บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 ตัวตนใหม่และปริศนาแห่งกาลเวลา

หากเอ่ยถึง เสิ่นจืออิง ฮองเฮาองค์เดิมในความทรงจำของเหล่านางกำนัลและขุนนาง นางคือสตรีผู้เพียบพร้อมตามตำราโบราณ ทุกกิริยาเยื้องกรายอ่อนหวาน ก้มหน้ารับฟัง อ่อนน้อมถ่อมตน และเกรงกลัวอำนาจของฮ่องเต้เป็นที่สุด ทว่านับตั้งแต่วันที่ฟื้นคืนสติจากการสลบไสล ตัวตนของหลินอัน สาวออฟฟิศสุดเคร่งขรึม จากปี 2026 ก็เข้ามาแทนที่อย่างสมบูรณ์

กิจวัตรประจำวันของฮองเฮาคนใหม่จึงเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง…

จากเดิมที่เคยตื่นแต่เช้าตรู่มานั่งปักผ้า ร้องไห้คิดถึงบ้าน หรือนั่งรอคอยความเมตตาจากฮ่องเต้ หลินอันกลับปรับเปลี่ยนตำหนักหงส์ให้กลายเป็น พื้นที่ทำงานแบบไฮบริด ในสไตล์สาวออฟฟิศยุคใหม่!

นางตื่นเป็นเวลา จัดระเบียบบัญชีฝ่ายในด้วยระบบตารางที่ชัดเจน แยกหมวดหมู่รายรับรายจ่ายของตำหนักต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ยอมให้ใครมาโกงงบประมาณแม้แต่ตำลึงเดียว ใบหน้าที่เคยอ่อนหวานเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย เยือกเย็น และเด็ดขาด คำพูดคำจาน้อยคำแต่ตรงประเด็นจนเหล่านางกำนัลและขันทีต่างพากันเกรงกลัว

“เดิมทีฮองเฮามิเคยเข้มงวดและสงบถึงเพียงนี้…” นางกำนัลสนิทได้แต่นึกงุนงงในใจกับความเปลี่ยนแปลงอันน่าประหลาดนี้

ในทางกลับกันฮ่องเต้เซียวจิ่งเหิงเต็มไปด้วยพลังงานเหลือล้นและชอบหาเรื่องสนุกทำตลอดเวลา

กิจวัตรของฮ่องเต้ที่เคยได้ยินว่าเคร่งเครียดกับการว่าราชการ กลับกลายเป็นการหาทางโดดงาน เลี่ยงการอ่านฎีกายาวเหยียดที่ไร้สาระ แล้วเดินสายป่วนไปทั่ววังหลวง โดยเฉพาะการมาปรากฏตัวที่ตำหนักของฮองเฮาวันละหลายๆ รอบ

เขาจะเข้ามานั่งขัดสมาธิบ้าง ไขว่ห้างกินขนมบ้าง ถกเถียงปัญหาเชิงปรัชญาแปลกๆ ชวนฮองเฮาวิวาทะ หรือแกล้งหยอกเย้าทดสอบความอดทนของนางด้วยท่าทีทะเล้นยิ้มร่า ทำเอาเหล่าขันทีผู้ติดตามถึงกับเหงื่อตกและตั้งข้อสงสัยว่าฮ่องเต้ทรงถูกผีสิงหรือไม่!

ท่ามกลางความวุ่นวายในแต่ละวัน หลินอันในร่างฮองเฮาก็ไม่อาจละเลยการหาทางรอด

ในยามค่ำคืนที่อยู่เพียงลำพัง นางมักจะนั่งขมวดคิ้ววิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบตามนิสัยเดิม

‘เราหลุดมาจากปี 2026 ในคืนวันศุกร์บนรถไฟฟ้าใต้ดิน… ตอนนั้นเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไฟดับ และมีแสงประหลาดก่อนที่สติจะดับวูบไป’

หลินอันใช้หยกชิ้นเล็กๆ เคาะกับโต๊ะไม้เป็นจังหวะเบาๆ ขณะวิเคราะห์ความน่าจะเป็น ข้อที่หนึ่งปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์หรือสนามแม่เหล็ก มีความเป็นไปได้สูงว่าช่วงเวลานั้นอาจเกิดสุริยุปราคา มิติรอยแยก หรือความผิดปกติของสนามแม่เหล็กโลกในอุโมงค์ใต้ดิน จนดึงวิญญาณของนางข้ามกาลเวลามา ข้อที่สองเงื่อนไขในการกลับไป หากทะลุมิติมาได้ด้วยพลังงานบางอย่าง การจะกลับไปก็ต้องอาศัย ‘ตัวเชื่อมโยง’ หรือเงื่อนไขที่ทับซ้อนกัน ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน พระจันทร์เต็มดวง หรือวัตถุโบราณบางอย่างในวังหลวงแห่งนี้ ข้อที่สาม จากคำบอกเล่าและบันทึกโบราณ วังหลวงเป็นศูนย์รวมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และหอศาสตราวุธ หากจะมีเบาะแสเรื่องการข้ามมิติ มันจะต้องซ่อนอยู่ใน หอคัมภีร์หลวง หรือบันทึกเหตุการณ์อาเพศในอดีตอย่างแน่นอน

‘ตราบใดที่ยังหาทางกลับไม่ได้ เราต้องประคองชีวิตในร่างฮองเฮานี้ไปก่อน’ หลินอันคิดในใจ ‘ขอแค่ทำตัวเป็นคนสุขุมเรียบร้อย อยู่เงียบๆ ไม่หาเรื่องใคร และอยู่ให้ห่างจากฮ่องเต้ผู้นั้น… ทุกอย่างก็น่าจะยังอยู่ในควบคุม’

ทว่านางคงลืมไปว่า… ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและฮ่องเต้จอมทะเล้นที่คอยมาวนเวียนไม่เว้นแต่ละวัน แผนการอันสงบสุขของนางนั้น ช่างห่างไกลจากคำว่า ‘เรียบง่าย’ เหลือเกิน!

“ฉันต้องไปหาตำรา คัมภีร์ หรืออะไรก็ช่างที่หออักษร!”

หลินอันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปทางทิศตะวันออกของวังหลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ‘หออักษรหลวง’ สถานที่เก็บรวบรวมพงศาวดาร ตำราโบราณ และบันทึกเหตุการณ์ประหลาดตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา

หากจะมีเบาะแสเรื่องรอยแยกมิติ หรือเหตุการณ์อาเพศฟ้าดินที่เคยเกิดขึ้นในอดีต… ที่นั่นคือคำตอบเดียวที่นางมีในตอนนี้!

“ฮองเฮาเพคะ… ทรงตรัสสิ่งใดหรือเพคะ?” นางกำนัลสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกลเอ่ยถามด้วยความงุนงง เมื่อเห็นฮองเฮานั่งลุกขึ้นยืนกะทันหัน พร้อมกับแววตาที่ดูจริงจังขึ้นมาผิดปกติ

หลินอันปรับสีหน้ากลับมาเป็นเรียบเฉย เยือกเย็นตามเดิมในเสี้ยววินาที นางสะบัดชายแขนเสื้อเบา ๆ ปรับท่าทางให้ดูสง่างาม สมกับเป็นแม่ของแผ่นดิน

“ไม่มีอะไร… ข้าเพียงแต่รู้สึกว่ายามนี้ว่างเว้นจากภารกิจฝ่ายใน เหล่าสนมก็ไม่ได้เข้ามาเข้าเฝ้า ข้าจึงอยากไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศที่หออักษรหลวงเสียหน่อย”

“รับสั่งจะเสด็จหออักษรหลวงหรือเพคะ?” นางกำนัลทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติฮองเฮาองค์เดิมมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสวดมนต์หรือปักผ้าในตำหนัก ไม่ค่อยชอบเสด็จออกไปไกลถึงหออักษรเท่าไรนัก “เช่นนั้นหม่อมฉันจะรีบเตรียมเกี้ยวถวายนะเพคะ”

“ไม่ต้องเตรียมเกี้ยว ข้าอยากเดินไปเอง” หลินอันปฏิเสธทันควัน สัญชาตญาณสาวออฟฟิศบอกว่าการนั่งเกี้ยวโบราณที่โคลงเคลงนั้นน่าอึดอัดเกินไป การได้เดินออกกำลังกายและสำรวจเส้นทางในวังหลวงด้วยตัวเองยังจะได้ประโยชน์มากกว่า

นางก้าวเท้าออกจากตำหนักหงส์ด้วยความสงบนิ่ง ทุกจังหวะการเดินถูกควบคุมอย่างมีสติและเฉียบคมตามแบบฉบับสาวยุคใหม่แสนสุขุม ที่วางแผนไว้ในหัวเรียบร้อยแล้วว่า เมื่อไปถึงหออักษรจะเริ่มค้นจากหมวดบันทึกปรากฏการณ์ธรรมชาติและเรื่องประหลาดก่อนเป็นอันดับแรก

ทว่า… ยังไม่ทันที่นางจะเดินพ้นเขตประตูพระราชฐานชั้นใน เสียงอันร่าเริงและคุ้นหูจนน่าปวดหัวก็ดังขึ้นจากทางโค้งของระเบียงเดิน!

“โอ๊ะโอ๋! นั่นฮองเฮานี่นา! กำลังจะรีบร้อนเสด็จไปไหนหรือจ๊ะ…“

”เอ๋….!?” หลินอันชะงักเท้ากึก ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบแอบกระตุกไปวูบหนึ่ง เมื่อหันไปพบกับ ฮ่องเต้เซียวจิ่งเหิง ที่กำลังเดินถือพัดขนนกในมือ พร้อมขันทีบริวารที่วิ่งตามหลังมาด้วยท่าทางหอบหืด!

ฮ่องเต้หนุ่มคลี่ยิ้มทะเล้น ก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาขวางทางหลินอันไว้ด้วยท่าทีสบาย ๆ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับเหมือนเจอเรื่องสนุก

“ข้ากำลังจะไปตรวจฎีกาที่ห้องอักษรพอดี เหตุใดใจเราถึงได้ตรงกันปานนี้หนอ? ฮองเฮา… เจ้าอย่าบอกนะว่าแอบนัดข้าไว้ในใจน่ะ!”

หลินอันสูดหายใจเข้าลึก ๆ สะกดอารมณ์ฉุนเฉียวไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชา ‘ยามปกติฎีกาไม่เคยคิดจะตรวจ พอฉันจะไปหาเบาะแสกลับทำเป็นขยันขึ้นมาเสียอย่างนั้น!’

“ฝ่าบาททรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการไปหาตำราอ่านฆ่าเวลาเท่านั้น มิได้มีเจตนาอื่นใด” หลินอันตอบเสียงเรียบ พยายามก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง

“ตำรารึ? ตำราอะไรกันที่ทำให้ฮองเฮาผู้สุขุมถึงกับยอมเดินตากแดดมาด้วยตัวเอง?” ฮ่องเต้เอียงคอถาม แววตาส่งประกายวิเคราะห์และจับผิดออกมาวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกวนประสาทตามเดิม “ดีเลย! เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าหาตำราเอง รับรองว่าวิชาการแน่นปึ้ก!”

หลินอันกุมขมับอยู่ในใจอย่างหนักหน่วง… แผนการค้นหาทางกลับบ้านเงียบ ๆ คนเดียวของนาง กำลังจะกลายเป็นความวายป่วงระดับมหากาพย์ เพียงเพราะฮ่องเต้จอมป่วนผู้นี้เข้ามาเสนอหน้าอีกแล้ว!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel