บทย่อ
หลินอัน ทะลุมิติมาเป็นฮองเฮาเสิ่นจืออิง นางคิดว่าขอแค่ไม่ทำตัวเด่น ไม่หาเรื่องใคร ก็จะใช้ชีวิตในวังหลวงอย่างสงบสุขได้… แต่ใครจะไปคิดว่าอยู่ดี ๆ จะเกิดอาเพศ สลับร่างกับฮ่องเต้เซียวจิ่งเหิงเสียได้! จากฮองเฮาผู้สุขุม กลายเป็นจักรพรรดิที่ต้องว่าราชการ ส่วนฮ่องเต้ตัวดีกลับได้สวมร่างนางไปป่วนฝ่ายในแทน! โอ้มายก็อด! นี่นางทะลุมิติมาใช้ชีวิต หรือทะลุมาทำงานกะดึกในวังหลวงกันแน่?! หลินอันขอสาบาน…หากกลับร่างเดิมได้เมื่อไร นางจะไม่ขออะไรอีกเลย นอกจากจับฮ่องเต้ตัวปัญหาไปโยนทิ้งให้ไกลที่สุด! แต่เดี๋ยวก่อน…เหตุใดฮ่องเต้พระองค์นี้ถึงทำตัวแปลก ๆ ราวกับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่กันนะ?
บทนำ
ปี 2026 กลางเมืองหลวงอันเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
หลินอันพนักงานออฟฟิศอายุ 22 ปี ถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะพิงหลังลงกับเสาเหล็กเย็นชืดในขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินที่แน่นขนัด มือเรียวควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูนาฬิกา มันเป็นเวลาทุ่มครึ่ง และสิ่งที่เธอปรารถนามากที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การกินอาหารมื้อหรูหรือไปสังสรรค์ที่ไหน แต่คือการได้กลับถึงห้อง อาบน้ำให้สบายตัว แล้วนอนยาวๆ ข้ามวันข้ามคืนให้สมกับที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งสัปดาห์
‘สัปดาห์นี้มันวันวินาศชัดๆ…’ หลินอันนึกบ่นในใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
ในฐานะมนุษย์ออฟฟิศที่จริงจังและเป๊ะกับชีวิต การต้องร่วมงานกับคนที่ไร้วินัยคือฝันร้ายที่สุด เพื่อนร่วมงานทีมเดียวกันบางคนมาสายทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ งานที่ส่งมาก็ทำแบบขอไปที ละเลยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนเธอต้องตามเช็ดตามล้างแก้ปัญหาให้ตลอด สุดท้ายคนที่ต้องรับความเครียดและอยู่โอทีล่วงเวลาจนดึกดื่นก็คือเธอ
ถ้าเป็นไปได้ เธอแค่อยากทำงานในส่วนของตัวเองอย่างสงบ เรียบง่าย ไม่อยากวุ่นวายกับใคร และไม่อยากให้ใครมาสร้างปัญหาให้…
ครืนนนนน! กึก!
ความคิดของหลินอันหยุดชะงักลงทันทีเมื่อตู้รถไฟกระตุกอย่างแรงจนผู้โดยสารล้มเซไปคนละทิศละทาง ตามด้วยเสียงเบรกที่บาดแก้วหู เสียงโลหะบดขยี้กันดังสนองหลั่น
พรึ่บ!
ไฟในขบวนรถดับลงพร้อมกันทุกดวง ทิ้งความมืดมิดและเสียงวิทยุสื่อสารที่ขัดข้องไว้เบื้องหลัง พื้นใต้เท้าเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ตัวรถเหวี่ยงไปมาเหมือนลูกบอลที่ถูกโยนในอุโมงค์ ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของผู้คนรอบข้าง หลินอันพยายามไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะ แต่มือของเธอกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
ก่อนที่สติจะดับวูบไป สิ่งสุดท้ายที่เธอสัมผัสได้คือความเย็นเฮือกใหญ่ที่แล่นผ่านร่าง… และความมืดมิดอันเป็นอนันต์
“ซิวอี๋ นำน้ำชามาเร็วเข้า! หวังมามา... หวังมามาไปตามหมอหลวงหรือยัง!”
“พระนางทรงฟื้นแล้ว! เหนียงเหนียง! ทรงรู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ!”
เสียงโวยวายอื้ออึงเซ็งแซ่ดังระงมอยู่รอบหู หลินอันค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสว่างจ้าทำให้นางต้องหลี่ตาลงเล็กน้อย หัวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความรู้สึกมึนงงและปวดศีรษะอย่างรุนแรง
ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่ฝ้าเพดานห้องนอนของเธอ หรือห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลยุค 2026…
แต่เป็นลวดลายสลักไม้แกะสลักอย่างปราณีตบนตั่งเตียงโบราณ ผ้าม่านมุกพริ้วไหวสีแดงชาด และเตียงสี่เสาที่ทั้งกว้างแต่กลับแข็งกระด้าง จนหลังของเธอรู้สึกเคล็ดขัดยอกไปหมด
“นี่มัน… อะไรกัน…” หลินอันพยายามเอ่ยปาก แต่น้ำเสียงที่ออกมากกลับแหบแห้งและนุ่มนวลผิดปกติ
เมื่อมองไปรอบๆ เธอพบกับกลุ่มสตรีหลายคนในชุดโบราณยาวพริ้ว ทรงผมถูกเกล้าขึ้นเป็นทรงสูงประดับด้วยเครื่องเงินและหยกวิจิตร พวกนางกำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแตกตื่นและโล่งใจ
“สวรรค์ทรงโปรด! ฮองเฮาทรงฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย!” สตรีวัยกลางคนคนหนึ่งก้มลงกราบกับพื้นเสียงดัง ตึง
ฮองเฮา? เหนียงเหนียง?
หลินอันเบิ่งตากว้าง เบื้องลึกในสมองของเธอเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอรีบยกมือขึ้นดู... มือคู่นี้เรียวยาว ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหยกชั้นเลิศ แต่งแต้มด้วยปลอกเล็บยาวประดับพลอย ซึ่งไม่ใช่สีเล็บที่เธอเพิ่งไปทำมาจากร้านเมื่อวันก่อนเลยแม้แต่น้อย!
‘อย่าบอกนะว่า… นี่ฉันทะลุมิติมา?!’
ความลนลานเริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของสาวยุคปัจจุบันคนนี้ หลินอันพยายามตั้งสติ ทบทวนคลังความรู้ในหัวทันที
ประวัติศาสตร์จีน? ไม่เคยตั้งใจเรียน!
นิยายทะลุมิติ? เคยอ่านผ่านๆ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง!
ซีรีส์จีนโบราณเรื่องสุดท้ายที่เธอตั้งใจดูจนอวสาน… คือ องค์หญิงกำมะลอ สมัยยังเป็นเด็กน้อย จำความแทบไม่ได้!
‘ไอ้หยา! ถ้าหากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องทะลุมิติมาอยู่ในวังหลวงแบบนี้ ฉันน่าจะยอมนั่งดู ล่าหยก หรือพวกซีรีส์ชิงหงส์ชิงบัลลังก์ที่คนเขายกให้เป็นมาสเตอร์พีซ ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นให้จบๆ ไปเลย! อย่างน้อยจะได้รู้ว่าวังหลวงเขาสู้รบปรบมือหรือพูดกันยังไง!’
หลินอันได้แต่ร้องไห้กราบไหว้ฟ้าดินอยู่ในใจ
ในสมองของเธอตอนนี้ ความรู้เกี่ยวกับวังหลังมีแค่การแต่งตัวเต็มยศ การดื่มชา และการกราบไหว้ฮ่องเต้ตามที่เคยเห็นในทีวีเท่านั้น! แล้วนี่เธอต้องมาอยู่ในร่างของ เสิ่นจืออิง ฮองเฮาผู้เป็นใหญ่เหนือฝ่ายในเนี่ยนะ?!
“ฮองเฮาเพคะ… ทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ? เหตุใดจึงทำหน้าตาเช่นนั้น” นางกำนัลสนิทเอ่ยถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นฮองเฮานั่งนิ่งเงียบ แววตาว่างเปล่าเหมือนคนวิญญาณออกจากร่าง
หลินอันสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติและความนิ่งสงบอันเป็นบุคลิกเดิมของตัวเองกลับคืนมา เธอปรับสีหน้าให้เรียบเฉย เยือกเย็น และไร้ความรู้สึก เพื่อไม่ให้ใครจับสังเกตความผิดปกติได้
“ข้า… ไม่เป็นไร” หลินอันตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “แค่เวียนหัวเล็กน้อย พวกคุณ เอ่อ… พวกเจ้าออกไปก่อน ข้าต้องการพักผ่อน”
“เพคะฮองเฮา”
เหล่านางกำนัลและขันทีต่างกราบลาและค่อยๆ ถอยร่นออกจากห้องไปอย่างนอบน้อม ทิ้งให้หลินอันนั่งอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ เพียงลำพัง
หลินอันถอนหายใจยาวเหยียด ถอดปลอกเล็บหยกออกแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างเหลาไม้
‘เอาวะ… หลินอัน ตั้งสติก่อน ในเมื่อกลับไปไม่ได้ กฎเหล็กของการรอดชีวิตในวังหลวงก็คือ ไม่ทำตัวเด่น ไม่หาเรื่องใคร อยู่แบบเงียบๆ สุขุม เรียบง่าย ขอแค่ไม่ไปยุ่งกับสงครามฝ่ายใน และไม่ไปขัดหูขัดตาฮ่องเต้… ชีวิตในร่างฮองเฮานี้ก็น่าจะผ่านไปได้อย่างสงบสุข’
เธอคิดในใจอย่างมุ่งมั่น โดยที่ไม่รู้เลยว่า… ความสงบสุขที่เธอนึกฝันไว้นั้น กำลังจะถูกฟ้ากลั่นแกล้งจนวินาศยับเยินในอีกไม่ช้า!

