บทที่ 5 สหายน้อยของข้า
'พี่ชายเกิดสิ่งใดขึ้น'
นัยน์ตาสีนิลทอดมองไปยังข้อเท้าของเขา บาดแผลจากการถูกเปลือกหอยบาดส่งผลให้อีกคนต้องส่งยิ้มให้ผู้ที่ลอยตัวอยู่ท่ามกลางอากาศด้วยสีหน้าฝืดเฝื่อน เดิมทีเฟยเลี่ยงหรูกะว่าจะแสร้งบาดเจ็บเสียหน่อย ทว่าไม่ทันกาล ด้วยเท้าอันเปลือยเปล่าเมื่อคราที่เขาจำแลงกายให้คล้ายมนุษย์มากที่สุด ดันไม่มีสิ่งหุ้มเท้ามาด้วยนี่สิ ทำให้บาดเจ็บจริง ๆ จนได้ ช่างโง่เง่าเสียนี่ปะไร
"ขะ...ข้าไม่เป็นอะไร" เฟยเลี่ยงหรูว่าพลางยกปลายนิ้วขึ้นสองนิ้ว เขากำลังจะถ่ายทอดลมปราณของตนเพื่อรักษาบาดแผล แต่เมื่อฉุกนึกถึงขุมพลังงานในกายที่สามารถเหือดแห้งได้ในแต่ละวัน เขาจึงทำได้เพียงชะงักไว้เพียงเท่านั้น และพ่นลมหายใจเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่แล่นแปล๊บเข้ามาอีกหนึ่งกระบุง
'นั่นกำลังทำสิ่งใด ไยท่านไม่รักษาบาดแผล' มังกรน้อยกล่าวถามด้วยความฉงน
ตอนนี้ซีห่าวหลงสามารถสื่อสารกับเฟยเลี่ยงหรูทางกระแสจิตได้แล้ว โชคดีที่มุกวิญญาณอยู่ในกายของอีกฝ่าย จึงทำให้พวกเขาสามารถพูดคุยกันได้อย่างรู้เรื่องเสียที
"ไม่จำเป็น บาดแผลแค่นี้ไกลหัวใจนัก" เฟยเลี่ยงหรูกล่าวยิ้ม ๆ ทว่าภายในใจของเขาร่ำร้องตะโกนออกมาว่าเจ็บยิ่งนัก การเป็นมนุษย์ไม่ง่ายเลยจริง ๆ กายเนื้อที่จำแลงออกมานี้ช่างอ่อนแอไร้กำลัง หากเป็นเช่นนี้เขาจะสามารถช่วยเหลือผู้ใดได้กันเล่า
'หากไกลหัวใจ เหตุใดท่านยังนั่งอยู่ตรงนั้น' มังกรน้อยกล่าว
"เอ่อ..." เฟยเลี่ยงหรูเหลือบซ้ายแลขวาเพื่อหาข้อแก้ตัว
ไม่ได้การ เขาเป็นถึงบุตรมหาเทพจะมาเสียหน้าให้กับมังกรน้ำตัวน้อยได้อย่างไร เขาจึงหาข้อสนทนาเพื่อบ่ายเบี่ยงคำถามอีกฝ่าย พลางส่งยิ้มแห้งเหือด "ข้าว่าพื้นนี่งดงามดียิ่งนัก อยากนั่งรับลมเย็นเสียหน่อย ห่าวหลงเจ้ามาได้อย่างไร ไฉนไม่ฝึกบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ท้องสมุทรเล่า จะได้แปลงกายเป็นมนุษย์ ถึงเวลานั้นเจ้าอยากออกมาเที่ยวเล่นเท่าใดก็ย่อมได้"
'เขาเรียกว่าหาดทราย พี่ชายที่แดนสวรรค์คงไม่มีหาดทรายสวยงามเช่นนี้สินะ อีกอย่างข้าชอบกายมังกรนี้ของข้ายิ่งนัก เหตุใดข้าจะต้องอยากแปลงกายเป็นมนุษย์ด้วยเล่า หากข้าบำเพ็ญเพียรแล้วบรรลุก่อนหมื่นปี นั่นก็ไม่น่าสนุกแล้ว'
เฟยเลี่ยงหรูได้ยินเช่นนั้นจึงส่ายศีรษะ และส่งยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความแผ่วเบา "เจ้านี่ยังเด็กมากจริง ๆ เอาเถอะ พี่ชายจะไปแล้ว เจ้ากลับลงมหาสมุทรไปเสีย"
'ข้าไปกับท่านได้หรือไม่?'
"หา...เจ้าจะไปได้อย่างไรกันเล่า เดี๋ยวท่านเจ้าสมุทรก็ดุเอาเสียหรอก ข้าไปไม่กี่ปีก็จะกลับแดนสวรรค์แล้ว"
'ท่านไปเป็นปีเชียวหรือ?'
"แน่นอน จนกว่าโรคระบาดจะหายไป ข้าจะอยู่ที่นี่อีกนาน"
'แล้วมหาเทพจะไม่ตามหาท่านหรือ?' ซีห่าวหลงกล่าวถามด้วยท่าทีสงสัยเต็มประดา
มีอย่างที่ไหนเป็นถึงบุตรมหาเทพทว่าลงมายังเมืองมนุษย์เพียงผู้เดียว ขุนพลสวรรค์สักนายก็ไม่มีติดตามอารักขา
"ไม่หรอก" เฟยเลี่ยงหรูส่ายศีรษะเบา ๆ เขากล่าวต่อ "เจ้ารู้หรือไม่ว่าแดนสวรรค์เพียงหนึ่งวันเทียบเท่าเวลาเมืองมนุษย์ร้อยปีเลยหนา ดังนั้นบิดาของข้าน่าจะยังไม่ตื่นขึ้นจากการเข้าฌานเจ็ดวันเจ็ดคืนเสียด้วยซ้ำ"
'ร้อยปีเชียวหรือ เช่นนั้นท่านคงมีอายุมากอยู่ทีเดียว' ซีห่าวหลงกล่าวด้วยท่าทีตื่นตะลึง
เด็กน้อยเพียงนี้จะอายุเท่าใดกัน มากกว่าเขาสักร้อยปีได้กระมัง
"ข้าอายุหนึ่งหมื่นปีแล้วหนา"
'หนึ่งหมื่นปี พี่ชายนี่ท่านอายุมากกว่าข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ข้าพบท่านคราแรกคิดว่าท่านอายุเพียงไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น'
เฟยเลี่ยงหรูได้ยินเช่นนั้นจึงหัวเราะออกมา เขากล่าว "มังกรน้อยอายุขัยเทพของข้ากลับไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยอายุเพียงสิบขวบของแดนมนุษย์หรอกหนา"
'อ้อ...เช่นนี้นี่อย่าง อย่างนั้นหากท่านอยู่แดนมนุษย์นับว่าท่านคือน้องของข้า ดังนั้นท่านควรเรียกข้าว่าพี่ชาย' ซีห่าวหลงกล่าว
เฟยเลี่ยงหรูพ่นหัวเราะออกมาอีกหนึ่งคำรบ อย่างไม่อาจอดกลั้น "เอาเถอะ ๆ ห่าวหลงหากเจ้าอยากให้ข้าเรียกพี่ชาย เช่นนั้นเจ้าก็แปลงกายให้ได้ก่อนก็แล้วกัน"
'ได้ท่านพูดเองนะ'
ระหว่างที่พวกเขาทั้งสองยังคงสนทนากันอยู่นั้น เสียงฝีเท้ากว่าสิบชีวิตก็มุ่งตรงเข้ามาทางที่ทั้งสองอยู่ เฟยเลี่ยงหรูเบิกดวงตากว้างด้วยความตระหนก "ห่าวหลงกลับลงทะเลเร็ว มีคนมา"
ทว่าไม่ทันเสียแล้ว เมื่อมีชายฉกรรจ์นับสิบ กับนักพรตอีกหนึ่งวิ่งกรูเข้ามาห้อมล้อมตัวเขาและซีห่าวหลงเอาไว้
"มังกรนิล ผู้เปรียบดั่งสัตว์วิเศษของทวยเทพ คาดไม่ถึงว่าข้าจะพบตัวได้อย่างง่ายดายเพียงนี้" นักพรตหนึ่งเดียวกล่าว เขาร่ายอาคมผ่านลูกประคำที่ยังคงตั้งฉากไว้เบื้องหน้า
เฟยเลี่ยงหรูกวาดสายตามองบรรดาผู้คนที่กำลังห้อมล้อมเขาและซีห่าวหลงด้วยความงงงวย พลางเหลือบมองเท้าของตนที่บาดเจ็บ 'คงจำเป็นต้องใช้พลังเวทจริง ๆ สิท่า' ทว่าซีห่าวหลงกลับได้ยินเสียงในใจของเขา มังกรน้อยจึงทอดสายตามองตามไปยังฝ่าเท้าซึ่งเต็มไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน
'พี่ชายนี่หรือที่ท่านบอกไม่เจ็บ ดูสีหน้าท่านเสียก่อน' ซีห่าวหลงกล่าวตำหนิ เขาว่าแล้วก็พ่นไอเย็นลงไปยังฝ่าเท้าเล็ก ๆ นั่นด้วยความแผ่วเบา บาดแผลที่ปริออกจึงสมานกันในทันที
เฟยเลี่ยงหรูจ้องบาดแผลที่หายเป็นปลิดทิ้งจากการช่วยเหลือของซีห่าวหลง พลางแหงนใบหน้าขึ้นมองมังกรนิลซึ่งกำลังลอยอยู่เหนือศีรษะของตนช้า ๆ เขาจึงกล่าวในใจ ทว่าสิ่งที่บังเอิญคุยกับตนภายในใจนั้นบังเอิญถูกถ่ายทอดไปยังมุกวิญญาณ จึงทำให้ซีห่าวหลงได้ยินทุกประโยคที่เฟยเลี่ยงหรูนึกคิด เขาจึงใช้โอกาสนี้ขอบคุณอีกฝ่ายโดยไม่ได้ปริปาก
'ขอบใจห่าวหลง'
ซีห่าวหลงไม่กล่าวสิ่งใดเขาเพียงพยักหน้าหงึกหงักตอบกลับเท่านั้น
จู่ ๆ ร่างของซีห่าวหลงก็ถูกบางสิ่งรัดเข้ามายังกายของเขา อักขระสีทองอร่ามรายล้อมรอบมังกรนิลตัวน้อย ซีห่าวหลงพยายามแดดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากพันธนาการที่ผูกรัดกายตน ทว่ายิ่งเขาแดดิ้นมากท่าใด อักขระเหล่านั้นกลับบีบเข้ามามากขึ้น ส่งผลให้เขาหายใจแทบไม่ออก
"พวกท่านกำลังทำสิ่งใด เขายังเด็กไม่ประสาไฉนจึงโหดเหี้ยมทารุณยิ่งนัก" เฟยเลี่ยงหรูกล่าวลอดไรฟัน พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าเพลานี้แม้ตัวเขาจะอายุนับหมื่นปี แต่ร่างกลับเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อยอายุสิบขวบเท่านั้น
"เด็กน้อยเจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร เหตุใดสามารถสื่อสารกับสัตว์เทพในตำนานได้?" นักพรตกล่าวด้วยน้ำเสียงใจเย็น ทว่าฝ่ามือของเขายังนับควงลูกประคำเพื่อประคองพลังเวทในการควบคุมกายของซีห่าวหลงเอาไว้
"ข้าเป็นใครล้วนไม่สำคัญ พวกท่านต้องปล่อยเขาลงเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นอย่ามากล่าวหาว่าข้ารังแกมนุษย์"
สิ้นเสียงของเฟยเลี่ยงหรูบรรดาชายฉกรรจ์จึงส่งเสียงหัวเราะเยาะเขาให้ระเบ็งเซ็งแซ่ บุรุษหนึ่งในนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหยามหยันว่า "กุมารน้อย ไม่สิข้าควรเรียกท่านว่ากุมารีน้อยหรือไม่ เกรงว่าเป็นเด็กผู้หญิงมากกว่ากระมังหน้าตาสะสวยหมดจดถึงเพียงนี้"
เฟยเลี่ยงหรูได้ยินคำสบประมาทพ่นออกมาจากริมฝีปากชายผู้นั้นพลอยให้เขาเดือดดาลจนโลหิตตีขึ้นใบหน้า นัยน์ตาดอกท้อสาดลำแสงสีทองออกมา พลางลอยตัวขึ้นเหนือบรรยากาศ ยืนบดบังตนอยู่เบื้องหน้ามังกรนิลที่กำลังถูกจองจำด้วยอาคมประหลาดของนักพรต
"นี่สิหนาชีวิตของมวลมนุษย์ ชอบเหยียบย่ำผู้อื่น ยกตนอยู่เหนือสรรพสิ่ง" เฟยเลี่ยงหรูยิ้มเยาะ เขาจึงส่งปลายนิ้วตนไปยังเบื้องหน้าพลางตวัดนิ้วอย่างรวดเร็ว กระแสลมปราณสายหนึ่งซัดเข้าใส่ชายฉกรรจ์ที่ยืนรายล้อมเป็นวงกลมล้มระเนระนาดไม่เป็นท่า นัยน์เนตรสีอำพันลดลงมองบุคคลเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"โอ้...ฝีมือไม่เลว เด็กน้อยเจ้ากำลังใช้วรยุทธ์แมวสามขา[3] มาต่อกรกับข้าเช่นนั้นหรือ" นักพรตเพียงหนึ่งเดียวกล่าว พลางเบิกดวงเนตรที่สามของตนขึ้นในทันใด ทันทีที่ดวงเนตรที่สามของเขาปรากฏ ภาพคนที่อยู่เบื้องหน้าจึงฉายชัดในดวงตาวิเศษ นักพรตมองเห็นร่างทองของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
"เทพจากแดนสวรรค์หรอกหรือ?" ทว่าเมื่อนักพรตเห็นภาพเช่นนั้นเขากลับฉายสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องออกมา กล่าวต่อว่า "จะเทพก็ช่าง จะมารก็ดี วันนี้ข้าไม่มีทางปล่อยมังกรนิลตนนี้ไปแน่ ข้านั้นเฝ้าสวดภาวนาก็หามีเทพองค์ใดเห็นปุถุชนอย่างพวกข้าอยู่ในสายตา เช่นนั้นข้าจะถอดเกล็ดมังกรนิลเพื่อบูชาต่อมหาเทพให้รู้แล้วรู้รอดเสีย"
"ความคิดเช่นท่านยังนับว่าเป็นนักพรตอยู่อย่างนั้นหรือ ผู้ใดบอกท่านว่ามหาเทพต้องการเกล็ดมังกร การที่คนผู้หนึ่งต้องการช่วงชิงของของผู้อื่นโดยที่อีกฝ่ายไม่เต็มใจ นั่นนับว่าเป็นโจรที่เอาศีลธรรมบังหน้าเสียแล้วกระมัง"
ทันทีที่กล่าวจบเฟยเลี่ยงหรูในร่างเด็ก จึงดีดกายสูงขึ้นอีกหลายจั้ง[4] เนตรสวรรค์เบิกออก ปะทะเข้ากับเนตรที่สามของอีกฝ่าย แม้วันนี้เขาจะถูกพลังเวทย้อนกลับจนจิตแหลกสลาย แต่เมื่อสหายตัวน้อยของเขาเกิดเรื่องคับขันจะให้ตนนิ่งดูดายอยู่ได้อย่างไร
"หากวันนี้ใครจะถอดเกล็ดของเขา ก็ข้ามศพกุมารีผู้นี้ให้ได้ก่อนแล้วกัน"
เชิงอรรถ
3. ^ วรยุทธ์แมวสามขามา หมายถึง คนที่ไม่มีความสามารถพอ เปรียบเสมือนแมวพอมีสามขาก็ก้าวเดินไม่ได้
4. ^ จั้ง1 จั้ง เท่ากับ 10 ฉื่อ(ประมาณ 2.5 เมตร)ลี้ หรือ หลี่ 1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร หมู่ หรือ ไร่จีน 1 ไร่ เท่ากับ 666.67 ตารางเมตร
