บทที่ 4 โลกมนุษย์ก็ช่างงดงามถึงเพียงนี้
แสงจากทินกร[1]สาดส่องลงมาต้องกระทบใบหน้านวลซึ่งกำลังหลับพริ้มอยู่บนต้นไม้ก้านโต นัยน์ตาดอกท้อเปิดปรือเปลือกตาขึ้นช้า ๆ เฟยเลี่ยงหรูพยายามปรับรูม่านตาให้เข้ากับแสงแดดในยามเช้า ทันทีที่ดวงตาของเขามองเห็นบริเวณโดยรอบอย่างชัดเจน ส่งผลให้ดวงตาคู่งามต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าช่างงดงามไม่แพ้แดนสวรรค์ ทว่าให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอีกอักโข[2]หาดทรายสีขาวนวลเปล่งประกายใต้ดวงตะวัน รับกับน้ำทะเลสีครามแสนอบอุ่น ผืนนภาโปร่งใส ภูเขาสูงระฟ้าเรียงรายอยู่เบื้องหน้าเป็นทิวแถว กลิ่นอายท้องทะเลลอยกระทบเข้ามายังใบหน้าของเขา เฟยเลี่ยงหรูยืดกายขึ้นยืนเต็มความสูง เจ้าของใบหน้าเกลี้ยงเกลาหลับตาพริ้มอีกครา พลางกางแขนตนออกทั้งสองฝั่ง เขาสูดลมหายใจเข้าปอดด้วยสีหน้าที่แสนมีความสุข
"โลกมนุษย์ก็ช่างงดงามถึงเพียงนี้ ไฉนจึงเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน นี่สิหนาที่เขากล่าวว่า เกิด แก่ เจ็บตาย เป็นเรื่องธรรมดา หากไม่สามารถบรรลุขึ้นแดนสวรรค์ ก็ต้องวนเวียนเข้าสู่วัฏสงสารไม่อาจนับภพนับชาติได้" เฟยเลี่ยงหรูจึงพ่นลมหายใจออกมาช้า ๆ
เขาร่อนกายลงจากต้นไม้ หย่อนเรียวขาแตะปลายเท้าของตนลงบนหาดทราย ริมฝีปากสีกุหลาบคลี่ยิ้มเบาบาง วันนี้เฟยเลี่ยงหรูตั้งใจแล้วว่าจะเข้าไปยังหมู่บ้านดูสักครา เขาอยากทราบเช่นกันว่าเกิดโรคระบาดเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร ผู้คนล้มตายเสียจนนรกภูมิแออัด ทว่าผู้ที่บรรลุขึ้นสวรรค์ช่างน้อยนิด
มนุษย์ล้วนมากด้วยกิเลสตัณหา ความบาปหนาล้วนมีมากกว่าความดีที่กระทำ แต่กระนั้นเทพบางองค์ก็ไม่ต่าง ไฉนพวกเขาเหล่านั้นจึงสามารถบรรลุขึ้นสวรรค์ได้กันเล่า เฟยเลี่ยงหรูทำได้เพียงตั้งคำถามไว้ภายในใจมากมาย แต่ทว่าไม่อาจหาคำตอบจากผู้ใดได้
"ข้าลืมเสียสนิทว่าสามารถใช้พลังวิญญาณได้อย่างมีขีดจำกัด โธ่เอ๊ย เมื่อสักครู่ข้าควรจะปีนต้นไม้ลงมาเองยังดีเสียกว่า สิ้นเปลืองพลังวิญญาณโดยใช่เหตุเสียแล้วเฟยเลี่ยงหรู"
เฟยเลี่ยงหรูกล่าวตำหนิตนเองด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เทพองค์น้อยที่พลังตบะยังไม่แข็งแกร่งเช่นเขา เมื่อลงมาจากแดนเทพทุกอย่างล้วนมีขีดจำกัด กอปรกับสวรรค์นั้นมีกฎเช่นเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เทพองค์ใดก็ตามหากลงมายังแดนมนุษย์ ควรละเว้นการใช้พลังวิญญาณของทวยเทพ มิเช่นนั้นหากเกิดเรื่องชักหน้าไม่ถึงหลังพลางใช้งานพลังวิญญาณเสียเต็มที่ เทพองค์นั้นคงต้องถูกพลังเวทย้อนกลับ และบาดเจ็บสาหัสเสียจนไม่อาจหวนคืนสู่สวรรค์เก้าชั้นฟ้าโดยง่ายดายแน่
"เอาล่ะเลี่ยงหรู เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้เจ้าทำได้อยู่แล้ว ในเมื่อทิศอาคเนย์ข้าไม่อาจใช้พลังจากกระจกส่องปราการเทพเพื่อช่วยเหลือได้ เช่นนั้นข้าจะใช้สองมือสองเท้าของข้า พยายามเรียนรู้ และช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุดก็แล้วกัน"
เฟยเลี่ยงหรูกล่าวจบ ก็เดินมุ่งหน้าเพื่อหาทางเข้าไปยังพื้นที่อาศัยของบรรดาผู้คน ระหว่างเดินทางเขารู้สึกคล้ายดั่งตนถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ทว่าเขากลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ผืนน้ำที่กระเพื่อมไหวนั่น!
ริมฝีปากเป็นกระจับยกโค้งขึ้นหนึ่งฝั่ง เฟยเลี่ยงหรูจึงแสร้งกระโดดโหยงเหยงบนพื้นหาดทราย พลางเอามือของตนไพล่หลัง ทว่าเท้าเปลือยเปล่าของเขาดันเหยียบเข้ากับบางสิ่ง
"โอ๊ย!"
เจ้าของร่างเล็กทรุดฮวบลงบนทรายเม็ดละเอียดสีขาวนวลตา ใบหน้างามบูดบึ้งเหยเกด้วยความเจ็บปวด และแล้วสิ่งที่เฟยเลี่ยงหรูคาดไว้ก็เป็นจริง
เมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องโอดครวญเสียงดังสนั่นเช่นนั้น มังกรตัวน้อยจึงดีดกายขึ้นมาจากผิวน้ำ พลางลอยเลื้อยขึ้นบนอากาศ พร้อมเคลื่อนกายเข้าใกล้เฟยเลี่ยงหรูอย่างเร็วรี่
เชิงอรรถ
1. ^ ทินกร หมายถึงพระอาทิตย์
2. ^ อักโข หมายถึงมาก,หลาย,ตัดมาจาก อักโขภิณี
