บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ขอขมา ขอคืนร่าง

หกโมงเย็น

หน้าศาลเจ้าศิลา

สองหนุ่มสาวต่างไซซ์พร้อมดอกไม้ธูปเทียนในมือยืนหันหน้าเข้าหาศาลเจ้า ใบหน้าสวยหวานบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด พร้อมรอยแดงเล็ก ๆ ที่สันจมูกจากการโดนนิตยสารกระแทกหน้า

ชินกลอกสายตาระอา พลางช้อนมองลาเบลล์ที่อยู่ในร่างของเขากำลังก้มหน้าก้มตาสวดมนต์ ทำปากขมุบขมิบ ช่างเป็นภาพที่ดูขัดหูขัดตาเขาเหลือเกิน

“ลูกช้างขอโทษในสิ่งที่เคยล่วงเกินในครั้งก่อนนะคะ ตอนนี้ลูกช้างสำนึกได้แล้ว ได้โปรดท่านช่วยคืนร่างของพวกเราด้วยค่ะ”

“...”

“ลูกช้างผิดไปแล้วจริง ๆ ตอนนี้ลูกช้างเชื่ออย่างสนิทใจแล้วว่าศาลเจ้าศิลาศักดิ์สิทธิ์ของแรงจริง ๆ ได้โปรดนะคะ ช่วยให้พวกเรากลับร่างเดิมด้วยเถิด ~ ครั้งหน้าลูกช้างจะถวายของชุดใหญ่แบบจัดหนักจัดเต็มให้ท่านแน่นอน สาธุ ~”

เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยออกมาเสียงดังอย่างไม่อาย พร้อมยกมือไหว้ท่วมหัวแล้วปักธูปและวางของไหว้ ก่อนจะหันกลับไปมองชินซึ่งกำลังขมวดคิ้วมองเธออยู่ก่อนแล้ว

“อะไร?”

“นายนั่นแหละ มองฉันทำไม! รีบขอโทษศาลสิยะ!” หนุ่มร่างสูงเท้าเอวมุ่ยหน้า

“ฉันต้องทำเรื่องไร้สาระนี่จริงดิ?”

“นายยังจะกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าท่านอีกเหรอ! รีบขอโทษเลย”

ครั้งนี้ลาเบลล์ใช้มือที่หนาของร่างผู้ชายกดศีรษะเล็กของชินให้โค้งลงเพื่อขอโทษศาล จนชายหนุ่มต้องรีบยกมือปัดทิ้ง

“เกินไปละลาเบลล์! ฉันไม่ชอบให้ใครมาเล่นหัว!”

“แต่นั่นมันหัวฉันค่ะ!” ร่างหนาตอกกลับเสียงแหลม

“...”

สาวห้าวขมวดคิ้วเป็นปม ไม่อาจจะโต้เถียงสิ่งใดได้อีก ได้แต่ส่งสายตาขุ่นเคืองไปทางลาเบลล์อย่างคาดโทษอีกครั้ง ก่อนจะตวัดสายตาไปทางศาลไม้เก่า ๆ อย่างปลงตก

ไม่อยากเชื่อว่าวันหนึ่งเขาต้องมาทำเรื่องปัญญาอ่อนเช่นนี้

“เอ้า! เร็วสิ!” ลาเบลล์เร่ง

“เออ! รู้แล้ว”

ชินรับคำเสียงแข็ง ยกดอกไม้และธูปในมือขึ้นไหว้ ก่อนจะถอนหายใจยาว

เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยกมือไหว้เล็กน้อย และปักธูปลงในกระถางพร้อมดอกไม้วางไว้ข้างดอกไม้ของหญิงสาว

“แค่นี้?”

“แล้วจะให้พูดอะไรอีก ฉันก็มาขอโทษแล้วนี่ไง”

“นี่นายไม่อยากได้ร่างคืนเหรอไง! พูดอะไรก็ได้ ขอโทษที่เคยปากเสียใด ๆ ก็ว่าไปเส้!”

ร่างหนาเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อยเมื่อชินดูไม่ให้ความร่วมมือ เท้าเอวแว้ดกลับเสียงแหลม ทำให้ท่าทางเธอตอนนี้ไม่ต่างจากเกย์สาวร่างกำยำ

“โวะ! เรื่องมากจริง! ขอโทษที่ผมเคยทำอะไรล่วงเกินหรือไม่ดีลงไปแล้วกัน…พอใจยัง!”

ชินยกมือไหว้อีกครั้งเพื่อกล่าวขอขมาห้วน ๆ ก่อนจะกระแทกเสียงหันมาถามสาวข้างกายในประโยคสุดท้าย

“นายนี่มัน…” เธอกัดกรามกรอด บีบกำฝ่ามือแน่นด้วยโทสะอย่างไม่รู้จะจัดการไอ้ผู้ชายหัวแข็งยังไงดี

“ฉันก็ทำตามที่เธอบอกแล้วไง!”

“แล้วนายคิดว่า ถ้านายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะยกโทษให้ไหมล่ะกับคนท่าทางลบหลู่แบบนี้!”

“คนที่มันเป็นคู่กรณีจริง ๆ คือเธอต่างหาก! ฉันแค่เดินผ่านมา ดังนั้นแค่เธอขอโทษมันก็น่าจะพอแล้วไหม”

“เฮ้อออออออ ~ ขอร้องละชิน ช่วยขอขมาแบบดี ๆ สักครั้ง แล้วฉันจะไม่ขออะไรนายอีกแล้ว”

“...”

ชายหนุ่มนิ่งไป กับสายตาอ้อนวอนน่าสงสารของอีกฝ่าย แม้เขาจะรู้สึกว่ามันน่าขนลุกมากกว่าน่าเห็นใจก็ตาม แต่สุดท้ายหนุ่มหัวดื้อก็ยอมลดทิฐิเล็กน้อย แล้วหันกลับไปทางศาลอีกครั้ง

ครั้งนี้ชินยกมือพนม หลับตาลงตั้งสมาธิแน่วแน่ ถึงภายในหัวจะมีข้อแคลงใจลอยฟุ้งอยู่ก็ตาม

“ผมขอขมาในสิ่งที่เคยพูดจาหรือได้กระทำล่วงเกินต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ”

“โปรดช่วยอโหสิกรรมให้ผมและลาเบลล์ด้วย” สาวตัวใหญ่กระซิบเบา ๆ ให้อีกฝ่ายพูดตาม

ชินฟึดฟัดเล็กน้อย แต่ก็ยอมเอ่ยตามโดยดี

“โปรดช่วยอโหสิกรรมให้ผมและลาเบลล์ด้วย”

“สาธุ ~”

“อันนี้ต้องพูดด้วยเหรอ?” เขาลืมตาขึ้นมาถามย้ำ

“พูดสิยะ!”

“เฮ้อออออออออ ~ สาธุ”

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นไหว้อีกครั้ง ซึ่งลาเบลล์ก็รีบหันไปหลับตาก้มหน้ายกมือพนมหน้าศาลอย่างใจจดใจจ่อ

บรรยากาศหน้าศาลช่วงหกโมงเย็นค่อนข้างโพล้เพล้ แสงอาทิตย์อาบย้อมทั่วบริเวณจนเป็นสีส้มเข้ม ๆ

ขนในกายลาเบลล์ลุกชันเล็กน้อยกับความเงียบแสนวังเวงแบบนี้ ทั้งที่ปกติควรจะมีนักศึกษาเดินผ่านไปมาบ้าง แต่วันนี้กลับว่างเปล่า

สายลมอ่อนพัดผ่านผิวกาย พร้อมเสียงแหลมหวิว ๆ ของใบโพธิ์ใหญ่ลู่ไปตามลม ส่งเสริมให้บรรยากาศตอนนี้ดูวังเวงหนักกว่าเดิม

สองหนุ่มสาวยังคงเงียบ ก้มหน้า หลับตา ยกมือพนม พร้อมใช้ประสาทส่วนอื่นสำรวจหาความผิดปกติใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ณ ขณะนี้

“เธอรู้สึกอะไรบ้างไหม…” เสียงห้าว ๆ จากร่างน้อยเอ่ยทำลายความเงียบเป็นคนแรก

“เอ่อ...ไม่เลย”

“แม่งเอ๊ย! ฉันพอล่ะ!”

“เฮ้ย! เดี๋ยวสิ ใจเย็นก่อน!”

ลาเบลล์ต้องรีบคว้าแขนเล็กเอาไว้ก่อน เมื่อชินเตรียมหมุนกายจะจากไป

“ให้ใจเย็นอะไรอีก ฉันก็ทำตามที่เธอขอทุกอย่างแล้ว ซึ่งเธอก็เห็นแล้วว่ามันไม่ช่วยอะไร!”

อารมณ์ในใจชายหนุ่มไม่มั่นคงเอาเสียเลย รู้สึกตัวเองเสียเวลากับเรื่องไร้แก่นสารสุด ๆ

“ครั้งก่อนที่เราสลับร่างกันก็เกิดขึ้นตอนหลับ ฉันว่ารอบนี้มันอาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ พวกเราลองกลับไปนอน ตื่นเช้าขึ้นมาก็ได้จะกลับร่างเดิม”

เธอพยายามคิดแง่บวกสุด ๆ ฉีกยิ้มกว้างส่งให้คนอารมณ์เสียหวังให้เขาใจเย็นลงหน่อย

“คิดงั้น?” ชินที่อยู่ในร่างผู้หญิงเลิกคิ้วอย่างไม่ค่อยเชื่อ

“ก็ลองดูเถอะน่า! คิดว่าตอนนี้พวกเราทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไง” เธอทำปากยื่น พร้อมบิดกายอย่างออดอ้อน แต่พออยู่ในร่างผู้ชายกล้ามแน่นมันจึงออกมาดูขัดหูขัดตาสุด ๆ

“หยุดท่าทางน่าเกลียดแบบนั้น! ให้ตายสิ! ถ้าใครมาเห็นเข้าคงคิดว่าฉันสาวแตกพอดี!”

“เอาน่า! พรุ่งนี้เช้าเราก็จะได้ร่างคืนแล้ว นายก็อย่าใส่ใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้”

“เฮ้ออออออออ ~ ฉันปวดหัวสุด ๆ”

พวกเขายอมแยกย้ายกลับไปรอการเปลี่ยนแปลงยังห้องตนเอง ด้วยความหวังแรงกล้าว่าตื่นเช้าขึ้นมาชีวิตทั้งสองจะกลับสู่ความสงบสุขเช่นเดิม

ซึ่งกว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้ แต่ละคนก็ต้องฝ่าความยากลำบากในการใช้ชีวิตต่างเพศอีก

ทางด้านลาเบลล์

ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสงบมีเนกไทนักศึกษาผูกพันรอบดวงตาเอาไว้ กันตนเองมองเห็นสิ่งอุจาดตาอีก ปลายนิ้วค่อย ๆ บรรจงถลกเสื้อยืดออกทางศีรษะ แล้วจึงเริ่มจัดการกับกางเกงยีนตัวหนา

แก้มสากเห่อร้อนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อนิ้วมือสัมผัสถูกเรือนกายกำยำเซ็กซี่ของชินเข้า ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าออกหลายครั้งให้สงบจิตสงบใจ

ท่อนแขนแกร่งยกขึ้นปิดบังช่วงอกอัตโนมัติตามสัญชาตญาณความเป็นผู้หญิง ก้าวขาผ่านกางเกง พร้อมใช้มือข้างหนึ่งคลำทางไปยังโซนอาบน้ำทั้งที่ยังสวมบ็อกเซอร์เอาไว้ไม่ยอมถอด

เธอต้องใช้มือแตะ ๆ ไปตามกำแพงเย็นเฉียบกว่าจะหาวาล์วก๊อกน้ำเจอ และการต้องลูบไล้ผิวกายที่ไม่ใช่ของตัวเองก็ทำลาเบลล์ขนลุกวูบ หวิว ๆ ท้องน้อยอย่างบอกไม่ถูก

กว่าจะถูสบู่ล้างทำความสะอาดเสร็จก็เล่นเอาหญิงสาวเหงื่อตก แถมตอนจะเดินออกจากโซนอาบน้ำยังเผลอลื่นจนล้มก้นกระแทกอีก

เธอคงจดจำการอาบน้ำที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตครั้งนี้ไปอีกนาน!

ทางด้านชิน

ชายหนุ่มจัดการเช็กกลอนประตูห้องนอนเป็นครั้งที่สาม ให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเข้ามาได้จริง ๆ

เขาลอบกลืนก้อนน้ำลายเหนียวลงคอ ก่อนจะเหลือบมองไปทางกระจกบานใหญ่ข้างเตียง

แก้มใสค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ เลือดลมฉีดพล่านกับความคิดลามกในหัวสมอง ค่อย ๆ เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างกายทีละชิ้นด้วยความลุ้นระทึกสุดขีด

เสื้อยืดตัวหลวมหลุดออกไปจากกายแล้ว ตามมาด้วยกางเกงขาสั้นใส่สบาย ทำให้เหลือเพียงแค่บราเซียร์สีหวานที่ทำเขาหน้าแดงจัดตอนหยิบมาใส่ครั้งแรก

ชินกลืนน้ำลายลงคออีกอึกใหญ่ เอื้อมมือไปด้านหลังสัมผัสผิวกายเนียนละเอียดทำใจเขาสั่นไหวรุนแรง

อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงกับความเซ็กซี่เร้าอารมณ์ของร่างกายเย้ายวนนี้

ภาพที่ปรากฏในเงาสะท้อนทำเขาแทบคลั่ง หญิงสาวหน้าตาสวยจัด ผิวขาว ๆ ของเธอเปลี่ยนเป็นแดงอมชมพูน่ารังแกไปทั้งตัว กำลังแอ่นกายอวดอกใหญ่เสียแทบทะลักจากชั้นใน

ปลายนิ้วบางพยายามปลดตะขอด้านหลังด้วยมือข้างหนึ่ง

ใบหน้าเย้ายวนเริ่มเคร่งเครียดหลังจากความพยายามครั้งที่หนึ่ง สอง และสามพลาด

“อะไรวะ! ทำไมถอดไม่ออก”

ครั้งนี้ชินใช้ทั้งสองมือเอื้อมไปด้านหลังเพื่อช่วยกันปลดตะขอเสื้อใน เขาบิดกายด้วยท่าทางพิสดาร ก้มบ้างเงยบ้าง แต่ตะขอเหล็กก็ไม่ยอมหลุดออกจากกันสักที

“แม่งเอ๊ย! อะไรมันจะแน่นขนาดนี้วะ!”

เขาสบถด้วยความหงุดหงิด ดึงทึ้งเสื้อในเล็กจิ๋วออกจากกายอย่างยากลำบาก

ความคิดที่จะสำรวจร่างกายผู้หญิงให้ลึกซึ้งกว่าเดิมเป็นอันต้องถูกหยุดเอาไว้ เพราะเขากำลังมีปัญหาใหญ่กับไอ้บราเซียร์ตัวปัญหา!

พูดไปใครจะเชื่อ! ว่าอีแค่เสื้อในตัวเดียวเขายังแงะไม่ออก!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel