สอนรักลูกสาวท่านประธาน

70.0K · จบแล้ว
เฮียกังฟู
37
บท
632
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

หนุ่มวิศวการบินที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับบิดา เพราะไม่ถนัดเรื่องธุรกิจของครอบครัว เขาตัดสินใจหนีออกจากบ้านและหางานทำในตำแหน่งลูกจ้างฝ่ายผลิต แต่ความหล่อก็ดันไปเตะตาลูกสาวเจ้านาย เรื่องวุ่นวายจึงเกิดขึ้น กันตธีร์ หนุ่มวิศวกรการบิน ตัดสินใจหันหลังให้ธุรกิจของครอบครัว หลังเกิดความขัดแย้งรุนแรงกับบิดาเรื่องสืบทอดกิจการบวกกับปมสูญเสียมารดา จนยอมทิ้งชีวิตสุขสบายเพื่อพิสูจน์เส้นทางที่เขาเลือกเองภายใต้รูปลักษณ์ของพนักงานฝ่ายผลิตมอมแมมในบริษัทผลิตยางรถยนต์ กันตธีร์แฝงตัวอยู่อย่างคนธรรมดาในหอพักแคบๆ โดยไม่มีใครรู้ฐานะที่แท้จริง ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเขาได้พบกับ บัวบุษยา ลูกสาวแสนสวยของประธานบริษัท ความประทับใจตั้งแต่แรกเห็นก่อเกิดเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ผูกพันทั้งคู่ไว้โดยไม่รู้ตัว จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในค่ำคืนหนึ่ง ณ ผับหรู เมื่อความบังเอิญพาให้ทั้งคู่มาพบกันอีกครั้ง กันตธีร์เลือกจะใช้แผนร้ายแกล้งจีบเพื่อนของบัวบุษยาเพื่อทดสอบอารมณ์คนสวย จนกระทั่งถูกเธอประณามด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน แรงโทสะนำไปสู่บทลงโทษที่หอมหวาน... เขาตัดสินใจปิดปากหญิงสาวจอมพยศด้วยจูบที่เร่าร้อน ก่อนจะพาเธอไปสัมผัสตัวตนที่แท้จริง ณ คฤหาสน์หรูในค่ำคืนที่บิดาไม่อยู่ เมื่อความจริงที่ถูกเปิดเผย และความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว ความรักถูกขวางกั้นด้วยศักดิ์ศรีของตระกูล บิดาของกันตธีร์สั่งให้เขาลาออก ในขณะที่บัวบุษยากำลังถูกบิดาบังคับให้เข้าพิธีวิวาห์กับชายที่ไม่ได้รักเพื่อกลบเกลื่อนความร้าวฉานระหว่างสองครอบครัว...

นิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันเศรษฐีนักศึกษารักหวานๆโรแมนติกความอยากเป็นเจ้าของ

1 คับที่อยู่ได้

ภายในห้องทำงานกว้างขวางของบริษัทผลิตยางรถยนต์ยักษ์ใหญ่ กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วบดอบอวลไปทั่วห้อง แต่กลับไม่อาจลดทอนความตึงเครียดในใจของรุจิกานต์ลงได้เลย หญิงสาววัยกลางคนผู้มีใบหน้าสะสวยสมวัยทอดสายตามองลูกพี่ลูกน้องหนุ่มตรงหน้าด้วยความกังวล

“สรุป...กันต์จะเอางานนี้จริงๆ เหรอ แต่พี่ว่ามันหนักเกินไปสำหรับเรานะ” รุจิกานต์เอ่ยเสียงแผ่ว พลางลอบมองมือเรียวสวยของชายหนุ่มที่เคยหยิบจับเพียงเครื่องมือเทคโนโลยีระดับสูงในนาซ่า แต่ตอนนี้เขากลับเลือกที่จะเอาตัวเข้าแลกกับแรงงานในโรงงาน

กันตธีร์ขยับยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววมุ่งมั่นจนคนมองใจสั่น “ผมไหวอยู่แล้วครับพี่กานต์ พี่ไม่ต้องห่วงผมหรอก ถ้าได้เงินเดือนก้อนแรกเมื่อไหร่ ผมจะรีบย้ายออกไปอยู่หอพัก จะได้ไม่รบกวนพี่นานๆ”

“อยู่บ้านพี่ก็ได้ พี่อยู่กับแม่แค่สองคนเอง...เหงาจะตายไป” รุจิกานต์แกล้งทำเสียงงอน พลางขยับตัวเข้าใกล้ แววตาของเธอสั่นระริกเมื่อมองใบหน้าหล่อเหลาที่แฝงไปด้วยความดื้อรั้นของน้องชาย

“มันจะไม่สมจริงน่ะสิครับพี่!” กันตธีร์รีบดักคอ พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ “พนักงานระดับล่างแต่กลับมีรถหรูขับ มีคฤหาสน์ให้อยู่ อีกหน่อยผมต้องเริ่มสร้างมิตรภาพกับเพื่อนร่วมงานในแผนก ถ้าใครมาเห็นเข้า แผนหนีออกจากบ้านของผมคงล่มไม่เป็นท่า คุณพ่อคงส่งคนมาลากตัวผมกลับไปรองรับอารมณ์ท่านเหมือนเดิม”

เมื่อนึกถึงใบหน้าเคร่งขรึมของบิดากันตธีร์ รุจิกานต์ก็ได้แต่ถอนใจ “เอ่อ...ก็จริงของกันต์ งั้นช่วงนี้จะฝากรถหรือของใช้อะไรไว้ที่บ้านพี่ก่อนก็ได้นะ พี่จะดูแลให้เอง”

“ขอบคุณครับพี่กานต์” กันตธีร์ตอบรับด้วยสายตาซาบซึ้ง

ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูแข็งกร้าว ใครจะรู้ว่าหัวใจของอดีตวิศวกรนาซ่าคนนี้กำลังบอบช้ำเพียงใด ความสูญเสียมารดาเมื่อสามเดือนก่อนเป็นแผลเป็นที่ยังไม่ตกสะเก็ด การกลับมาเพื่อสานต่อธุรกิจครอบครัวตามคำขอของบิดากลับกลายเป็นนรกบนดิน เมื่อทิฐิและสายงานที่ต่างกันสุดขั้วทำให้เขาและบิดาปะทะคารมกันไม่เว้นแต่ละวัน จนสุดท้ายความน้อยใจก็ผลักดันให้เขาเลือกทางเดินที่ยากลำบากนี้

ก้าวแรกสู่การทำงานเสียงเครื่องจักรขนาดมหึมาแผดคำรามก้องไปทั่วแผนกฝ่ายผลิต กลิ่นยางดิบและไอร้อนระอุจากกระบวนการหลอมสร้างบรรยากาศที่ชวนให้เหงื่อซึมตามไรผม กันตธีร์ในชุดยูนิฟอร์มพนักงานฝ่ายผลิตสีเข้มดูแปลกตาไปจากภาพลักษณ์หนุ่มนักเรียนนอก แต่กลับเสริมให้ช่วงไหล่กว้างและแผ่นหลังหนาดูทรงพลังอย่างประหลาด

รุจิกานต์ยืนมองจากห้องกระจกชั้นบนด้วยหัวใจที่บีบคั้น เธอรู้ดีว่ามันสมองระดับเขาไม่ควรมาจมปลักอยู่กับหยาดเหงื่อและแรงงานแบบนี้ แต่สายตาที่กันตธีร์มองไปยังเครื่องจักรเหล่านั้นกลับไม่ใช่สายตาของคนท้อแท้...มันคือสายตาของพยัคฆ์ที่กำลังซุ่มเงียบเพื่อรอเวลาโชว์เขี้ยวเล็บ

“ทำไมต้องยอมขนาดนี้ด้วยนะกันต์...” รุจิกานต์พึมพำกับตัวเอง

ในขณะที่กันตธีร์ก้มลงตรวจเช็กชิ้นส่วนยาง ความร้อนจากเตาหลอมที่ปะทะใบหน้าทำให้ผิวของเขาขึ้นสีแทนจัด เหงื่อเม็ดใสไหลซึมผ่านหน้าผากมน ลากผ่านโหนกแก้มหล่อเหลาลงมาตามลำคอแกร่ง ก่อนจะหายวับไปภายใต้เสื้อเชิ้ตที่เริ่มเปียกชื้นจนแนบเนื้อ เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใน

เขาไม่ได้เพียงแค่อยากหนีพ่อ แต่เขาอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้ไม่มีนามสกุลมหาเศรษฐีค้ำคอ เขาก็คือคนที่มีค่าด้วยความสามารถของตัวเอง

“งานหนักกว่าที่คิดแฮะ...” กันตธีร์พึมพำ พลางปาดเหงื่อที่ปลายคาง มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างท้าทาย ความเหนื่อยล้าทางกายกลับกลายเป็นความซ่านสยิวในใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเขาค้นพบว่าการได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศดิบเถื่อนของโรงงานแห่งนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทเรียนใหม่ที่เขาไม่เคยได้เรียนรู้จากตำราเล่มไหนในโลก