9 ปราบพยศคุณหนูจอมหยิ่ง
ร่างสูงโปร่งของกันตธีร์ก้าวเข้ามาหยุดที่โต๊ะโซนวีไอพี กลิ่นอายความดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกับความสง่างามทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะดูอึดอัดและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่ทำเป็นเมินมองไปทางอื่น
“สวัสดีครับผมกันตธีร์...เรียกว่ากันต์เฉย ๆ ก็ได้ครับ เมื่อช่วงเย็นผมต้องขออภัยที่ทำให้คุณอารมณ์เสียนะครับ” เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้น
“อ๋อ!... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นเพื่อนฉันลืมไปหมดแล้ว” พิมพ์ประภารีบบอกแทนเพื่อน ก่อนจะหันไปสะกิดบัวบุษยา
“เชิญนั่งก่อนค่ะคุณกันต์ จะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ เดี๋ยวพิมพ์สั่งให้” พิมพ์ประภารีบฉวยโอกาสแทรกกลาง เธอจงใจขยับตัวเว้นที่ว่างข้างๆ พลางส่งสายตาหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่ม กันตธีร์ลอบยิ้มร้ายในใจ เขาอ่านเกมออกว่าเพื่อนสาวคนนี้กำลังแกล้งจีบเขาเพื่อแหย่บัวบุษยา และเขาก็ยินดีเหลือเกินที่จะเล่นไปตามน้ำเพื่อดัดหลังคุณหนูจอมพยศ
“ฉันเพิ่งรู้นะว่าคุณทำงานที่บริษัทของคุณพ่อด้วย” หลังจากจิบไวน์ไปได้สักพัก บัวบุษยาก็เริ่มเปิดประเด็นพลางปรายตามองชุดที่เขาใส่
“ผมทำมาได้เดือนกว่า ๆ แล้วครับ... แต่คุณคงไม่ทันสังเกตเอง” คำตอบเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยการจิกกัด ทำเอาบัวบุษยาหน้าชาเธอรีบสลัดความโมโหทิ้งไปก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ
“นานๆ ฉันถึงจะเข้าไปที่บริษัทค่ะ แต่ช่วงนี้ก็ต้องไปบ่อยหน่อยเพราะฉันไปฝึกงานที่นั่น”
“อ้อ... ยังเรียนอยู่เหรอครับ?” กันตธีร์เลิกคิ้ว แสร้งทำเป็นแปลกใจ
“ค่ะ... ปี 4 แล้ว ฝึกงานเสร็จก็จบพอดี”
“คุณกันต์มาเที่ยวบ่อยไหมคะ พิมพ์อยากเจอคุณบ่อยๆ จัง” พิมพ์ประภาขยับเข้ามาชิดจนต้นแขนเบียดกับหัวไหล่แกร่งของเขา กันตธีร์ไม่ถอยหนี แต่กลับหันไปสบตาหล่อนด้วยสายตาเจ้าชู้ที่ชวนให้ใจละลาย
“นานๆ ทีครับ... แต่ถ้าคุณพิมพ์อยากเจอ ผมคงต้องมาบ่อย ๆ แล้วล่ะครับ” บัวบุษยาที่นั่งฟังอยู่ถึงกับฉุนขึ้นมา เธอกระแทกแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปึก
“คุณก็หัดเตือนเพื่อนคุณบ้างนะคะ หัวหน้าฝ่ายผลิตคนใหม่ที่จะมาเดือนหน้าเห็นว่าเคี้ยวลากดินมาก ระวังจะโดนไล่ออกกันทั้งแก๊ง!”
“ขอบคุณที่เตือนครับคุณบัว...” กันตธีร์หันมายิ้มให้เธอ ก่อนจะหันไปหาพิมพ์ประภาอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณสำหรับเหล้าแก้วนี้นะครับคุณพิมพ์... ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขายื่นมือแกร่งไปสัมผัสมือเรียวบางของพิมพ์ประภา ลูบไล้เบาๆ อย่างจงใจ ท่ามกลางสายตาไฟลุกของบัวบุษยา ชายหนุ่มขยับเข้าไปนั่งชิดพิมพ์ประภาจนไม่มีช่องว่าง แกล้งกระซิบกระซาบคุยกันอย่างกะหนุงกะหนิงจนบัวบุษยาทนไม่ไหว
“ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ ปวดฉี่!” เธอโพล่งขึ้นแล้วลุกเดินกระแทกส้นเท้าออกไปทันที
กันตธีร์มองตามร่างระหงในชุดเดรสสั้นด้วยสายตาผู้ชนะ ก่อนจะขอตัวไปห้องน้ำเช่นกัน ทิ้งให้สองสาวที่โต๊ะวิจารณ์กันอย่างเมามัน
“ชอบเขาแต่ไม่กล้าจีบ เพื่อนเรานี่มันแปลกคนจริงๆ” โรสรินทร์ส่ายหัว
“ก็คุณกันต์เค้าเป็นพนักงานในบริษัทของพ่อยัยบัวไง จีบลูกน้องพ่อตัวเองมันก็ดูจะเสียการปกครองมั้ง” พิมพ์ประภาตอบพลางหยิบกระจกขึ้นมาเติมลิปสติก
“แต่คุณกันต์นี่ก็ร้ายนะ นั่งจีบแกเพื่อยั่วให้ไอ้บัวมันหึงแท้ๆ”
“ไม่รู้สิ... รึเค้าอาจจะมีใจให้ฉันจริงๆ ก็ได้นะใครจะรู้” พิมพ์ประภาเหยียดยิ้ม
“ถ้าไอ้บัวมันไม่เอาจริงๆ ฉันก็ขอสัมปทานต่อแล้วกัน หล่อระดับพรีเมียมขนาดนี้ปล่อยหลุดมือไปเสียดายแย่”
“อ้าว แล้วพี่ตฤณล่ะ แกจะเอาเขาไปไว้ไหน?”
“ทีเขายังมีคนอื่นได้ ทำไมฉันจะมีบ้างไม่ได้ล่ะ” พิมพ์ประภาตอบอย่างไม่แคร์สายตาใคร