บทที่ 4 ความลับหนุ่มฮอต
ใบหน้าสวยบูดบึ้ง ยกมือคลำทางเบื้องหน้า หลังจากดวงตาโดนผ้าปิดตาเอาไว้เสียมืดสนิท
มือเล็กคลำแตะลูกบิดอย่างหงุดหงิด เพียงแค่ผลักมันเสียงหวีดแหลมติดทุ้มเล็กน้อยก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง
“ห้ามถอดผ้าเด็ดขาด!”
“รู้แล้วน่า!” เขาตะคอกกลับไป พร้อมก้าวเข้าห้องน้ำ
ปึง
บานประตูปิดลงเสียงดัง พร้อมมือบางกระชากผ้าปิดตาออกด้วยความรำคาญใจ เขาพ่นลมหายใจขึ้นจมูก กลอกสายตาเหนื่อยหน่าย พลางก้าวตรงไปยังชักโครก
รู้ดีว่าตนผ่านผู้หญิงมาเยอะ ไม่ใช่ผู้ชายโรคจิตขนาดไปตื่นเต้น ลวนลามร่างที่ตนอาศัยจึงไม่คิดทำตามคำสั่งของอีกฝ่าย
เขาขมวดคิ้วก้มมองสภาพตนเอง แล้วก็ต้องพ่นลมหายใจยาวหลังจากเห็นชุดนอนวาบหวิวที่เจ้าของร่างแท้จริงสวมใส่ก่อนสลับร่างกัน
ศีรษะเล็กสะบัดวืด เลิกฟุ้งซ่านไร้สาระ ล้วงมือเข้าไปรูดแพนตี้ตัวน้อยลงมาตามเรียวขา แล้วหย่อนก้นนั่งลง
ดวงตากลมสวยหลุบมองเบื้องล่างอัตโนมัติ ซึ่งภาพที่เห็นทำหัวใจดวงน้อยเต้นระรัว จำต้องลอบกลืนน้ำลายเหนียวเหนอะลงคออย่างยากลำบาก กับความผุดผ่องของผิวกาย เนินน้อยเนียนกริบไร้เส้นขนให้ต้องระคายตา กระตุ้นให้ชีพจรในอกซ้ายกระหน่ำรัว
ชินเหลือบมองมาทางบานประตูอย่างหวาดระแวง กระแอมแก้เก้อเล็กน้อย แม้จะอยู่ตามลำพัง ก่อนจะใช้นิ้วคีบชุดนอนตัวบางส่องภายใน
‘แม่เจ้าโว้ย! อะไรมันจะใหญ่ขนาดนี้วะ! หุ่นยัยนี่เอ็กซ์กว่าดาราหนังเอวีที่เคยดูอีก!’
เขาถึงกับตาโต หน้าแดงซ่านขึ้นมาเมื่อเห็นก้อนเนื้อนุ่มที่ใหญ่โตเกินคาด เริ่มทำชายหนุ่มอยากรู้อยากเห็นความลับด้านล่างมากกว่าเดิม
น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนผ่านลำคอ ขณะมือเล็กลูบไล้เรียวขาคู่ใหม่อย่างตื่นเต้น ชุดนอนกระโปรงที่สวมร่นขึ้นมากองเหนือสะโพก ทำให้เห็นภาพที่น่าหลงใหลได้มากกว่าเดิมเล็กน้อย
แต่แล้วตอนที่ชินกำลังจะตัดสินใจแยกท่อนขาออก เพื่อสำรวจให้ชัดเจนมากขึ้น เสียงห้าวก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
“เสร็จหรือยัง! อย่าให้รู้นะว่านายแอบดูฉันโป๊!”
“ชิ!” เขาจิ๊ปากขัดใจเล็กน้อย ต่อมความรู้สึกผิดสั่นไหวเบา ๆ เริ่มรู้สึกตัวเองเหมือนพวกโรคจิตเข้าไปทุกขณะ รีบสะบัดหน้าขับไล่ความชั่วที่ผุดขึ้นในสมอง แล้วตะโกนตอบกลับ “เออเสร็จแล้ว!”
เขาจัดการเสื้อผ้าบนร่างให้เรียบร้อย ล้างมือ ก่อนจะเปิดประตูออกไป
และทันทีที่บานประตูอ้ากว้าง ก็พบร่างสูงโปร่งยืนกอดอกขมวดคิ้วรอเสียแล้ว
“นายถอดผ้าปิดตาออก! อย่าบอกนะว่า!” ลาเบลล์หวีดร้องอย่างตกใจ เมื่อไม่เห็นผ้าคาดตาเหมือนตอนแรก
“บะ...บ้า! ฉันถอดตอนมาล้างมือแล้วต่างหาก! เธอคงไม่คิดว่าจะให้ฉันเดินในห้องน้ำโดยไม่ชนอะไรได้ใช่ไหม!” ชายหนุ่มเถียงกลับเสียงสั่น พยายามควบคุมจังหวะหัวใจโครมครามอย่างคนมีความผิดติดตัวให้กลับมาปกติ
“...”
หญิงสาวหรี่ตามองอย่างจับผิด แต่อีกฝ่ายก็ปั้นหน้านิ่ง ทำให้ครั้งนี้เธอยอมปล่อยเขาไป
“ก็ได้!”
“เฮ้ออออออออ ~” ชายร่างบางถอนหายใจออกมาอีกครั้งด้วยความโล่งอก ก่อนจะเหลือบมองหญิงสาวที่อยู่ในร่างของเขา “ว่าแต่...”
“ฮะ?”
“เธอชื่ออะไรนะ”
“...”
ลาเบลล์เผลอกัดริมฝีปาก แอบหน้าเสียปนขุ่นเคืองเล็กน้อยที่อดีตเดือนคณะไม่รู้จักตน
“ฉันชื่อลาเบลล์!”
“เรียนคณะไหนน่ะ”
“ทำไม? จะสอบสัมภาษณ์ฉันเหรอไงยะ” คนตัวสูงเท้าเอวท่าทางเอาเรื่อง
“ฉันก็ควรรู้เอาไว้หน่อยว่าตัวเองมาอยู่ในร่างใคร!”
พอได้ยินเสียงต่ำ ๆ ติดหงุดหงิดดังมาจากร่างของเธอ ลาเบลล์ก็กลอกสายตาแสดงออกว่าไม่พอใจนัก แต่ก็ยอมตอบคำถาม
“ฉันเรียนคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวรรณกรรม”
“ปีไหน?”
“สอง!”
“งั้นแสดงว่าเธอเด็กกว่า ฉันอยู่ปีสามแล้ว ดังนั้นควรเรียกฉันว่าพี่”
“ไม่!”
ลาเบลล์ตอบกลับแบบไม่ต้องคิด เรียกสายตาดุ ๆ ให้จ้องเขม็งมาทางเธอทันที
“ก็นายทำตัวไม่น่าเคารพ! อายุก็ห่างจากฉันแค่ปีเดียว!”
“เฮ้ออออออ ~ งั้นก็เรื่องของเธอ” ชินส่ายหัว ขี้เกียจจะไปต่อความยาวสาวความยืด
“ว่าแต่ระหว่างนี้เราควรทำยังไงกันดี”
พอพูดเรื่องนี้ขึ้นมาใบหน้าหล่อเหลาที่เคยบูดบึ้งก็เปลี่ยนมาจริงจัง
“ต่างคนต่างกลับห้องไปซะ ค่อยมาเจอกันอีกทีเย็น ๆ”
“ทำไม! หรือนายคิดจะทำมิดีมิร้ายร่างกายฉัน!” หญิงสาวตัวบึกบึนถลึงตามองอย่างไม่ไว้ใจ
“น้อย ๆ หน่อยลาเบลล์ เธอไม่ได้สวยขนาดนั้น อย่าหลงตัวเองให้มาก”
“นาย!”
อกซ้ายเจ็บจี๊ดกับประโยคเชือดเฉือนจากปากอดีตเดือนคณะวิศวะ ทำหญิงสาวได้แต่กัดปากแน่นข่มโทสะ
“เหตุผลของฉันก็คือ ถ้าใครเห็นเราสองคนออกมาจากห้องนี้พร้อมกัน คนที่จะเสียก็คือเธอเอง...และบอกตามตรงฉันไม่อยากอยู่กับเธอ ท่าทางตุ้งติ้งกับเสียงแหลม ๆ นั่น มันทำฉันเวียนหัว...”
แรงกัดกลีบปากล่างแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่อยากจะยอมรับว่าคำพูดของชินมันก็มีเหตุผล แต่ไอ้ประโยคที่ตามหลังมามันทำคิ้วเธอกระตุกอยากหยุมหัวไอ้ผู้ชายปากเสียสักที ซึ่งก็ติดที่เขาอยู่ในร่างเธอเอง!
สุดท้ายหญิงสาวก็ได้แต่เก็บกลั้นความหงุดหงิดเอาไว้ในใจ สะบัดหน้าหนี
พวกเขาทำสัญญาสงบศึกกันชั่วคราวโดยแยกย้ายกันกลับห้อง เพื่อรอเวลาหกโมงเย็นตามที่ตกลงกัน เพื่อซื้อของไปขอขมาศาล หลังจากได้ร่างตัวเองคืนก็แยกย้ายทางใครทางมัน!
โดยได้ทำการแลกเปลี่ยนเบอร์ติดต่อของกันและกันไว้เรียบร้อย เผื่อกรณีฉุกเฉิน
หลังจากนั้นลาเบลล์ที่อยู่ในร่างของชินต้องย่องออกจากห้องตัวเองไม่ต่างจากโจร ระมัดระวังไม่ให้ถูกใครพบตัว แล้วรีบชิ่งกลับห้องของชิน
ถ้าถามว่าทำไมพวกเขาไม่กลับห้องตัวเอง ก็เพราะว่าหากมีคนเห็นเธอออกมาจากห้องของชิน หรือชินออกมาจากห้องของเธอคงได้มีข่าวลือแปลก ๆ ดังทั่วมหา’ลัยแน่ หญิงสาวจึงต้องยอมกัดฟันทน
มือหนาเอื้อมกดรหัสหน้าประตูห้องพักหมดเรี่ยวแรง ผลักบานประตูก้าวเข้าไป
แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เพิ่งมีโอกาสตั้งใจดูห้องพักของชินชัด ๆ ครั้งแรก
แม้ห้องพักจะหรูหรา เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ถูกทำลายด้วยกองข้าวของส่วนตัว ทั้งเอกสาร ชีทเรียน หนังสือแปลก ๆ วารสารวิชาการ และอะไรต่อมิอะไรวางระเกะระกะเต็มไปหมด
โซฟากลางห้องรับแขกที่ควรจะใช้นั่งพักผ่อนได้ก็มีเสื้อนักศึกษาพร้อมถุงเท้าวางทิ้งเอาไว้
ฝ่ามือหยาบกร้านบีบกำแน่น ล้วงโทรศัพท์เครื่องสีดำสนิทขึ้นมากดต่อสายหาเจ้าของห้องทันที
ครืด ครืด
ระหว่างรอสาย ลาเบลล์ก็เขย่งปลายเท้า ก้าวผ่านข้าวของบนพื้น ย่นจมูกด้วยความรังเกียจกับจำนวนรองเท้าราคาแพงที่ถูกถอดกอง ๆ รวมกันไว้หน้าประตู
(ว่าไงอีก!) เสียงหวานติดห้วนดังขึ้นจากอีกด้านของโทรศัพท์ บ่งบอกถึงความรำคาญ
“ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนี้! ห้องนายมันรกยิ่งกว่ารูหนู! ถ้าคิดจะให้ฉันอยู่ในห้องนี้นายต้องมาเก็บกวาดมันซะ!”
(น้อย ๆ หน่อย! ห้องฉันไม่ได้สกปรก แค่ของมันเยอะเฉย ๆ!)
“ร้องไม่สกปรก!” ลาเบลล์หวีดร้องเสียงแหลมสูงอย่างประชดประชัน พลางเหลือบมองไปทางห้องครัว “แล้วไอ้ผู้ชายรักสะอาดแบบไหนมันทิ้งจานข้าวไม่ได้ล้างไว้ในซิงค์น้ำยะ!”
(เมื่อวานฉันแค่ยุ่งกับโปรเจกต์ก็เลยยังไม่ได้ล้าง!) อีกฝ่ายรีบแก้ตัวรวดเร็ว
“ไงก็ตามนายรีบมาเก็บกวาดขยะพวกนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ!”
(เลิกทำตัวงี่เง่าไร้สาระสักทีลาเบลล์ เธอมาอาศัยห้องฉันแค่ไม่กี่ชั่วโมงอย่าเยอะให้มาก!)
“ว่าไงนะ!”
โทสะในกายพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที กับคำพูดเจ็บแสบของชิน กัดกรามกรอดพร้อมตวัดสายตามองรอบห้องเพื่อหาทางเอาคืน
“หึหึ ได้! ถ้านายไม่มาฉันจะโยนไอ้ขยะพวกนี้ทิ้งให้หมด!”
(ถ้าเธอทำแบบนั้นฉันฆ่าเธอแน่!)
“อุ๊ยต๊าย! กลัวจังเลย ~”
ร่างกำยำทำเสียงเล็กเสียงน้อยเป็นการท้าทาย ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรกลับก็กดตัดสายทิ้งไปทันที
มุมปากหยักเหยียดยิ้มร้ายเมื่อชินรีบโทรกลับมาย้ำ ๆ แต่ครั้งนี้ลาเบลล์ก็เชิดหน้าไม่สนใจแล้วสำรวจรอบห้องต่อ
เพราะนิสัยผู้หญิงเต็มขั้น สุดท้ายลาเบลล์ก็ไม่อาจทนอาศัยอยู่ในห้องรก ๆ นี้ได้ ต้องลงจากห้องเพื่อไปซื้อของ และกลับมาลงมือทำความสะอาดให้ แน่นอนว่าเธอไม่ได้ทิ้งสิ่งของของชินสักชิ้นตามคำขู่ แถมยังช่วยจัดเก็บมันใส่ชั้นวางจนเรียบร้อย
หนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนตัวใหญ่ผูกทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีชมพูน่ารัก พร้อมกิ๊บลายสตรอว์เบอร์รีติดที่ผมป้องกันเส้นผมทิ่มตากวาดมองไปทั่วห้องด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ เมื่อโซนห้องครัวและห้องนั่งเล่นกลับมาอยู่ในสภาพสะอาดเอี่ยมอย่างที่ควรจะเป็น
ท่อนขากำยำก้าวต่อไปทางห้องนอน อดใจไม่ไหวจริง ๆ กับสภาพรกหูรกตา
เธอเริ่มจากเก็บบรรดาเสื้อผ้ารอบเตียงโยนใส่ตะกร้า แน่นอนว่าทั้งสองมือสวมถุงมือยางสีส้มหนาเอาไว้แล้ว แต่เมื่อต้องจัดการกับบ็อกเซอร์บนเก้าอี้ ก็ต้องย่นจมูก รีบหาตะเกียบมาคีบมันด้วยท่าทางรังเกียจสุดชีวิต
ซึ่งก็จริงอย่างที่ชินอวดอ้างว่าห้องเขาไม่ได้สกปรกแค่ของเยอะ เพราะเพียงแค่เก็บข้าวของไปจัดวางให้ดี ห้องก็ดูน่าอยู่ขึ้นทันที
ร่างหนาย่อกายลงต่ำ หลังจากดูดฝุ่นใต้เตียงแล้วเหมือนมีอะไรสักอย่างติดที่ปลายเครื่อง จึงได้ลองใช้มือควานหา
ขณะนั้นประตูห้องพักก็ถูกเปิดพรวดเข้ามา พร้อมร่างบอบบางของหญิงสาวก้าวเข้ามาอย่างรีบร้อน แต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้วมองซ้ายมองขวารอบห้องด้วยความงุนงง กับสภาพที่เปลี่ยนไปของห้อง
ทุกจุดสะอาดสะอ้านเรียบร้อย ไม่ต่างจากห้องตัวอย่างที่ใช้โฆษณา
คิ้วบางนิ่วเข้าหากัน เนื่องจากในห้องนั่งเล่นว่างเปล่า ไร้วี่แววของสาวเสียงแจ๋วที่มักพูดไม่หยุด
ท่อนขาบางในชุดเรียบง่ายอย่างเสื้อยืดกางเกงขาสั้นก้าวตรงไปทางบานประตูห้องนอน เปิดมันออกช้า ๆ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ลาเบลล์หยิบบางอย่างออกจากใต้เตียงได้สำเร็จ
ดวงตาคมเบิกกว้าง อ้าปากค้างจ้องมองหนังสือวาบหวามในมือ เธอคงจะไม่ช็อกขนาดนี้ถ้ามันไม่ใช่หนังสือโป๊!
“เฮ้ย! หยุดนะ! นั่นมัน...” ชินร้องด้วยความแตกตื่น พยายามจะหยุดการกระทำของลาเบลล์
แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“กรี๊ดดดดดดดดดดดด! ไอ้โรคจิต!”
พลั่ก!
สันนิตยสารพุ่งกระแทกเข้าที่ใบหน้าสวยเต็มแรง จนชินหน้าหงาย ความรู้สึกขอบคุณเมื่อครู่หายวับ เปลี่ยนเป็นความโกรธและกระดากอายสุดขีด
“ลาเบลล์!!!!!”
