10 ทำตามเสียงหัวใจ
ภายในห้องน้ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงปนกลิ่นบุหรี่จนชวนเวียนหัว บัวบุษยายืนกำหมัดแน่นจนเล็บคมจิกเข้าเนื้อ จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟริษยา ภาพมัดกล้ามแกร่งของกันตธีร์ที่บดเบียดนัวเนียอยู่กับพิมพ์ประภา ยังคงติดตาหลอกหลอนจนเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด ความเร่าร้อนที่เขาเคยมอบให้เพื่อนรักมันควรจะเป็นของเธอ... ของเธอคนเดียวเท่านั้น!
ทว่า... ในจังหวะที่ร่างระหงตัดสินใจก้าวพ้นประตูห้องน้ำด้วยโทสะ เธอกลับชนเข้ากับแผงอกหนาของใครบางคนอย่างจัง แรงกระแทกนั้นทำให้เสียหลักจนเซดีว่ามีอ้อมแขนแกร่งของเขาช่วยประคองเอาไว้ ก่อนจะได้ยินเสียงกระซิบที่ข้างหู
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณบัว!” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู พร้อมกับอ้อมแขนอันทรงพลังที่ตวัดโอบรอบเอวคอดกิ่วกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนทรวงอกอิ่มบดเบียดกับแผงอกตัน
กลิ่นอายดิบเถื่อนผสมกลิ่นบุรุษจางๆ และไอร้อนที่แผ่ออกมาจากกายทำเอาบัวบุษยาใจสั่น สัมผัสจากฝ่ามือร้อนระอุที่ทาบทับลงบนแผ่นหลังบางผ่านเนื้อผ้าชั้นดีทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและหวาบหวิว แต่ทิฐิและความริษยาที่ยังกรุ่นอยู่ในอก ทำให้เธอจำต้องแผดเสียงใส่เขาเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว
“นายเดินยังไงเนี่ย ถึงได้มาชนฉัน!”
“เปล่าครับ... ถ้าผมตั้งใจชน ผมคงไม่ประคองคุณไว้แบบนี้หรอก” กันตธีร์เลิกคิ้ว นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างสื่อความหมาย มือหนาที่โอบเอวอยู่เริ่มลูบไล้ขึ้นลงช้าๆ
“นี่นาย!!!...หลอกแต๊ะอั๋งฉันเหรอไง ปล่อย!!”
“เปล่านะครับ ผมแค่กลัวว่าคุณจะหัวฟาดพื้นไปต่างหาก... หรือจริงๆ แล้ว คุณอยากให้ผมทำมากกว่านั้นกันล่ะ…หืม์!!?” มุมปากหยักกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งทำให้หญิงสาวโกรธจนตัวสั่น
“เลิกล้มความตั้งใจซะ!” บัวบุษยาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามผลักแผงอกที่แข็งราวกับหินผานั้นออก
“เพื่อนฉันไม่มีทางสนใจผู้ชายอย่างนายหรอก แฟนพิมพ์เค้าทั้งหล่อทั้งรวย ยัยพิมพ์ก็แค่หลอกปั่นหัวนายเล่น ๆ เป็นของแก้เหงาเท่านั้นแหละ อย่าได้คิดเผยอตัวมาเป็นมือที่สาม ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
กันตธีร์ไม่เพียงไม่ปล่อย แต่กลับโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่แก้มเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินผิวละเอียดจนบัวบุษยาต้องเบือนหน้าหนี
“ที่คุณเตือนผม เพราะความหวังดี... หรือเตือนเพราะอิจฉาเพื่อนกันแน่ครับ?” คำถามนั้นเหมือนศรอาบยาพิษที่ปักเข้ากลางใจ บัวบุษยาเม้มริมฝีปากแน่นพยายามหาคำโต้แย้ง แต่สัมผัสรุกรานจากปลายนิ้วที่เขี่ยวนอยู่แถวสะโพกมนกลับทำให้สติของเธอค่อยๆ กระเจิดกระเจิงไปกับไฟราคะที่เขากำลังจุดขึ้นอย่างจงใจ
กันตธีร์ยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาวาวโรจน์ของคนตรงหน้า
“ผมว่า....เพื่อนของคุณอาจจะแค่อยากลองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆดูบ้างละมั้ง ดิบ ๆ เถื่อนอย่างผมบางทีมันก็อาจจะเร้าใจเธอก็ได้นะครับ ความรักมันเข้าใจยากนะคุณ...”
“ฉันบอกให้เลิกยุ่งไง! นายไม่ได้ยินหรือยังไง!” บัวบุษยาแผดเสียงสั่นพร่าด้วยความโมโหที่ปิดไม่มิด
“ทำไมครับ... หรือว่าจริงๆ แล้ว คนที่แอบชอบผม ไม่ใช่คุณพิมพ์ แต่เป็นคุณเอง?” เขาแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ยั่วเย้าอารมณ์หญิงสาวให้พุ่งปรี๊ด
“นี่นาย!!!...อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ”
“โอเค ๆ ไม่เล่นลิ้นก็ได้งั้นเรามาแลกลิ้นกันม่ะ?”
“นี่นาย!! อย่ามาลามปามฉันนะ อยากโดนไล่ออกรึยังไง ถึงกล้ามาปากดี”
“ใจเย็น ๆ สิครับ เอ๊ะอ๊ะก็จะไล่ออก”
“เอาเถอะ ถ้าคุณต้องการผมจะสนองให้... เอามั้ย?” เขาทำท่าจะกดจูบลงมาจริงๆ จนบัวบุษยาต้องเบือนหน้าหนีด้วยใจที่เต้นรัวยิ่งกว่ากลองรบ
ความหยาบคายและคำดูถูกเรื่องพนักงานจนๆ ที่หวังจะตกถังข้าวสาร ทำให้เส้นด้ายแห่งความอดทนของกันตธีร์ขาดสะบั้น เขาจ้องมองเรือนร่างอวบอิ่มด้วยสายตาโลมเลียอย่างเปิดเผย จนบัวบุษยาต้องสบถด่าและขู่จะไล่เขาออก
ทว่าในจังหวะที่เธอสะบัดหน้าจะเดินหนี แขนเรียวแข็งแรงกลับกระชากร่างเธอเข้าไปในซอกตึกมืดมิดใกล้ทางหนีไฟ!
“อื้อ!” เสียงร้องถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักร้อนฉ่าบดขยี้ลงบนเรียวปากนุ่มอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่มันคือการสั่งสอนที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน กันตธีร์บดเบียดร่างกายเข้าหาเธอจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน บัวบุษยาพยายามดิ้นรนในตอนแรก แต่รสจูบที่จัดจ้านและจัดเจนของเขากลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอละลายหายไป กลายเป็นความเคลิบเคลิ้มซ่านสยิวไปทั่วทุกอณูผิว
“ชอบผมเองก็บอกมาเถอะ... ไม่ต้องอ้างเพื่อนหรอก” เขาผละออกเพียงนิดเพื่อกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาที่วาวโรจน์ในความมืดทำให้บัวบุษยาหายใจติดขัด
“ไปต่อกับผมสิ... ถ้าคุณต้องการผมจริงอย่างที่ร่างกายคุณกำลังฟ้องอยู่ตอนนี้”
“ฉัน... ฉันไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้นนะ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว แต่กลับไม่ยอมถอยหนี
“จะไปกับผมตอนนี้หรือให้ผมเข้าไปจีบเพื่อนคุณต่อก็เลือกเอา”
คำขู่แกมบังคับนั้นได้ผล กันตธีร์จูงมือหญิงสาวเดินลิ่วไปยังลานจอดรถ บัวบุษยารู้สึกเหมือนคนกำลังฝันกลางวัน หัวใจเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมา นี่เธอเกลังจะกระโจนลงสู่กองไฟไปกับลูกน้องของพ่ออย่างนั้นหรือ?
“รถคุณจอดตรงไหน...”
“จะพาฉันไปไหนบอกมาก่อน?” เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น
“ไปเถอะน่า” ปากบอกไม่ยอม แต่ในใจกลับยอมรับความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอย่างไม่อาจต้านทาน บัวบุษยายอมยื่นกุญแจรถให้เขา พร้อมกับก้าวขึ้นรถมานั่งข้าง ๆ โดยมีวิศวะกรหนุ่มในคราบพนักงานฝ่ายผลิตเป็นคนขับ