บทที่ 4 ขอบพระทัยฝ่าบาท… แต่ทีหลังไม่ต๊องงง!!! - 2
‘ยามอยู่ยุคปัจจุบันก็ต้องแบกงานแทนเพื่อนร่วมงานไร้วินัย ทะลุมิติมาเป็นฮองเฮาแล้วยังต้องมาเจอนายจ้างจอมโยนงานปั่นประสาทอีกหรือนี่!’
หลินอันสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามกดอารมณ์อยากจะปาม้วนกระดาษใส่หน้าฮ่องเต้เอาไว้ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เยือกเย็นตามเดิม ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
“น้อมรับพระบรมราชโองการ…”
นางกอดอก ถอนหายใจยาว แววตาฉายประกายความมุ่งมั่นและเอาจริงขึ้นมา
‘ได้… คิดจะโยนงานมาปั่นหัวฉันเล่นใช่ไหมเซียวจิ่งเหิง นายกำลังท้าทายสัญชาตญาณการบริหารจัดการของมนุษย์เงินเดือน ที่จัดระเบียบงานได้เป๊ะที่สุดในสามโลกอยู่! เดี๋ยวฉันจะจัดงานเลี้ยงนี้ให้ออกมาเนี๊ยบจนนายต้องอ้าปากค้าง แล้วจะได้รู้กันว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายปวดหัว!’
ตลอดหนึ่งสัปดาห์มานี้ การจัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองราตรีบุปผาดำเนินไปอย่างทุลักทุเลและวุ่นวายขั้นสุด!
หลินอันในร่างเสิ่นจืออิง ต้องตื่นตั้งแต่ยามเหม่า (เช้าตรู่) มานั่งกางแผนผังงาน ตรวจสอบงบประมาณ บัญชีรายการอาหาร ดอกไม้ และการแสดงต่าง ๆ สารพัดปัญหาประดังประเดเข้ามาให้นางปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งฝ่ายจัดดอกไม้ส่งของล่าช้า ฝ่ายครัวหลวงทำรายการอาหารตกหล่น ไหนจะเรื่องตำแหน่งที่นั่งของเหล่าขุนนางอีก!
‘ฮ่องเต้เฮงซวย! จอมโยนงาน! แย่ที่สุด!’
หลินอันสบถสาปแช่งฮ่องเต้เซียวจิ่งเหิงอยู่ในใจวันละแปดร้อยรอบ ยิ่งเห็นหมอนั่นยิ้มร่าเดินถือพัดขนนกเฉียดผ่านไปมาโดยไม่คิดจะยื่นมือมาช่วยสักนิด นางก็ยิ่งอยากจะเอาถาดผลไม้ทุ่มใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด!
ทว่า ปัญหาเรื่องงานจัดเตรียมยังไม่ทันจะคลี่คลาย ปัญหาเรื่อง ‘คน’ ก็ถั่งโถมเข้าตามมา… เมื่อเหล่าสนมฝ่ายในเล็งเห็นโอกาสที่ฮองเฮาต้องแบกรับงานใหญ่ จึงพากันยกขบวนมาหาเรื่องและลองดีถึงตำหนักหงส์!
บรรดานางสนมหลากหน้าหลายตาต่างก้าวเข้ามา นำโดย กุ้ยเฟย และ เต๋อเฟย ที่พากันเปิดฉากการแสดงละครฝ่ายในอย่างเต็มรูปแบบ
นางสนมบางนางทำตัวอ่อนช้อย อ่อนแอบอบบางราวกับกิ่งหลิวต้องลม เข้ามากราบไหว้พลางบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร “ฮองเฮาเพคะ… หม่อมฉันไร้ความสามารถยิ่งนัก ยามที่ช่วยงานกวาดล้างดอกไม้ในสวนจึงทำถ้วยชาของพระนางแตกไปใบหนึ่ง โปรดทรงลงอาญาด้วยเพคะ” เสแสร้งเรียกร้องความสงสาร หวังให้ฮองเฮาหลุดกิริยาโมโห จะได้นำไปฟ้องฮ่องเต้ว่าฮองเฮาใจแคบ
ขณะที่บางนางก็ช่างสามหาวยิ่งนัก! เดินเชิดหน้าเข้ามาพูดจาเหน็บแนมอย่างไม่เกรงกลัว “ฝ่าบาททรงมอบหมายงานใหญ่ให้ฮองเฮาเพียงลำพัง มิรู้ว่าทรงไว้วางพระทัยจริงๆ หรือทรงเห็นว่าพวกหม่อมฉันมิควรมาแปดเปื้อนงานเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้กันแน่เพคะ? งานเลี้ยงระดับชาติเช่นนี้ หากฮองเฮาทำพังขึ้นมา… เหล่าขุนนางคงได้หัวเราะกันเกรียวกราวเป็นแน่”
หลินอันนั่งฟังนิ่งๆ อยู่บนตั่งไม้ ถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยสายตาว่างเปล่า
‘ละครฝ่ายในเรตติ้งต่ำตมพวกนี้ คิดว่าจะเอามาใช้กับมนุษย์เงินเดือน ที่รับมือกับลูกค้าประสาทกินและเพื่อนร่วมงานจอมแทงข้างหลังมาตลอดหลายปีได้อย่างนั้นเหรอ?’
เมื่อดราม่าไร้สาระเริ่มล้ำเส้น หลินอันก็ไม่คิดจะหวั่นไหวแม้แต่น้อย! สกิลความดุดันและเฉียบขาดของสาวออฟฟิศรุ่นเก๋าถูกงัดออกมาใช้อย่างเต็มสูบ!
นางปั้นใบหน้าเรียบเฉย เยือกเย็น ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังสนมที่ทำตัวอ่อนแอเป็นนางเอกละครทีวีก่อนเป็นอันดับแรก
“กุ้ยเหริน… ทำถ้วยชาแตกใบเดียวถึงกับต้องร้องไห้กราบไหว้ราวกับเรือนจะถล่มเช่นนี้ สติปัญญาและจิตใจของเจ้าช่างบอบบางยิ่งนัก ในเมื่อรับมือกับงานเล็กน้อยไม่ได้ เช่นนั้นก็ถอยออกไปนั่งกักตัวสวดมนต์สงบจิตใจอยู่ในตำหนักตนเองเป็นเวลาหนึ่งเดือน ไม่ต้องออกมายุ่งเกี่ยวกับงานเลี้ยงอีก จะได้ไม่ทำสิ่งใดแตกหักจนขายหน้าเมืองหลวง”
สนมผู้นั้นถึงกับหน้าซีดเผือด หยุดร้องไห้ทันที!
จากนั้น หลินอันก็ตวัดสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งไปทางสนมปากดีที่เอ่ยวาจาสามหาวเมื่อครู่ น้ำเสียงของฮองเฮานิ่งเรียบ ทว่าทรงพลังและกดดันจนคนฟังขนลุกซู่
“ส่วนเจ้า… เต๋อเฟย ในเมื่อเจ้ากังวลนักว่างานเลี้ยงจะออกมาพังพินาศ เช่นนั้นข้าขอสั่งให้เจ้ารับหน้าที่ตรวจสอบรายชื่อขุนนางและจัดตำแหน่งที่นั่งทั้งหมดร้อยกว่าโต๊ะให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้ หากมีข้อผิดพลาดแม้แต่ตำแหน่งเดียว ข้าจะถือว่าเจ้าเจตนาพังงานเลี้ยงตามที่เจ้าพูดไว้จริง และจะส่งเรื่องให้กรมอาญาจัดการตามกฎ!”
“ฮะ… ฮองเฮา! ร้อยโต๊ะภายในคืนเดียวเนี่ยนะเพคะ?!” เต๋อเฟยเบิ่งตากว้าง อุทานด้วยความตกใจ
“ทำไม่ได้รึ?” หลินอันกอดอก เอียงคอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน “เมื่อครู่เห็นเจ้าเก่งกล้าพูดจาฉอดๆ นึกว่าจะมีความสามารถมากกว่านี้เสียอีก หากทำไม่ได้… ก็จงหุบปาก แล้วก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งข้าซะ!”
เกิดความเงียบกริบขึ้นทั่วทั้งตำหนักหงส์! เหล่านางสนมต่างนั่งตัวเกร็ง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เรียกว่าโดนฮองเฮาสังหารหมู่ดับดิ้นไปตามๆ กัน ไม่มีใครกล้าขึ้นเสียงหรือเรียกร้องสิ่งใดอีกแม้แต่คำเดียว!
“หมดเรื่องแล้วก็ออกไปได้ ข้ามีงานต้องทำต่อ” หลินอันโบกมือไล่เสียงเรียบ
บรรดานางสนมต่างรีบกราบลาและถอยร่นออกจากตำหนักไปด้วยความหวาดกลัวดั่งเผชิญหน้ากับพญามัจจุราช!
หลินอันถอนหายใจยาว ยกชาขึ้นจิบเบาๆ ด้วยสีหน้านิ่งสงบ
‘จัดการพวกไร้สาระเสร็จไปอีกหนึ่งกลุ่ม… คอยดูเถอะ จัดงานเลี้ยงเสร็จเมื่อไร แม่จะตามไปคิดบัญชีกับฮ่องเต้จอมโยนงานนั่นเป็นรายต่อไป!’
