ตอนที่8
“ปิ่น มายืนทำอะไรตรงนี้” จิรายุเห็นปิ่นรักยืนชะเง้อคอยาวราวกับหาอะไรอยู่จึงเอ่ยทักเรียกให้เธอหันมา
“จิ ตกใจหมดเลย” คนตัวเล็กสะดุ้งตัวโยนตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกเรียก
“แอบมองอะไรอยู่เหรอ”
“เปล่าๆ จิกำลังจะไปห้องเรียนใช่ไหม”
“อืม ปิ่นไปพร้อมกันไหม” จิรายุถามด้วยความประหม่า หากเป็นสาวคนอื่นเขาคงชวนไปไหนต่อไหนได้อย่างเปิดเผยแต่ทำไมพอเป็นปิ่นรักแล้วเขาถึงได้ประหม่าขนาดนี้
จิรายุรู้สึกเคอะเขินทุกครั้งที่ได้คุยกับปิ่นรัก และการสารภาพรักของเขายังคงค้างอยู่ในใจไม่กล้าบอกให้เธอรับรู้ เขากลัวว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปถ้าเธอไม่ชอบแล้วจะยิ่งพาลอึดอัดเข้าไปใหญ่
“คนนั้นชื่อจิหรือเปล่าคะ” เสียงหวานเอ่ยถามคนรักพลางชี้ไปทางปิ่นรักกับจิรายุที่กำลังยืนคุยกันอยู่ไกลๆ
“ใช่ นั่นแหละไอ้จิ” น่านฟ้ามองจิรายุกับปิ่นรักแล้วไม่ค่อยสบอารมณ์ จะบอกว่าเขาหวงเพื่อนไม่อยากให้ปิ่นรักสนิทกับใครก็ได้ก็เพราะเพื่อนดีๆ อย่างนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
“สองคนนั้นดูสนิทกันจัง ถ้าบอกเป็นแฟนกันก็เชื่อนะคะเนี่ย” กรรวีแกล้งพูดเพื่อสังเกตดพฤติกรรของคนข้างๆ แต่น่านฟ้าไม่ได้ท่าทีใดออกมามีเพียงสายตาที่มองปิ่นรักอย่างห่วงๆ เท่านั้น
“ถ้าสองคนนั้นจะคบกันก็คงไม่มีใครว่า แต่ก็อดห่วงปิ่นไม่ได้”
“ทำไมล่ะ”
“ใครๆ ก็รู้ว่าไอ้จิมันเจ้าชู้ขนาดไหน เปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า น่านไม่อยากให้ปิ่นเสียใจน่ะ” คำพูดของน่านฟ้าล้วนออกมาจากใจทั้งหมด เขาเพียงแค่เป็นห่วงปิ่นรักในฐานะเพื่อน อยากให้เพื่อนได้เจอคนดีๆ ไม่ทำให้ต้องเสียใจ
“น่านดูห่วงปิ่นมากเลยนะ”
“ห่วงสิ ตั้งแต่เด็กแล้วปิ่นมีแค่แม่คนเดียว น่านไม่อยากให้ปิ่นเจอเรื่องไม่ดี” กรรวีได้ฟังจากปากของน่านก็ยิ่งรู้สึกผิดที่เผลอคิดมากในความสัมพันธ์ของน่านฟ้ากับปิ่นรัก
“แก้มขอโทษนะน่าน”
“แก้มขอโทษทำไม” น่านฟ้าทำหน้างงที่จู่ๆ คนรักก็ขอโทษทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรผิด
“ขอโทษที่คิดว่าน่านกับปิ่นแอบชอบกัน แก้มคิดมากไปเองแหละ”
“โธ่! ก็คิดว่าเรื่องอะไร แฟนใครเนี่ยน่าเอ็นดูจริงๆ” น่านฟ้ารวบคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขนมือหนายกขึ้นลูบผมด้วยความเอ็นดู
ภาพของทั้งคู่อยู่ในสายตาของปิ่นรักทั้งหมด แววตาเศร้าเหม่อมองก่อนจะเสมองทางอื่นแทน ใจของเธอเจ็บจนชา แต่เป็นความเจ็บที่ไม่มีเสียงให้ใครได้รู้
“เราไปกันเถอะจิ” ปิ่นรักคว้ามือจิรายุแล้วเดินออกจากตรงนั้นไป
จิรายุมองคนตัวเล็กที่เดินนำหน้าเขาด้วยขาที่ก้าวฉับๆ มือเล็กๆ ที่กุมมือเขาอยู่นั่นทำให้คนที่แอบชอบอย่างเขาอดยิ้มไม่ได้ อยากจะเก็บภาพนี้ไว้ตลอดจนเผลอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปมือของตนเองที่มีมือปิ่นรักกุมไว้
“ทำอะไรน่ะ” ปิ่นรักหันมาถามเมื่อเห็นอีกคนหยุดยืนไม่ยอมเดินตาม
“เปล่า ไม่ได้ทำอะไร” ชายหนุ่มรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงไม่ให้อีกคนรู้
“อุ๊ย! ขอโทษนะ” ร่างเล็กรีบสะบัดมือออกทันควัน เธอลืมตัวไปเลยว่าเผลอคว้ามือเขามาด้วย
“ไม่เป็นไร”
“เราเข้าห้องเรียนเถอะ อาจารย์จะมาแล้ว”
“อืม ไปสิ” จิรายุที่ตอนนี้เหมือนหลุดภวังค์ไปเป็นที่เรียบร้อย ใบหน้าหล่อคมคายทำได้แค่ส่งยิ้มให้คนตรงหน้าด้วยสติที่เลื่อนลอย
ถึงเวลาเรียนอาจารย์หน้าห้องเริ่มเปิดบทสนทนาด้วยการเช็กชื่อนักศึกษาในชั้นเรียน ปิ่นรักหันซ้ายหันขวามองหาน่านฟ้าที่ยังไม่มาเข้าเรียนจนอาจารย์ใกล้จะเรียกถึงชื่อของเขาแล้ว
“น่านฟ้า”
“มาครับ” เสียงทุ้มขานรับอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียกความสนใจจากทุกคนให้มองไปทางเขาเป็นตาเดียว
“เกือบสายล่ะนะ” อาจารย์ยังคงอนุโลมให้เพราะยังมาทันเวลาเช็กชื่อ
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มรีบวิ่งไปนั่งข้างปิ่นรักทำให้ตอนนี้ด้านขวาของเธอมีจิรายุนั่งอยู่ ส่วนฝั่งซ้ายก็มีน่านฟ้าที่เพิ่งมาถึง
หญิงสาวนั่งตรงกลางระหว่างสองหนุ่มหล่อของคณะ แน่นอนว่าต้องมีคนแอบนินทาและพูดถึงเธอ ปิ่นรักรับรู้ได้ถึงสายตาของเพื่อนๆ ในชั้นเรียนแล้วสัมผัสได้ถึงความอึดอัดที่แผ่ซ่านมาที่เธอ
“ทำไมมาช้าจังวะไอ้น่าน” จิรายุชะโงกหน้าถามเพื่อนที่ปกติจะมาก่อนเข้าเรียนเสมอ
“ไปส่งแก้มที่คณะมาน่ะ ลืมไปว่าวิชานี้มีเช็กชื่อ”
“มัวแต่ติดแฟนล่ะสิ”
“ก็นิดนึงปะวะ”
“ชู่ว! เงียบๆ ได้ไหมทั้งสองคน” ปิ่นรักทำท่าจุ๊ปากเพื่อให้ทั้งคู่เงียบเสียงลง แต่ท่าทางน่ารักของเธอดันไปเข้าตาจิรายุเข้า
“ยิ้มอะไรจิ”
“ก็ยิ้มให้ปิ่นน่ะสิ” จิรายุเท้าคางมองคนข้างๆ ไม่วางตาลืมไปว่าไม่ได้อยู่กันสองคน
“อะแฮ่ม! เพลาๆ หน่อยไอ้จินี่เพื่อนสนิทฉัน” น่านฟ้าดึงเก้าอี้ของคนข้างๆ ให้ขยับมาทางตนเอง แต่จิรายุก็ไม่ยอมเช่นกัน กลายเป็นว่าตอนนี้ปิ่นรักกลายเป็นลูกบอลให้พวกเขาทั้งคู่เล่นลิงชิงบอลไปมา
“นี่! หยุดทั้งคู่นั่นแหละ ฉันจะเรียน” เมื่อหมดความอดทนคนตัวเล็กก็เผลอเสียงดังขึ้นมา แต่โชคดีที่ไม่ดังไปถึงอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่
ทั้งน่านฟ้าและจิรายุพอถูกเอ็ดก็ต้องหยุดชะงักแล้วหันมาก้มหน้าก้มตาฟังอาจารย์ต่อ แต่จิรายุยังไม่วายคอยแอบลอบมองอยู่ไม่วางตา ปิ่นรักพยายามทำเป็นไม่สนใจเพราะไม่อยากให้ทั้งคู่มาวุ่นวายกับเธออีก
“โอ๊ย! จบคาบสักที เมื่อยจะตาย” ร่างสูงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายให้คลายปวดเมื่อยหลังจากนั่งเรียนไปนานกว่าสามชั่วโมง
“กลางวันนี้ไปกินข้าวที่ไหน ร้านสเต๊กหลังมอไหม”
“นายอยากกินเหรอ”
“เปล่า แก้มอยากกินน่ะ เธอไปไหม” คำตอบของน่านฟ้าส่งผลให้ปิ่นรักค่อยๆ หุบยิ้มลง
“ไม่ไปดีกว่า วันนี้อยากกินก๋วยเตี๋ยวที่โรงอาหารน่ะ เจอกันนะ” ว่าจบก็รีบวิ่งไปหาจิรายุที่ยืนรออยู่ ปิ่นรักไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอของเขากับคนรักอีก และจิรายุก็ชวนเธอก่อนแล้วด้วย
