป่าถ้าสิ่งที่นางเห็นเมื่อครู่เป็นจริง แสดงว่าของมีค่าจะมีแสงเรืองให้เห็น
มุมปากของเฉินซีค่อย ๆ ยกขึ้น “สมบัติจ๋าพี่สาวมาแล้ว”
เมื่อเห็นว่าตะกร้าเริ่มหนักแล้วทั้งสามก็พากันกลับมาจัดการล้างเห็ดและผัก เวลานั้นเองผู้ใหญ่บ้านก็แวะมาดูที่บ้าน เขารับปากเซี่ยผิงหยวนไว้ว่าจะมาดูน้อง ๆ เขาเป็นระยะ
เมื่อเห็นว่าทั้งสามเก็บเห็ดได้มากจึงขอซื้อกลับไป แต่เฉินซีมีหรือจะยอมรับเงินจากผู้มีพระคุณคนนี้ นางรู้ว่าผู้ใหญ่คนนี้ดีกับครอบครัวเซี่ย และที่เขาเอ่ยปากต้องการซื้อนั้นเพราะต้องการช่วยพวกนางหาเงิน
เฉินซีส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกท่านลุงผู้ใหญ่เห็ดพวกนี้เก็บได้ไม่ยาก ถือว่าให้ท่านลองชิมก็แล้วกัน”
ผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้วทันที “จะไม่เอาเงินได้อย่างไร บ้านพวกเจ้าก็ลำบาก”
เขาหยิบเหรียญทองแดงสองสามเหรียญออกมาจากกระเป๋าผ้าแล้วยื่นให้
เฉินซีกลับผลักมือเขาเบา ๆ
“อย่าเลยเจ้าค่ะ ครั้งก่อนท่านก็ช่วยชีวิตพวกเราไว้ ท่านลุงยังมาเยี่ยมพวกเราเสมอ ข้าก็เกรงใจอยู่แล้ว”
ผู้ใหญ่บ้านมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา เด็กสาวที่เคยบึ้งตึง ปากร้าย ตอนนี้กลับพูดจาฉะฉานขึ้น เป็นคนมีมารยาทขึ้นมาเสียอย่างนั้น สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจ
“ก็ได้ ... ถ้าอย่างนั้นข้าจะเอาไปเพียงครึ่งหนึ่ง”
เขาหยิบเห็ดป่าจากตะกร้าไปส่วนหนึ่งแล้วลูบหัวเซี่ยผิงอันเบา “พวกเจ้าต้องเชื่อฟังพี่สะใภ้เข้าใจหรือไม่”
เซี่ยผิงอันพยักหน้าทันที “ขอรับลุงผู้ใหญ่”
ผู้ใหญ่บ้านหันมามองเฉินซีอีกครั้ง สีหน้าเคร่งขึ้นเล็กน้อย “ถ้ามีอะไรลำบากก็มาบอกข้าได้”
เฉินซีพยักหน้า “ขอบคุณท่านลุงผู้ใหญ่มากเจ้าค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านเดินออกจากลานบ้านไปช้า ๆ
ทันทีที่เขาลับสายตาเซี่ยผิงอันก็วิ่งเข้ามาหาเฉินซี “พี่สะใภ้ เห็ดพวกนั้นขายได้ด้วยหรือ”
เฉินซีพยักหน้า “ได้สิ ในเมืองมีคนชอบกินเห็ดป่าพวกนี้”
ดวงตาของเด็กทั้งสองเป็นประกายขึ้นทันที
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะมีเงินใช่ไหมขอรับ” เซี่ยผิงจางพูด
เฉินซีมองเด็กทั้งสองแล้วก็ยิ้ม “ถ้าเราหาของป่าได้มากพอ วันหนึ่งเราก็อาจจะมีเงินเก็บ”
คำพูดนั้นทำให้เด็กทั้งสองยิ้มกว้าง
หลังจากนั้นทั้งสามก็ช่วยกันตากเห็ดที่เหลือไว้ใต้ชายคา ลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านลานบ้านเงียบ ๆ เฉินซีมองเห็ดที่เรียงอยู่บนเสื่อไม้ไผ่ ก่อนจะเงยหน้ามองภูเขาหลังบ้านอีกครั้ง
ในใจนางเริ่มคำนวณถ้าขึ้นเขาทุกวันเก็บเห็ด เก็บผักป่า แล้ววางกับดักสัตว์อย่างน้อยพวกเขาก็จะไม่อดตาย บางทีอาจจะมีเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ ด้วย
ทันใดนั้นเซี่ยผิงจางก็พูดขึ้นเบา ๆ “พี่สะใภ้…”
เฉินซีหันไปมอง
เด็กชายลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม “พี่ชายจะกลับมาไหมขอรับ”
ลานบ้านเงียบลงทันที
เซี่ยผิงอันเองก็เงยหน้ามองนางอย่างคาดหวัง
เฉินซีนิ่งไปครู่หนึ่งในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเซี่ยผิงหยวนออกไปรบมาแล้วปีกว่า ๆ แต่ไม่มีข่าวคราวกลับมาเลย ในยุคนี้คนที่ออกไปรบจำนวนมากมักไม่กลับมาอีก เฉินซีมองเด็กทั้งสองที่กำลังรอคำตอบ สุดท้ายนางก็ยกมือขึ้นลูบหัวพวกเขาเบา ๆ
“ต้องกลับมาแน่นอน”
“จริงหรือ!” เซี่ยผิงอันยิ้มกว้างทันที
เฉินซีพยักหน้า “จริงสิ”
แม้ในใจของนางจะไม่ได้มั่นใจนัก แต่สำหรับเด็กสองคนนี้ความหวังคือสิ่งสำคัญที่สุด ลมจากภูเขาพัดผ่านมาอีกครั้ง เฉินซีหันกลับไปมองภูเขาหลังบ้าน ดวงตาของนางค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแน่วแน่ ไม่ว่าสามีของร่างนี้จะกลับมาหรือไม่ อย่างน้อยตอนนี้นางต้องทำให้บ้านเซี่ยอยู่รอดให้ได้ก่อน
เช้าตรู่ของวันถัดมาหมอกบาง ๆ ลอยอยู่เหนือภูเขาหลังหมู่บ้านซานเหอ อากาศเย็นชื้นจากฝนเมื่อคืนทำให้พื้นดินส่งกลิ่นดินสดใหม่ออกมา
เฉินซีตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนางจัดการต้มข้าวต้มหม้อเล็ก ๆ และเห็ดผัดใบกระเทียมป่า ให้เซี่ยผิงจางกับเซี่ยผิงอันก่อน
“วันนี้พี่จะขึ้นเขาลึกหน่อยพวกเจ้าสองคนอยู่บ้านนะ”
เซี่ยผิงอันพยักหน้าทันที
แต่เซี่ยผิงจางกลับขมวดคิ้ว “พี่สะใภ้จะไปคนเดียวหรือขอรับ”
“อืม” เฉินซีวางถ้วยข้าวต้มลงตรงหน้าเขา “พวกเจ้าอยู่บ้านช่วยกันตากเห็ด แล้วค่อยไปดูว่ากับดักที่วางไว้เมื่อวานมีอะไรติดหรือไม่”
เซี่ยผิงจางลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็พยักหน้า “ขอรับ”
เฉินซีหยิบตะกร้า มีดเล็ก และเชือกดักสัตว์ติดตัวไป ก่อนจะเดินขึ้นเขาคนเดียว ยิ่งเดินเข้าไปลึกป่าก็ยิ่งเงียบต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงแดดจนเหลือเพียงแสงสลัว ๆ ที่ลอดผ่านกิ่งไม้ลงมา เฉินซีเดินไปพลางกวาดสายตามองรอบ ๆ ไปพลาง
ไม่นานนักสายตาของนางก็สะดุดกับแสงสีขาวนวลที่ลอยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เฉินซีหยุดทันทีหัวใจของนางเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
“เจออีกแล้ว…”
นางรีบเดินเข้าไปใกล้แล้วแหวกพุ่มหญ้าออกใต้โคนต้นไม้มีเห็ดสีแดงเข้มดอกใหญ่งอกอยู่สามดอก
“เห็ดหลินจือ ! มีตั้งสามดอก ! รวยแล้ว ฮ่า ๆ” เฉินซีอดที่จะอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้นไม่ได้
ในหมู่บ้านแทบไม่มีใครรู้จักของสิ่งนี้แม้แต่ร่างเดิมก็ไม่รู้จัก
‘แต่ทำไมนางถึงรู้จักได้ล่ะ ... แปลกจริง’
เห็ดหลินจือถือเป็นสมุนไพรล้ำค่าที่ขายได้ราคาแพงมาก เฉินซีค่อย ๆ ขุดดินรอบ ๆ แล้วเก็บมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เห็ดถูกถอนขึ้นมาแสงจาง ๆ ก็หายไป
เฉินซีหัวเราะเบา ๆ “เห็ดหลินจือจ๋า ... พี่สาวมารับพวกเจ้าแล้ว”
นางมองเห็ดหลินจือในมือด้วยสายตาพอใจ ถ้าเอาไปขายในเมืองอย่างน้อยก็น่าจะได้เงินหลายตำลึง เฉินซีมองซ้ายมองขวาก่อนจะหยิบเห็ดขึ้นมาแล้วตั้งใจคิด พริบตาเดียวเห็ดหลินจือทั้งสามดอกก็หายไปจากมือ
เฉินซีพยักหน้าอย่างพอใจ “สะดวกจริง ๆ” ถ้ามีมิติเก็บของแบบนี้ ต่อให้หาของได้มากเท่าไรนางก็สามารถเก็บได้หมด
