8 แม่สื่อ
ท่ามกลางบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนไปตามจังหวะดนตรี เสียงแซกโซโฟนที่เป่าสดพัดพาความหวานซึ้งโรแมนติกให้โปรยปรายไปทั่วผับหรู พิมพ์ประภาลอบสังเกตเพื่อนสาวที่เอาแต่ทอดสายตาไปยังโต๊ะหนุ่มคนนั้นไม่วางตา ก่อนจะแกล้งสะกิดแขนเย้าแหย่
“ไงจ๊ะ... บัว เห็นแอบมองหนุ่มหล่อโต๊ะนั้นจนลูกกะตาแทบจะทะลุออกมาอยู่แล้วนะ ชอบเค้าเหรอ?”
“ปะ... เปล่านะพิมพ์!” บัวบุษยารีบปฏิเสธพัลวัน แต่ท่าทีลนลานและสายตาของเธอนั้นไม่อาจปิดบังเพื่อนฝูงได้เลย
“แหม! อย่ามาเนียนหน่อยเลย ฉันเห็นแกจ้องเค้าตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาในร้านแล้ว” โรสรินทร์ กล่าวเสริมพลางมองตามสายตาเพื่อนไปจนพบเป้าหมาย
“ลุคเค้าดูดีมากเลยนะ ขนาดฉันยังใจสั่น ถ้าแกไม่จีบ ฉันขอจีบเองนะบัว”
“นี่พวกแกสองคนก็อย่าแสดงออกให้มันมากนักได้มั้ย เดี๋ยวเค้าก็ว่าเราอ่อยหรอก!” บัวบุษยาปรามเพื่อนด้วยน้ำเสียงเข้ม แต่ในใจกลับวูบไหว
“ก็พวกฉันมันคนจริงนี่นา รู้สึกยังไงก็พูดไปอย่างนั้น” เพื่อนสาวทั้งสองเถียงกลับอย่างไม่ลดละ
“ชอบก็เดินไปหาเค้าสิ ฉันรู้ว่าทรงนี้มันคือสเปคแกเลยไม่ใช่เหรอ”
บัวบุษยานิ่งเงียบไป หัวใจเต้นโครมครามพลาลอบสังเกตวงหน้าหล่อเหลาที่ดูคมเข้มขึ้นภายใต้แสงสลัว ทันใดนั้นโรสรินทร์ที่ทนความเงียบไม่อยู่ ร่างบางลุกพรวดเดินตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายทันที ทำเอาบัวบุษยาหน้าเหวอพยายามคว้าแขนเพื่อนไว้แต่ไม่ทัน
โรสรินทร์ก้าวฉับๆ เข้ามาหยุดที่โต๊ะของพวกกันตธีร์ ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของเหล่าหนุ่มๆ ฝ่ายผลิต
“สวัสดีค่ะ พอดีว่าเพื่อนฉันเขาชอบคุณ... สนใจไปนั่งที่โต๊ะของเราหน่อยไหมคะ?”
คำถามที่ตรงไปตรงมาบวกกับนิ้วเรียวที่ชี้กลับไปยังโต๊ะที่มีบัวบุษยานั่งหน้าแดงก่ำอยู่นั้น ทำให้กันตธีร์ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า เขาจงใจกวาดสายตามองหญิงสาวเจ้าของโต๊ะที่ทำตัวไม่ถูก ก่อนจะแกล้งถอนหายใจยาว
“ผมไม่กล้าจีบลูกสาวเจ้านายหรอกครับ... เดี๋ยวโดนไล่ออกจะลำบากเปล่า ๆ ” เขาส่งยิ้มหวานทรงเสน่ห์ให้โรสรินทร์อย่างมีไมตรีจิตจนเพื่อนสาวของบัวถึงกับเคลิ้ม
“เฮ้ย! เอาสิเพื่อน ไหนๆ คุณบัวเขาก็ส่งคนมาเชิญแล้ว อย่าเล่นตัวนักเลย” สุเจนรีบขยิบตายุยง
“คุณมีแฟนแล้วเหรอคะ?” โรสรินทร์ถามต่ออย่างไม่ยอมแพ้
“เอ่อ...” กันตธีร์แกล้งทำท่าลำบากใจ
“แล้วทำไมเพื่อนคุณไม่มาบอกผมเองล่ะครับ?” กันตธีร์รุกกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่บัวบุษยาเพื่อท้าทาย
“บัวเขาคงอายน่ะค่ะ... เอาอย่างนี้ดีไหมคะ เชิญคุณไปนั่งคุยที่โต๊ะฉันสักครู่... ได้ไหม?”
“ยินดีครับ” กันตธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทรวดทรงองอาจและไหล่กว้างของเขาทำให้โรสรินทร์ลอบกลืนน้ำลาย เขาก้าวเดินตามเธอไปที่โต๊ะท่ามกลางเสียงเชียร์และผิวปากแซวของกลุ่มเพื่อน ๆ ทุกย่างก้าวที่เขามุ่งหน้าไปหาบัวบุษยาเหมือนเป็นการสะสมพลังงานบางอย่างที่เตรียมจะประทุขึ้นในค่ำคืนนี้
เมื่อร่างสูงสง่าหยุดลงตรงหน้าบัวบุษยา กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกลิ่นอายความหล่อลอยมาปะทะจมูกหญิงสาวจนเธอเริ่มสั่นสะท้านไปทั้งร่าง